ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"ดร.เสรี" แนะวิธีดัดสันดาน ลูกหลานไม่เชื่อฟัง อยู่ก็เลี้ยง ตายก็เผา!

1.37K 28
ดร.เสรี แนะวิธีดัดสันดาน ลูกหลานไม่เชื่อฟัง อยู่ก็เลี้ยง ตายก็เผา!

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 - 15.00 น.ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (21 ต.ค.) "ทอม ทศวรรต ทะสุวร" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ล้วงเรื่องลับมากๆ "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" เคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

ยิ้มแย้มแจ่มใสในการทำงานตลอด มีเคล็ดลับอะไร?

"คำขวัญชีวิตพี่ ความสุขคือกำไร ความทุกข์คือขาดทุน แล้วใยจะมีชีวิตที่เป็นทุกข์เพราะจะทำให้ขาดทุน พี่จะไม่ยอมให้ขาดทุน พี่มีกำไรทุกวัน เพราะถือว่าความทุกข์ขาดทุนค่ะ บอกเตือนไว้เลยนะ ใครจะมาทำให้พี่เป็นทุกข์เหนื่อยเปล่า เพราะยึดหลักเลย ดูละครของพี่เล็ก ภัทราวดี เรื่องพระไตรปิฏก ประโยคหลักที่ได้ยินมาและจำชั่วชีวิตเกือบ 30 ปีแล้ว กระแทกมาอย่าให้กระทบ สมมติทอมด่าพี่ ทอมกระแทกพี่ไม่รับ พี่กองไว้ตรงนั้นแหละ มันก็ไม่กระทบพี่ ฝรั่งบอกว่าไม่มีใครดูถูกตัวคุณได้นอกจากคุณดูถูกตัวเอง เมื่อรับสิ่งที่คนเขาว่ามาใส่ตัวคุณ คุณกำลังดูถูกตัวคุณเอง ใครจะทำให้พี่เป็นทุกข์ อย่าทำ เหนื่อยเปล่า"

อาจารย์มี 3 หลักในชีวิต?

"พี่มีตัว H ในชีวิต Hope Health และ Happiness พี่มีความหวังในชีวิต มองโลกในแง่ดี ไม่เคยมองโลกในแง่ร้าย ขนาดมีปัญหาอะไรต่างๆ ปัญหาใดๆ ในโลกนี้แก้ได้ เพียงแต่จะแก้ข้างนอกหรือข้างใน สมมติพี่เกลียดทอม วิธีแก้ของพี่ข้างนอกคือไปบอกเจ้าของรายการ เอาทอมออกไป ไม่ชอบขี้หน้า ถ้าเกิดเขาเชื่อพี่แล้วเอาทอมออกไป พี่ก็แก้ปัญหาเสร็จแล้ว แต่ถ้าพี่แก้ภายใน ก็เขาจ้างมา เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสิน ก็ทำใจไปสิ คิดเรื่องงาน จะคิดเรื่องทอมทำไม ปัญหาคนเราแก้นอกแก้ใน ถ้าทำงานแล้วไม่ชอบใคร แก้นอกคือให้เจ้านายจัดการ ถ้าแก้ในทำใจตัวเราเอง หรืออยู่ไม่ได้เราก็ไปสิ เราเป็นคนจัดการชีวิตเรา ความหวังคนเราคือต้องมองโลกในแง่ดี สองจัดการชีวิตตัวเราเองอย่าให้คนอื่นมาจัดการชีวิตเรา"

Hope จัดการยังไง?

"เวลาจะตั้งความหวังอะไรยึดหลักความเป็นจริง หนึ่งเราต้องมีเป้าหมายของชีวิต ที่เขาใช้คำว่ามีวิสัยทัศน์ เราต้องมองไปข้างหน้า อย่ามองวันนี้ แต่เด็กบางคนบอกว่า 5-10 ปีเธอจะทำอะไรต่อไป เด็กบอกว่าอาจารย์เอาสิ้นเดือนนี้ให้รอดก่อน นี่คือคนไร้วิสัยทัศน์ ไม่มองไปข้างหน้า เอาแค่สิ้นเดือนนี้ สิ้นปีนี้ แต่พี่ไม่ใช่ พี่จะมองไปเลยว่าเฮ้ย 5 ปีต้องการอะไร 10 ปีต้องการอะไร นี่คือความหวัง"

"สองจะตั้งความหวังอะไรก็ตาม ต้องตั้งตามความเป็นจริงก่อน หนูสวยมั้ย อยากเป็นอะไร นางแบบค่ะ สูงเท่าไหร่ 165 ไปเลยค่ะ ไปไกลๆ เลย เพราะต่อให้หน้าสวยแค่ไหน แต่สูง 165 ไม่มีเสื้อผ้าไหนให้หนูใส่ค่ะ คนเราต้องดูตัวเอง พี่นี่สอบเข้าธรรมศาสตร์ สอบเข้าคณะรัฐศาสตร์หวังจะไปเรียนการทูต ตอนเป็นเด็กมัธยมพี่ไม่รู้เลยเขาเลือกทูตกันยังไง แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยปั๊บ อ๋อ การเลือกทูตเขาไม่ได้ดูว่าเก่งไม่เก่ง เขาดูภูมิหลังครอบครัวเราด้วยว่าเป็นใครมายังไง ดูสาแหรกเราด้วย พ่อเป็นใคร แม่เป็นใคร ถ้าแม่ขายขนมจีน พ่อเป็นบุรุษไปรษณีย์ ชาตินี้ก็คงไม่ได้เป็นทูต พี่เลิกเลย เปลี่ยนสาขาไปเป็นครูบาอาจารย์ดีกว่า เพราะถ้าสอบได้ที่หนึ่งคณะรัฐศาสตร์การทูตแต่ไม่ได้เป็นทูต ฉันจะผิดหวังและจะด่าคนอื่น จะเป็นศัตรูกับคนอื่นที่เป็นทูตแทน ฉันรู้ด้วยภูมิหลังพ่อแม่ชาตินี้คงไม่ได้เป็นเอกอัครราชทูต มิหนำซ้ำเป็นกะเทยอีกต่างหาก ฉะนั้นเราจะไปเป็นตัวแทนประเทศได้ยังไง เราดูตัวเองแล้วถอยทันที"

"นี่ไง ทำให้ความหวังที่เราตั้งไว้ไม่ผิดหวัง เพราะพี่ดูตัวเองว่าเราเป็นใคร พื้นฐานเราทางสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา สรีระร่างกาย เราตั้งความหวังอยู่บนรากฐานความเป็นจริง และอีกเรื่องนึงเวลาเราจะหวังอะไร เราต้องดูความสำเร็จและล้มเหลว ถ้าผู้หญิงคนนึงเข้าประกวด 3-4 ครั้งแล้วไม่ชนะอะไร เขาเคยประกวดเวทีใหญ่ มิสไทยแลนด์เวิลด์ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สแล้วมันไม่ได้ เขาต้องไปประกวดตามงานที่เล็กลงแล้วล่ะ ต้องถอย ถ้าหวังสูงแล้วไม่ได้เราไม่ถอย เราจะผิดหวัง ดีไม่ดีเราก็ไปด่าสังคม แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเราประสบความสำเร็จ เราต้องไม่หยุด เราพัฒนาไปเรื่อยๆ ตอนเป็นเด็กเรียนอยู่แม่สอด อยากได้ทุนไปเรียนวิทยาลัยครูที่พิษณุโลก แล้วกลับไปสอนที่แม่สอด ถ้าพี่หวังแค่นั้น ป่านนี้พี่สอนอยู่ป.3/4 แต่พอเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ เฮ้ย เราชนะคนกรุงเทพฯ ได้ พอเรียนธรรมศาสตร์ ได้ที่หนึ่ง ได้เกียรตินิยม เฮ้ย ความหวังไม่ใช่กลับไปสอนที่แม่สอดแล้ว ความหวังฉันต้องสอนมหาวิทยาลัย"


"พี่ขยับไปเรื่อยๆ คนเราถ้าตั้งเป้าหมายแล้วเราอายุถึง 30 เราถึงเป้าหมาย เราบอกว่าถึงแล้วโว้ย จบแล้วโว้ย เราตายทันทีเลยนะ เพราะเราไม่คิดจะทำอะไรมากกว่านั้น ตอนพี่จบใหม่ๆ มีรถนิสสันสักคันนึง บ้าน 50 ตารางวาก็พอ พอต่อมาเอารถเบนซ์เอาจนบ้านในสุขุมวิท มันไปเรื่อยๆ เมื่อเราสำเร็จแล้วเราต้องไม่หยุด ต้องขยับๆ เราถึงมาถึงตรงนี้ได้ ไม่งั้นพี่คงอยู่บ้าน 55 ตารางวาเล็กๆ เป็นครูสอนประถมมัธยม เพราะถึงเป้าหมายแล้ว ไม่ใช่ พี่มี Hope ของพี่ไปเรื่อยๆ พี่ถึงมีก้าวต่อไปเรื่อยๆ"

ตอนนี้้มีบางคนจะตกงาน จะไป Hope ยังไง?

"ทำไมคิดว่าในโลกนี้มีงานเดียวล่ะ ยกตัวอย่างนางโชว์คนนึง หลังจากไม่ได้โชว์เป็นเวลานาน เขาก็ต้องหาทางอยู่รอด เขาไปทำกับข้าวขายในหมู่บ้าน ไม่ขายไกล เพียงแต่บอกว่าวันนี้ทำแกงส้มดอกแค ทำมัสมั่นแล้วก็ส่งในนั้น เขาโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าไงรู้มั้ย ไม่แน่ใจเลยว่าถ้าได้กลับไปโชว์จะกลับไปหรือขายอาหารต่อ คือไม่มีอาชีพเดียวไง"

"มีลูกน้องคนนึงเป็นคนตื่นสายมาก สายจนพี่ต้องโทรไปฟ้องแม่ และในที่สุดก็ให้เขาออก แต่พอเขาออกจากพี่ไปปั๊บ เขาไปทำงานขายยา เขาตกงานจากพี่ เขาก็ไปสมัครขายยา เขานัดคนซื้อยาตามรพ. ตามเวลาที่เขาตื่น พูดง่ายๆ ตื่นเช้าไม่ได้ ถ้าหมอ เภสัชจะคุยขอคุย 11 โมง บ่ายสองนะ ปรากฎว่าเขาออกไปจากพี่ได้ดีกว่าอยู่กับพี่อีก เขาซื้อบ้านซื้อรถได้ เขาอยู่กับพี่เงินเดือน 2 หมื่นถามว่าเมื่อไหร่จะซื้อบ้านซื้อรถ แต่พอไปขายยา โอ้โห รายได้ผ่อนรถผ่อนบ้านได้ คนเราตกงาน ก. ไม่ได้แปลว่าเราจะทำ ข. ค. ง. ไม่ได้ บางทีการตกงานก็ทำให้เราทบทวนตัวเองว่างานที่เราทำอยู่ใช่หรือเปล่า พอหางานใหม่ไม่ได้แปลว่าเราจะแย่กว่าเก่าเสมอไป เพราะบางทีงานใหม่มันใช่จริตเรามากกว่างานเก่า แล้วอย่างคนทำเพาเวอร์พ้อยท์ ชุ่ย ไม่ตรวจทาน พิมพ์ผิดเป็นประจำ แต่พอเป็นคนเจ๊าะแจ๊ะขายของดิวตี้ฟรี รวยค่ะ"

สามีมีเมียน้อย จะมีความหวังยังไง?

"แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา คนไม่ใช่ เขาไม่เห็นคุณค่า อย่าเสียใจที่เขาทิ้งเรา ต้องพูดว่าโชคดีจังเลยที่รู้ว่าไอ้คนนี้เป็นคนสายตาไม่มีแวว มันไม่เห็นคุณค่าของฉัน ได้เลิกกับคนโง่ๆ ตาไม่มีแวว ฉันดีใจ ฉันหลุดจากคนโง่แล้ว ต้องปลอบใจ คิดบวก ชีวิตจะมีความหวัง เวลาใครทะเลาะกับแฟนอย่ามาปรึกษาพี่นะ เพราะพี่จะบอกให้เลิกกันเลย ไม่เคยบอกไปคืนดี ให้โอกาสรอบสอง พี่บอกว่าอยู่แล้วเป็นทุกข์ อย่าอยู่ แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้ชายในโลกไม่มีคนเดียว อย่าดูถูกว่าจะหาใหม่ไม่ได้ และอย่าดูถูกว่าอยู่คนเดียวไม่ได้ ก่อนหน้ามีมันเราก็อยู่คนเดียว เมื่อมันไปเราก็อยู่คนเดียว เมื่อเราเคยหาเขาได้ เราก็หาคนอื่นได้ ความหวังต้องมี นี่คือ Hope ของพี่"

H ตัวที่สอง Health?

"พี่อาจเป็นคนมีปัญหาเรื่องเบาหวาน เพราะตอนแรกขี้เกียจออกกำลังกาย เพราะไม่ค่อยมีเวลา แต่อย่างน้อยที่สุดพี่ดูแลรักษาได้ ไปถามลูกน้องได้เลย 365 วัน พี่ไม่เคยลาป่วย เพราะหนึ่ง พี่เป็นคนกินผลไม้เยอะ สองน้ำที่ดื่มคือน้ำเปล่า ไม่ชอบกินน้ำอัดลม เป็นคนไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า แต่ไม่ได้ดูแลตัวเองเรื่องออกกำลังกายเป็นเวลานาน เนื่องจากพี่งานยุ่ง แล้วพี่ก็แก้ตัวให้กับตัวเองตอนมีคนบอกว่าทำไมไม่ออกกำลังกายว่าฉันเลิกสอน 3 ทุ่ม จะให้ฉันไปออกที่ไหน"

"ทีแรกก็แก้ตัวแบบนี้ จนวันนึงไปสอนที่พัทยา กำลังกินข้าวเช้าฟุบตรงนั้นเลย เขาก็เอาขึ้นรถรพ.กรุงเทพพัทยา เข้าสมิติเวช หมอมาตรวจปรากฎว่าน้ำตาล ไขมัน ต่างๆ นานา เขาบอกว่าอาจารย์ต้องดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายนะ คราวนี้ไม่มีข้อแก้ตัว ห้องนึงในบ้านอุทิศเป็นห้องออกกำลังกาย ซื้อเครื่องออกกำลังกาย เริ่มต้นด้วยการซื้อที่ออกกำลังกายถูกๆ จากทีวีไดเร็ก เริ่มทำได้ 5 นาที 10 นาที จนสุดท้ายทำได้เป็นชม. พี่ก็ไปซื้อแบบที่อยู่ในฟิตเนสเลย ราคา 2-3 แสน เอามาปั่น และทุกวันนี้พี่ก็ปั่นให้ได้อย่างน้อยวันละชม.ต้องได้ หนึ่งสัปดาห์ทำได้น้อยกว่า 5 ครั้งจะเสียใจมาก พี่ต้องทำให้ได้มากกว่า 5 ครั้ง เพราะฉะนั้นการไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ไม่กินน้ำอัดลม คือการดูแลสุขภาพพี่ 365 วันเสรีไม่มีคำว่าลาป่วย มีอย่างเดียวคือตอนไม่ดูแลตัวเองช่วงนั้นทำให้มีปัญหาเรื่องเบาหวาน แต่ดูแลได้"

อยากให้กำลังใจคนอมโรค?

"ดูแลตัวเองสิคะ ร่างกายเราไม่ใช่ว่าซ่อมไม่ได้ อะไรบางอย่างมันซ่อมได้ เราก็เปลี่ยนตัวเอง กินเหล้าก็หยุดกินเหล้า สูบบุหรี่ก็ลองหยุดสูบบุหรี่ อาหารการกินอะไรที่ดีต่อร่างกายก็กิน"

Happiness แนวทางการใช้ชีวิตของอาจารย์เป็นยังไง?

"พี่เป็นคนปลงง่าย หลักการของพี่อย่างที่บอก คำขวัญประจำใจคือความสุขคือกำไร ความทุกข์คือขาดทุน ทำไมต้องใช้ชีวิตที่ขาดทุนด้วย ในชีวิตไม่มีวันเจอสิ่งดีไปตลอด เราอาจทำงานล้มเหลว เจอคนไม่ดี เลิกกับแฟน นี่คือสิ่งทำให้ชีวิตเราเป็นทุกข์ได้ แต่ยึดหลักว่าอะไรแก้ได้ก็แก้ อะไรแก้ไม่ได้ปลง ถ้าแก้ได้ก็แก้สิ ใช้ความพยายามให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อะไรแก้ไม่ได้ก็ปลง อะไรที่ควบคุมไม่ได้ อยู่ด้วยแล้วเป็นทุกข์ เมื่ออยู่แล้วควบคุมไม่ได้เราก็หนีสิ อย่าไปอยู่ใกล้"

"ตอนพี่เข้าธรรมศาสตร์ปีหนึ่ง พี่ต้องไปอยู่นอกโรงเรียนอยู่หอพัก พี่ย้ายหอพักจนพี่ได้บ้าน อยู่ที่นี่แล้วคนในหอพักไม่ดี กินเหล้าเมายา พี่ก็ไม่ได้ทะเลาะกับเขา พี่ก็ย้ายหอ พอไปเจอคนไม่ดีอีกก็ย้าย ย้ายโดยไม่แจ้งให้พ่อรู้ พ่อก็ไปหาที่เก่า พอหาไม่เจอ เพราะตอนนั้นไม่มีโทรศัพท์แบบสมัยนี้ กว่าจะเจอกันได้ พ่อกับแม่เลยปรึกษาว่าย้ายเยอะแบบนี้ ซื้อบ้านให้มันเลยแล้วกัน (หัวเราะ) พี่โชคดีมั้ย พี่ได้บ้านเลย (หัวเราะ) พ่อเขาขี้เกียจมาคอยดูว่าย้ายไปอยู่หอไหน สุดท้ายพี่ได้บ้านได้รถตั้งแต่ปีหนึ่ง"

"พี่ไม่เข้าไปยุ่งกับอะไรต่างๆ ที่ทำให้ตัวเราเป็นทุกข์ ถ้าเราอยู่กับใครที่ไม่เห็นค่าเรา ไม่ว่าจะคนรักหรือที่ทำงาน ที่ไหนไม่เห็นค่าเรา พี่จะไม่อยู่ให้ตัวเองเป็นทุกข์กับสิ่งเหล่านั้น พี่ไม่แบก ไม่หามอะไรทั้งสิ้น ถ้าแบกหามแล้วเป็นทุกข์ไม่เอา พี่มีความสุขเพราะไม่แบก ไม่หาม ไม่ถือ พี่ปล่อยวาง"

ถ้าลูกไม่ได้ดั่งใจ ทำยังไง?

"แม่พี่บอกว่าอยู่ก็เลี้ยง ตายก็เผา บางทีลูกๆ พอพ่อแม่ด่าว่าโกรธ หนีออกจากบ้าน พอเราเห็นพี่น้องหายไป เราก็อยากไปตาม แม่บอกว่าไม่ต้องตาม คิดได้ก็ให้มาเอง อยู่ก็เลี้ยง ตายก็เผา ลูกบางคนถ้าไม่ให้จับไฟให้ร้อน ให้รู้ด้วยตัวเอง สอนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง อย่าเล่นกับไฟนะ อ้าว ไม่ฟัง ก็ให้เล่นไปเลย วันหลังมันรู้ก็ไม่ต้องไปสอน ถ้าลูกดื้อมากๆ เราง้อสารพัดสารพันจะได้ใจ เอาเลยตามใจ ปล่อยไปเลย อยู่ก็เลี้ยง ตายก็เผา แต่เราต้องสอนก่อนนะ พี่เป็นคนเลี้ยงดูหลาน พี่ไม่เคยด่าหลาน แต่ชอบเล่าคนชั่วให้เขาฟัง ว่าวันก่อนอาไปโรงหนัง อาเจออย่างนั้นอย่างนี้ ก็เป็นการบอกให้เขารู้ว่าเราไม่ชอบ เราไม่เคยไปว่าเขา เราเล่าสิ่งชั่วร้ายให้เขาได้รู้ ว่าสิ่งนี้ไม่ดีนะ ให้เขารู้ว่าสิ่งที่ดีคือสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เราพูด"

ถ้าพูดแล้วเขาไม่ฟังอีก?

"ก็แล้วแต่เวรแต่กรรม ในเมื่อสอนแล้วเธอไม่เอา ถ้าเกิดอะไรจากการกระทำของเธอ รับกรรมไปเองเพราะไม่ใช่ไม่สอน สอนแล้วแต่ไม่อยากฟัง โอเค คนเราต้องมีชะตา เมื่อสอนแล้วไม่ฟัง เธอเผชิญชะตาตัวเองแล้วกัน"

อยากฝากให้ผู้ชมไปใช้ยังไง?

"ถ้าใครเห็นอาจารย์เป็นคนมีความสุขก็ลองดูสิคะ มีชีวิตอย่างมีความหวัง อย่ามองโลกแง่ร้าย ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองให้มีความแข็งแรงทั้งกายและใจ และต้องมีอารมณ์ที่มั่นคงด้วย สุดท้ายจงมีความสุขเถอะค่ะ แล้วชีวิตจะมีกำไร อย่าไปทำอะไรที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ จะทำให้ชีวิตขาดทุน"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend