ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"เต้ พระราม7"กล้าเสนอ"บิ๊กตู่"ให้ปรึกษาครอบครัวไปต่อหรือพอแค่นี้

8.66K 27
เต้ พระราม7กล้าเสนอบิ๊กตู่ให้ปรึกษาครอบครัวไปต่อหรือพอแค่นี้

"หัวหน้าไทยศรีวิไลย์" ยอมรับรัฐธรรมนูญปัจจุบันควรแก้ไข โดยเฉพาะให้อำนาจ 250 ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมบอกสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคให้ทบทวนตัวเองจะถอยหรืออยู่กับรัฐบาลเพื่อแก้วิกฤต เชื่อปฏิรูปสถาบันฯหาทางออกร่วมกันได้ สะกิดนายกฯให้ถามครอบครัวจะอยู่หรือไป

24 ตุลาคม 2563 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค ร่วมทำบุญเลี้ยงภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในโอกาสจัดตั้งพรรคไทยศรีวิไลย์ ครบรอบ 2 ปี ณ วัดอรุณราชวรมหาวิหาร พร้อมทั้งถวายผ้าห่มพระปรางค์ประธานวัดอรุณราชวรมหาวิหาร

โดยนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า วันนี้ (24ต.ค.) ครบรอบ 2 ปีของการก่อตั้งพรรคไทยศรีวิไลย์ ถือว่าเป็นพรรคน้องใหม่ ในการลงเลือกตั้งครั้งแรกก็ได้ ส.ส. มา 1 คน แต่ด้วยครั้งที่ผ่านมาพรรคส่งผู้สมัครไม่ครบ ซึ่งหากส่งครบก็คงจะได้ ส.ส. ประมาณ 2 คน และวันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้มาทำบุญ ซึ่งพรรคไทยศรีวิไลย์ก็ต้องเติบโตต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีประสบการณ์มากมาย ได้รู้ว่ากระบวนการในการทำพรรคการเมืองภายใต้กติกาปัจจุบัน มีสิ่งใดบ้างที่สามารถทำได้และทำไม่ได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ผ่านการทำประชามติ และใช้มา 3 ปีแล้วนั้น เริ่มรู้สึกว่าไปต่อไม่ได้ ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คงต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นความเป็นประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญ เรื่องของ ส.ว. 250 คน ที่ไม่สมควรมีอำนาจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองในปัจจุบัน

ส่วนกรณีที่ได้โพสต์สอบถามประชาชนว่าจะให้ตนทำอะไรต่อจากนี้ เป็นเพียงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เพราะที่ผ่านมาประชาชนเริ่มรู้จักพรรคไทยศรีวิไลย์มากขึ้น ซึ่งพรรคก็เป็นพรรคการเมืองของประชาชน ทำโดยประชาชน เพื่อประชาชน ก็ต้องสอบถามความเห็นของประชาชน และก็พบว่าความเห็นของประชาชนก็มีหลากหลาย ทั้งอยากให้อยู่ต่อ และให้ลาออกจากการเป็น ส.ส. และพรรคร่วมรัฐบาล

"มีอยู่ 2 มุมด้วยกัน มุมที่ 1 คือ อยากให้ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล มุมที่ 2 คือ อยากให้อยู่ช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์ ต่อ ส่วนให้ลาออกจาก ส.ส.ก็มี แต่น้อย เพราะว่าไม่เกิดประโยชน์ ส่วนลาออกจากหัวหน้าพรรคนั้น แทบไม่มี เพราะฉะนั้ นมันเกิดความขัดแย้งจากสถานการณ์สำรวจโพลมาแล้ว เพราะบางส่วนก็อยากให้ออก และบางส่วนก็ไม่อยากให้ออก" นายมงคลกิตติ์ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความขัดแย้งที่เกิดเป็นทางความคิด เพราะมีการนำสถาบันหลักของชาติมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองของทั้งสองฝ่าย ซึ่งทำให้ประชาชนสองฝ่ายที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของสถาบันฯ มา 781 ปี มีความขัดแย้งกัน แต่ต้องอย่าลืมว่ายุคสมัยเปลี่ยนผ่านไป ดังนั้น ในปี 2020 จะเป็นปีที่เปลี่ยนผ่านไปด้วยความขัดแย้งเกิดสงคราม หรือ เปลี่ยนผ่านแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย หรือการเปลี่ยนผ่านแบบร่วมสมัย ซึ่งยุคปัจจุบันเป็นยุคดิจิตอล มีการสื่อสารไร้พรมแดน ที่ไม่สามารถปิดอะไรได้ ทุกอย่างรู้เท่ากันหมดและเร็ว

"ผมจึงบอกให้สมาชิกและกรรมการบริหารพรรค อย่าคิดถึงประโยชน์ส่วนตัว ว่าอยู่กับรัฐบาลแล้วจะได้อะไร ออกไปแล้วจะได้อะไร เราต้องคิดว่าอยู่แล้วบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ไหม อยู่แล้ววิกฤตการเมือง ความขัดแย้งนี้จะหายไปไหม หรือออกไปแล้ววิกฤตความขัดแย้งนี้ จะลดลงจนสามารถที่จะหันหน้าเข้ามาพูดคุยกันได้ ทำให้พี่น้องประชาชนสองฝ่ายไม่ต้องฆ่ากัน และไม่ต้องเกิดผลกระทบลามบานปลาย ไปถึงกระทบความไม่มั่นคงของสถาบันฯ นี่เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องร่วมกันคิดร่วมกันตัดสินใจ" นายมงคลกิตติ์ กล่าว

ส่วนทางออกในสถานการณ์ปัจจุบัน หลังกลุ่มผู้ชุมนุมขีดเส้นตายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั้น ส่วนตัวอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องระบุให้ชัดว่า เปลี่ยนแปลงอย่างไร สามารถถอยได้แค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องสถาบันฯ ที่เชื่อว่าจะหาทางออกร่วมกันได้ โดยไม่จาบจ้วงและใช้เหตุผล

"นายกฯก็ต้องรับฟัง และขอให้เข้าวัดทำจิตใจให้สงบโปร่งใส ปรึกษาครอบครัว ภรรยาและลูก ว่าจะทำอย่าไรดี จะอยู่หรือไป อย่าปรึกษาคนพรรคร่วมรัฐบาล หรือคนที่ได้ประโยชน์จากการอยู่ของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างเดียว ไม่เช่นนั้นประเทศจะไปสู้ทางตัน" นายมงคลกิตติ์ ระบุ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend