ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

1.14K 109
ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

เนื่องในโอกาสที่ "วันปิยมหาราช" ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ปวงพสกนิกรชาวไทย ที่ได้พร้อมใจถวายพระราชสมัญญานามว่า "พระปิยมหาราช" .

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พัฒนาประเทศชาติ ด้วยพระราชกรณียกิจสำคัญนานับประการ เนื่องในโอกาสที่ "วันปิยมหาราช" ๒๓ ตุลาคม ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง ในปี ๒๕๖๓ นี้ จึงขอน้อมนำพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ที่สำคัญๆ มาร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ อีกครั้ง .

ประวัติวันปิยมหาราช

วันปิยมหาราช คือวันที่ ๒๓ ตุลาคมของทุกปี ภายหลังพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและได้จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ถวายพวงมาลาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและจุดธูปเทียนเครื่องสักการะ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ "การเลิกทาส" อันเป็นพระราชประสงค์ที่ต้องการให้เลิกทาสให้เป็นไทนับตั้งแต่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์


ทาส ในสมัยนั้นเป็นพลเมืองของประเทศไทยโดยมีจำนวนมากกว่า ๑ ใน ๓ ของคนทั้งประเทศ รัชกาลที่ ๕ ท่านทรงเห็นว่าลูกทาสในเรือนเบี้ยสืบทอดกันมาไม่มีที่สิ้นสุดพ่อแม่เป็นทาส ลูกก็ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต และเกิดจากความยากจนที่ต้องขายตัวเองซึ่งเท่ากับขายชีวิต จะถูกฆ่าหรือถูกกดขี่จากนายได้โดยไม่มีความผิด


"การเลิกทาส"บรรจุอยู่ในพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย ณ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๑๗ เพื่อปลดปล่อยทาสให้เป็นไทโดยสันติวิธีด้วยทรงไม่ต้องการเห็นการกดขี่และเหยียดหยามคนไทยด้วยกันเอง

พระราชประวัติ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์

พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่๒๐กันยายน๒๓๙๖เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ประสูติแต่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

พระราชทานพระนามว่า"เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์"ถึงวันที่๒๑มีนาคม๒๔๐๔จึงได้รับพระราชทานสุพรรณบัฏจารึกพระนามว่า"สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์บดินทรเทพยมหามกุฎบุรุษยรัตนราชรวิวงศ์วรุตมพงศบริพัตรสิริวัฒนราชกุมาร"ซึ่งคำว่า"จุฬาลงกรณ์"นั้น แปลว่าเครื่องประดับผมอันหมายถึง"พระเกี้ยว"ที่มีรูปเป็นส่วนยอดของพระมหามงกุฎหรือยอดชฎา

หลังรัชกาลที่ ๔ สวรรคต เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๑๑ พระองค์ทรงได้รับการกราบบังคมทูลเชิญ ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสมบัติทันทีด้วยพระชนมายุเพียง ๑๕ พรรษาโดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์(ช่วงบุนนาค)เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนเมื่อมีพระชนมพรรษา ๒๐ พรรษา ในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๔๑๖ จึงทรงปกครองแผ่นดินด้วยพระองค์เองอย่างสมบูรณ์


ในรัชกาลของพระองค์พระองค์ทรงตระหนักถึงการคุกคามจากจักรวรรดินิยมตะวันตกที่มีต่อประเทศในแถบเอเชียโดยมักอ้างความชอบธรรมในการเข้ายึดครองดินแดนแถบนี้ว่าเป็นการทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าอันเป็น"ภาระของคนขาว"ทำให้ต้องทรงปฏิรูปบ้านเมืองให้ทันสมัยโดยพระราชกรณียกิจดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๔๑๖


พระราชกรณียกิจด้านการทหารและการปกครองประเทศ

- จัดตั้งกรมเสนาธิการทหารบกแบบต่างประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก

- ตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารบกและทหารเรือ

- จัดตั้งกระทรวง กรมกองต่างๆ

- จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลเพื่อดูแลส่วนภูมิภาค

- แยกงบประมาณแผ่นดินและเงินส่วนพระองค์ออกจากกัน

พระราชกรณียกิจด้านเศรษฐกิจและการคลัง- จัดตั้งธนาคารครั้งแรก ชื่อธนาคารสยามกัมมาจล

- ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นครั้งแรกในพระบรมมหาราชวังและขยายโรงเรียนสู่ภูมิภาคต่างๆ

- ส่งเอกอัครราชทูตไปประจำต่างประเทศเป็นครั้งแรก

พระราชกรณียกิจด้านคมนาคมและสาธารณูปโภค

- เสด็จประพาสประเทศต่างๆเพื่อนำวิทยาการสมัยใหม่มาพัฒนาประเทศ

- สร้างถนนสะพานข้ามคลองหลายแห่งในกรุงเทพฯ

- สร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯเชียงใหม่

- ก่อตั้งการประปา

- ก่อตั้งการไฟฟ้า จ่ายไฟครั้งแรกพ.ศ. 2433

- สร้างโรงพยาบาลศิริราช

- ก่อตั้งการไปรษณีย์

พระราชกรณียกิจด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

สังคายนาพระไตรปิฎกด้วยอักษรไทยเป็นครั้งแรกและตราพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์พระองค์ทรงครองราชย์ อยู่เป็นเวลายาวนานถึง๔๒ปีได้ทรงทนุบำรุงและพัฒนาประเทศไทย(สยาม) ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศในทุกวิถีทาง

วันปิยมหาราช ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเพื่อให้ข้าราชการและประชาชนร่วมวางพวงมาลาและถวายบังคมสักการะเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลจัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ในหน่วยงานโรงเรียนมหาวิทยาลัย และสถานที่ราชการต่างๆ#ทรงพระเจริญ#ในหลวงรัชกาลที่๕

ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ขอขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ


เรื่องโดย ธีระวัฒน์ ประกอบบุญ | ภาพโดย เนชั่นทีวี22
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend