ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ลูกสาวร้องตรวจสอบแม่ส่งเงินฌาปนกิจอสม.16ปีตายไม่ได้เงิน

1.10K 19
ลูกสาวร้องตรวจสอบแม่ส่งเงินฌาปนกิจอสม.16ปีตายไม่ได้เงิน

ลูกสาวร้องตรวจสอบแม่ส่งเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม.อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มาต่อเนื่อง16ปี แต่พอเสียชีวิตไปยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์ศพ กลับบอกไม่มีชื่อจึงไม่ได้เงิน จนต้องกู้เงินมาจัดงานศพแม่ ด้านตัวแทนกองทุนฯ หอบหลักฐานชี้แจงยันไม่มีชื่อในระบบและไม่มีหลักฐานการส่งเงินสมทบ พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงเชื่อมีการยักยอก

(25ต.ค.63) น.ส.ชลธิดา ชมภูกุล อายุ44ปี ชาวบ้านหมู่17ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่นางทองเพียร ชมภูกุล อายุ75ปี ผู้เป็นแม่ซึ่งเป็น อสม.มาตั้งแต่ปี2535และสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม.อำเภอเมืองบุรีรัมย์ตั้งแต่ปี2547พร้อมส่งเงินสมทบมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันรวม16ปี โดยล่าสุดส่งเมื่อปี2562จำนวน610บาท แต่พอวันที่25ก.ย.2563ที่ผ่านมา แม่ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด แต่พอนำหลักฐานการเป็นสมาชิกและสมุดการส่งเงินสมทบตั้งแต่ปี25472562ไปยื่นเรื่องเพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ศพตามสิทธิซึ่งควรจะได้เงินจำนวน 67,100 บาท แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า ไม่มีชื่อของแม่อยู่ในระบบ จึงไม่สามารถรับเงินสงเคราะห์ได้ ก็รู้สึกแปลกใจทั้งที่ส่งเงินสมทบตามกติกาทุกปี ตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำยังเพราะหวังว่าจะได้เงินสงเคราะห์ดังกล่าวมาจัดงานศพแม่ จึงต้องไปกู้ยืมเงินมาจัดงานศพให้และยังไม่รู้จะหาเงินไหนไปใช้หนี้ตอนนี้เดือดร้อนมาก จึงอยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทำไมไม่มีชื่อในระบบแล้วเงินสมทบที่ส่งไปหายไปไหน


ด้านนางเจียม กบินรัมย์ ประธาน อสม.หมู่บ้าน ก็ออกมายืนยันว่า ได้นำเอกสารใบสมัครพร้อมเงินสมทบที่ได้รับจากทายาทของนางทองเพียร ผู้เสียชีวิตไปส่งให้กับประธาน อสม.ระดับตำบลแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรถึงไม่มีชื่อของยายในระบบ และไม่มีใบเสร็จการส่งเงินให้กับกองทุนฯ ก็อยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

ขณะที่นายธัญญา ปะวรรณรัมย์ ประธานชมรม อสม.อำเภอเมืองบุรีรัมย์ และผู้รับผิดชอบกองทุนฯ ก็ได้หอบเอกสารหลักฐานไปชี้แจงกับ น.ส.ชลธิดา ผู้ร้อง พร้อมยืนยันว่าทางกองทุนฯ ไม่ได้รับใบสมัครและเงินสมทบกรณีของนางเพียร เข้ามาในระบบ จึงไม่สามารถจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ได้เนื่องจากไม่มีหลักฐาน แต่จากการสอบถามผู้ร้อง และประธาน อสม.หมู่บ้านก็ยืนยันว่าได้ส่งเอกสารและเงินสมทบให้ ประธาน อสม.ตำบลแล้ว ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีความผิดพลาดหรือมีการยักยอกเงินหรือไม่อย่างไร ซึ่งหากมีการยักยอกเงินจริงก็ต้องมีการแจ้งความเอาผิดตามขั้นตอน พร้อมทั้งจะได้หาแนวทางช่วยเหลือทายาทของ อสม.ที่เสียชีวิตรายดังกล่าวด้วย

 

นายธัญญา ยังระบุอีกว่า เงื่อนไขกติกาการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ ที่มีมติเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งเริ่มใช้เมื่อวันที่1ม.ค.63 คือ สมาชิกทั้งเก่าและใหม่ ต้องเขียนใบสมัครเป็นสมาชิกและส่งเงินสงเคราะห์ศพล่วงหน้า30ศพๆ ละ20บาท ค่าบำรุง10บาท โดยในใบสมัครถูกออกแบบให้มีผู้รับผลประโยชน์ชัดเจน (เพื่อแก้ไขปัญหาในอดีตที่มีการเบียดบังรับผลประโยชน์ ที่สำคัญใบสมัครจะต้องลงชื่อผู้สมัคร , ผอ.รพ.สต. และประธานอำเภอหรือผู้รับผิดชอบกองทุนฯ เป็นผู้ลงนาม ทั้งนี้การส่งเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ต้องส่งผ่านประธาน อสม.ระดับหมู่บ้าน แล้วส่งต่อประธานตำบล ก่อนจะรวบรวมส่งให้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม.อำเภอเมืองบุรีรัมย์ แล้วทางกองทุนฯ ก็จะออกใบเสร็จให้เป็นหลักฐาน 

เรื่องโดย สุรชัย พิรักษา | ภาพโดย สุรชัย พิรักษา
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend