ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564

'นุ๊ก สุทธิดา' กอดลูกเปิดใจวันเผชิญมรสุมชีวิต

3.56K 4
นุ๊ก สุทธิดา กอดลูกเปิดใจวันเผชิญมรสุมชีวิต

ออกมาเปิดใจอีกครั้งสำหรับ นุ๊ก สุทธิดา และครอบครัว ที่ได้เล่าถึงมุมมองคนป่วยมะเร็งว่าไม่เคยคิดท้อเมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง แต่กลับรู้สึกโชคดีที่ได้เป็น พร้อมกับต้องขอบคุณกำลังใจที่ดีจากครอบครัวและคนรอบข้าง

ได้กำลังใจดีจากทั้งครอบครัวและคนรอบข้าง รวมทั้งแฟนๆเลยทำให้ ดาราสาว นุ๊ก สุทธิดา ยิ้มได้ แม้ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ และต้องเข้าพักรักษาตัวนานหลายสัปดาห์ หลังจากพักฟื้นจนร่างกายแข็งแรงจนตอนนี้ผลตรวจล่าสุดไม่พบเชื้อมะเร็งแล้ว เจ้าตัวได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมต่อสู้กับโรคมะเร็ง ซึ่ง นุ๊ก และครอบครัว เปิดใจว่าไม่เคยคิดท้อเมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง แต่กลับรู้สึกโชคดีที่ได้เป็น

ถาม เกิดความเปลี่ยนในชีวิตขึ้นเมื่อตรวจรู้ว่าเป็น มะเร็ง มันมีความผิดปกติอะไรที่ทำให้เราต้องไปตรวจ

นุ๊ก สุทธิดา : ย้อนกลับไป 2-3 ปีก่อนหน้านี้ คือ นุ๊ก จะขับถ่ายตรงเวลาหกโมงเช้าเราต้องขับถ่ายเวลานี้ ตั้งแต่เกิดจนถึงอายุเรา 39-40 ปีเนี่ยค่ะ ก็เริ่มช้าไป 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง เราก็เริ่มรู้สึกมันผิดปกติว่าต้องมีอะไรในระบบร่างกายเราผิดปกติเลยไปหาคุณหมอไปส่องกล้องก็หาไม่เจอ เพราะเราคิดว่าเกี่ยวกับลำไส้พอหาไม่เจอเราเลยสรุปว่าเพราะเราแก่เลยเปลี่ยนแปลงไปเอง จนมาคลำเจอก้อนเป็นเกี่ยวกับไทรอยด์พอไปตรวจ

นุ๊ก สุทธิดา : คุณหมอไม่ได้บอกเราด้วยนะคะ ว่าเราเป็น มะเร็ง เรารู้ด้วยตัวเราเอง จากอาการของ คุณหมอ เพราะตอนแรกที่เจอเราทักทายเราแบบร่าเริงมาก แต่พอตรวจๆไปก็เริ่มนิ่งลงเรื่อยๆ เพราะเราได้ยินข่าวว่าคุณหมอเก่งมากถึงขั้นสามารถประเมินได้ตั้งแต่แรกเห็นเลยถึง 80 เปอร์เซ็นต์ว่าใช่ไม่ใช่ ทีนี้พอเราเห็นคุณหมอนิ่งเราเริ่มใจไม่ดี แต่ยังยิ้มสู้ แล้วก็พูดคุยกับคุณหมอ คุณหมอทานข้าวยังคะ ถ้าคนซีเรียสเขาจะไม่ตอบ เขาก็ไม่ตอบ ใจตอนนั้นคือ แบบค่อนข้างสั่น ใจเราก็ภาวนาว่าอย่าให้ใช่เลย เราก็เล่นใหญ่ใส่คุณหมอแบบไม่เครียด ถามคุณครูหมอไปตรงๆว่า ใช่ ใช่ไหมคะ คุณหมอ คุณหมอบอกว่าหมอยังสรุปให้ไม่ได้นะครับ ต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจครับ ประโยคนั้นเลยค่ะ เราคิดว่าต้องใช่แน่นอน อันนั้นเราคิดเลยว่าต้องเป็นข่าวร้ายแน่นอน

ถาม ความรู้สึกของเราตอนนั้นเป็นยังไง

นุ๊ก สุทธิดา : เหมือนตอนนั้นทุกอย่างมันเงียบมากค่ะ เหมือนเราถูกทิ้งไว้กลางทะเลมันเคว้งมากเลยแล้วเรารู้สึกว่ามะเร็งเท่ากับตาย อยู่เหมือนมีคนมาชี้หน้าเราว่าเธอกำลังจะตาย พอเราได้ยินประโยคนั้นปุ๊บ คำถามความเป็นห่วงร้อยแปดมันขึ้นมา ลูกจะอยู่ยังไงทุกอย่างมาเร็วมากคำถามเป็นร้อยเลย ในช่วงเวลาแค่เราดีดนิ้ว จนสุดท้ายเรามองตัวเองว่าเรากำลังตกใจ เราจะทำอะไรไม่ได้ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็บอกกับตัวเอง นุ๊กหยุดๆ แล้วหายใจลึกๆ ช่วงคิดตอนนั้นคือ คุณหมอ ก็กำลังส่องกล้องอยู่ด้วย


ถาม เมื่อเป็นแล้วเราก็ต้องบอกคนในครอบครัว ตอนนถ้ามีวิธีการบอกยังไง

นุ๊ก สุทธิดา : ก็ไม่ได้คิดว่าทำให้มันยากเลยค่ะ เหมือนกับรีเซ็ตใหม่บอกว่าเราเป็นหวัด คือ บอกง่ายๆเลยค่ะ กลับบ้านไปเดินผ่านบอกสามีก่อนสั้นๆแล้วเดินไปบอกลูกก็สั้นๆ ว่าเดือนหน้าแม่จะต้องไปตัดนะ แม่เป็นมะเร็งนะ แล้วปิ๊ปโป้ เขาก็ ครับ แล้วเขาก็เดินกลับมาถามเราใหม่แม่ว่ายังไงนะ แม่เป็นมะเร็งเหรอ ส่วน ปาแปง เขาตอบสั้นๆ ครับปาแปง : เพราะก่อนที่คุณแม่จะบอกคือ รู้จากคุณยายแล้วครับ คุณยายบอกผมก่อนแล้ว ไม่ตกใจครับ ธรรมชาติครับนุ๊ก สุทธิดา : เราบอกกับคุณแม่ จริงๆบอกคร่าวๆกับคุณแม่ในตอนนั้น

ถาม นุ๊ก ดูเป็นคนเข้มแข็งตลอดเวลาและต้องแข็งแกร่งที่สุดมีเวลาไหนไหมที่ร้องไห้

นุ๊ก สุทธิดา : ตอนที่ตรวจเสร็จแล้วกลับบ้านค่ะ แล้วเห็นอดัม เราเข้าไปเล่นกับเขาแล้วน้ำตามันไหลออกมาเอง อย่าง ปิ๊ปโป้ กับ ปาแปง ยังไงก็รักนะคะ ลูกเรา แต่เพราะอดัม เด็กน้อยจริงๆ เพราะขนาดกับคำว่า แม่ตาย เขาก็อาจจะยังไม่เข้าใจ ถ้าเขาตื่นมาแล้วไม่เจอเราเขาจะเป็นยังไง

ถาม แล้วปิ๊ปโป้ กับ ปาแปง รู้จักและเข้าใจคำว่าคำว่า มะเร็ง มากน้อยแค่ไหน

ปาแปง : ผมรู้จักดีอยู่แล้วครับ เพราะผมเป็น Vagen ผมยังบอกกับหม่าม๊าให้ทานแต่เพราะแม่ไม่ยอมทาน

ปิ๊ปโป้ : ก็อยากให้คุณแม่หาย

นุ๊กกี้ สุทธิดา : จริงๆนุ๊ก ว่าทั้งปิ๊ปโป้ และ ปาแปง เขาก็มีความรู้สึกนะคะ แต่เพราะเด็กวัยนี้ กำลังโตเขาจะไม่ชอบโชว์อารมณ์ เพราะความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเยอะมากกับสองคนนี้ ดื้อน้อยลง บางอย่างก็ไม่อยากทำตามแม่ แต่พอแม่ไม่สบายทุกอย่างดูแบบทำให้แม่ได้ เลยกลายเป็นข้อดี

ถาม ทำไมรู้สึกได้เป็น มะเร็ง แล้วโชคดี

นุ๊ก สุทธิดา : เรารู้สึกว่าต้องขอบคุณมันจริงๆวันที่ นุ๊ก ทำความเข้าใจกับมันเรารู้สึกว่าโชคดีมากๆที่ได้เป็นมะเร็งได้เป็นโรคร้ายที่ไม่ได้ถึงกับคร่าชีวิตเราไป ณ วันนั้น แต่ทำให้เราเรียนรู้ว่ามนุษย์เรามันต้องอยู่กับความไม่ประมาททุกลมหายใจเราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดแก่เจ็บตายจะต้องมี แต่วันที่เราได้รับรู้ถึงความตายว่ามันยังอยู่ในลมหายใจเรา ให้ได้รู้ว่าเรากำลังจะตายเราต้องขอบคุณที่มาเตือนเราตรงนี้ แต่เราก็รู้สึกผิดกับสามีที่เรามองข้ามเขาไป

นุ๊ก สุทธิดา : คือตอนนั้นเราเอาใจไปอยู่ที่ลูกมากกว่าว่าเราจะต้องทำอะไรเพื่อลูกเราบ้าง เหมือนวันที่เราเดินไปบอกเขาเราพูดแค่ว่า "เธอฉันเป็นมะเร็งนะ" แล้วก็เดินหันไปเลยไปอยู่กับลูกเลย ซึ่งหลังจากที่เราบอกเขาเราก็ไม่ค่อยได้พูดได้คุยกันเลยเพราะเราไม่รู้ว่าเขางอนเรา แต่เรารู้แค่ว่ามันแปลกๆในคำพูดที่มันบาดใจ อย่างเช่น ยูจะร้องทำไมยูยังไม่ตายสักหน่อย คือ ตอนนั้นเราไม่ได้รู้สึกบาดใจเรามากแต่เรารู้สึกแปลกๆว่าเป็นอะไร ในใจคิดอีกว่าถ้าคนไม่รักกันก็คงเป็นแบบนี้ เพราะเราคิดว่าเราใกล้ตายแล้วก็ไปๆ..ซะ หมดแค่แล้วหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้คิดต่อไม่ได้หาคำตอบตรงนั้น

ถาม อีกหนึ่งคนที่ นุ๊ก พูดถึงเสมอๆและเป็นกองหนุนในทุกๆเรื่องนั่นก็คือ คุณแม่ อยากจะพูดอะไรถึงท่านบ้าง

นุ๊ก สุทธิดา : แม่เป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆแล้วก็เป็นคนที่ดูแล นุ๊ก ตลอดเวลาที่ป่วย เวลาที่เราป่วยเวลาที่เราเจ็บเราจะนึกถึงคุณแม่เสมอ วันนี้ นุ๊ก อยากจะขอบพระคุณทั้งคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ ที่เลี้ยงเรามาอย่างดี ขอบตุณที่เข้มแข็งดูแลและช่วยเหลือเราตลอดเวลา เขาไม่เคยทิ้งเราไปไหน (น้ำตาคลอ) ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ

ถาม และอีกส่วนหนึ่งที่เป็นกำลังใจให้ นุ๊ก เสมอคือ ครอบครัว คุณสามี และลูกชาย

นุ๊ก สุทธิดา : ขอบคุณมากๆนะคะที่เคยซัปพอร์ต นุ๊ก มาตลอดในทุกๆเรื่องในชีวิตนะคะ แล้วก็ ได้โปรดกลับมานะ (เขิน)ฮากีม (สามีนุ๊ก) : ผมรักคุณทั้งหมดชีวิตของผมตั้งแต่วันแรกจนยถึงตอนนี้ไม่เคยเปลี่ยน โดยเฉพาะเมื่อ อดัม ปาแปง ปิ๊ปโป้ โตขึ้นเราก็ยังจะอยู่ด้วยกันเป็นทีมแบบนี้ตลอดไป

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend