ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ดีเบตครั้งสุดท้ายลดดีกรีเดือด-ไบเดนชนะ

186 0
ดีเบตครั้งสุดท้ายลดดีกรีเดือด-ไบเดนชนะ

การดีเบตรอบสุดท้ายระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อเช้านี้ตามเวลาไทยจัดได้ราบรื่นกว่าครั้งแรก โพลล์ของซีเอ็นเอ็นยกให้ไบเดนเป็นฝ่ายชนะอีกครั้ง ขณะที่ชาวเน็ตยกให้ปุ่มปิดไมโครโฟนและผู้ดำเนินรายการเป็นผู้ชนะ ที่ทำให้สองฝ่ายไม่พูดขัดจังหวะกันแม้ยังคงโต้เถียงกันอย่างร้อนแรง

การดีเบตของผู้สมัครประธานาธิบดีรอบสองและรอบสุดท้ายจัดขึ้นที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี โดยมีคริสเทน เวลเกอร์ ผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี นิวส์เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นจากการดีเบตรอบแรกเมื่อวันที่ 29 ก.ย. โดยบังคับให้ผู้ฟังการดีเบตสวมหน้ากาก นั่งเว้นระยะห่าง ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนร่วมงาน นอกจากนี้ทั้งประธานาธิบดีทรัมป์และไบเดนได้รับการยืนยันว่าผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ทำให้ทางผู้จัดงานยกแผ่นกั้นใสที่ตอนแรกตั้งเตรียมไว้บนเวทีออกไป

การดีเบตนาน 90 นาที แบ่งเป็น 6 ช่วง ตอบคำถาม 6 เรื่อง ได้แก่ โรคโควิด-19,ครอบครัวอเมริกัน, ปัญหาเชื้อชาติ, ภาวะโลกร้อน, ความมั่นคงแห่งชาติ และภาวะผู้นำ ผู้สมัครมีเวลาตอบคำถามคนละ 2 นาทีในช่วงแรกของแต่ละคำถาม และคู่แข่งจะถูกปิดไมโครโฟนในช่วงนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้พูดขัดจังหวะ แต่เวลาที่เหลือสามารถโต้เถียงกันได้

กฎใหม่ข้อนี้ช่วยควบคุมให้การดีเบตรอบนี้ราบรื่น ไม่มีการพูดแทรกเหมือนรอบแรก รวมทั้งได้เนื้อหาสาระหลากหลายประเด็นอย่างรอบด้านเพื่อประกอบการตัดสินใจของชาวอเมริกันในวันที่ 3 พ.ย. นอกจากนี้ทรัมป์ใช้เวลาพูดรวม 41 นาที ขณะที่ไบเดนได้พูดเกือบ 38 นาที แตกต่างจากรอบแรกที่ทรัมป์พูดขัดจังหวะไบเดนแทบทุก 1 นาที แต่ทั้งคู่ยังโจมตีอีกฝ่ายในหลายประเด็นอย่างร้อนแรง


สำหรับประเด็นหลักที่ชาวอเมริกันให้ความสนใจที่สุดในเวลานี้ คือ เรื่องการระบาดของโควิด-19 ที่ยังพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด และไบเดนเปิดฉากโจมตีทรัมป์ทันทีว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโควิด-19 มากกว่า 220,000 คน และคนที่มีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ไม่สมควรเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ทรัมป์ให้ความหวังว่า สถานการณ์จะดีขึ้นและให้วัคซีนแก่ประชาชนได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมทั้งบอกว่า "ชาวอเมริกันกำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้" แต่ไบเดนสวนกลับว่า "ประชาชนกำลังเรียนรู้ที่จะตายพร้อมมัน"

นอกจากนี้ทรัมป์ยังถูกโจมตีในอีกหนึ่งประเด็นที่เป็นจุดอ่อน คือ นโยบายบังคับแยกเด็กออกจากครอบครัวผู้อพยพลักลอบเข้าเมืองที่บริเวณชายแดนทางใต้เมื่อปี 2561 ซึ่งเขายืนยันว่า เด็กได้รับการดูแลอย่างดี แต่ตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กกว่า 500 คนที่จนถึงขณะนี้ครอบครัวยังตามหาไม่พบ

ส่วนช่วงที่สองฝ่ายโต้เถียงกันยืดยาว คือ เรื่องปัญหาเชื้อชาติ ซึ่งทรัมป์บอกว่า "เขาเป็นคนที่เหยียดเชื้อชาติน้อยที่สุดในห้องนี้" และโจมตีไบเดนที่มีส่วนผลักดันร่างกฎหมายอาญาปี 2537 ที่ทำให้ชายชาวอเมริกันผิวสีหลายหมื่นคนถูกส่งเข้าคุก แต่ไบเดนตอบโต้ว่า "ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่เหยียดผิวมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีในประวัติศาสตร์ เขาราดน้ำมันเข้ากองไฟแห่งความขัดแย้งทางเชื้อชาติทุกครั้ง"

ผลสำรวจความเห็นของซีเอ็นเอ็น พบว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงมากถึง 53% ที่ดูการดีเบตบอกว่า ไบเดนเป็นฝ่ายชนะ ขณะที่ 39% บอกว่า ทรัมป์ชนะ และ 73% บอกว่าคำวิจารณ์ของไบเดนต่อทรัมป์มีความเป็นธรรม แต่มีเพียง 50% บอกว่า คำพูดโจมตีของทรัมป์ต่อไบเดนมีความเป็นธรรม และผู้ตอบคำถามทั้งหมดบอกว่า การดีเบตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อผู้สมัครมากนัก

หลังดีเบตจบชาวเน็ตทวีตกว่า 1 แสนครั้งเกี่ยวกับคริสเทน เวลเกอร์ ผู้ดำเนินรายการ โดยครึ่งหนึ่งชื่นชมที่เธอสามารถตัดบทผู้สมัครทั้งสองเมื่อพูดเกินเวลา และคำค้นหาในเวบไซต์กูเกิ้ล อันดับต้นๆ คือ ข้อกล่าวหา ฮันเตอร์ ลูกชาย ของไบเดนรับเงิน 3.5 ล้านดอลลาร์จากอดีตนายกเทศมนตรีกรุงมอสโกของรัสเซีย ซึ่งทรัมป์หยิบยกมาโจมตีไบเดนอีกครั้งและเป็นเรื่องที่ยังไม่อาจพิสูจน์ได้

เรื่องโดย จุไรรัตน์ แซ่กวาน | ภาพโดย REUTERS
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend