ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วืดประกัน ส่ง "เพนกวิน - รุ้ง" เข้าเรือนจำ

9.14K 100
วืดประกัน ส่ง เพนกวิน - รุ้ง เข้าเรือนจำ

"เพนกวิน" พริษฐ์ ชิวารักษ์ เดินคอตกเดินเข้าเรือนจำ - "รุ้ง ปนัสยา" เข้าทัณฑสถานหญิง รับชะตากรรมเดียวกัน หลังศาลไม่อนุญาตค้านประกััน กรณีเป็นแกนนำเยาวชนปลดแอก

เมื่อเวลา 11.45 น.วันนี้ (21 ต.ค.) พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามควบคุมตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ "รุ้ง" สองแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มายื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกต่อศาลในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯตามมาตรา 116 เเงะข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง คดีชุมนุมปักหมุดที่ท้องสนามหลวงวันที่ 19 ก.ย.2563 โดยระหว่างที่นำตัว "เพนกวินเเละรุ้ง" เปิดหน้าต่างรถคุมขังสน.ชนะสงคราม ออกมาชู 3 นิ้ว พร้อมสีหน้ายิ้มเเย้ม

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ก่อเกิดเหตุได้มีกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดยนาย พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 1-2 กับพวกได้ประกาศนัดหมายกันผ่านสื่อออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์และการแถลงข่าวที่ม.ธรรมศาสตร์ ทางสื่อทีวี ว่าจะมีการจัดกิจกรรม 19กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ในวันที่ 19 ก.ย.2563 เวลา 14.00 น.ที่ม.ธรรมศาสตร์ และพื้นที่สนามหลวง 

ต่อมาตามวันเวลาที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางเข้ามารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณฟุตบาทด้านหน้าม.ธรรมศาสตร์ รอบพื้นที่สนามหลวง ตำรวจสน.ชนะสงคราม จึงได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อกฎหมายให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติกิจกรรม โดยน.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ปราศรัยเชิญชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวกันให้มากที่สุดเพื่อจะเข้าไปภายในม.ธรรมศาสตร์ โดย น.ส.ปนัสยา จะนำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปด้วยตัวเอง เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ของม.ธรรมศาสตร์ให้เปิดประตูและในเวลาประมาณ 12.05 น.ของวันที่ 19 ก.ย.2563 นายภาณุพงศ์ จาดนอก พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันผลักดันประตูรั้ว ม.ธรรมศาสตร์จนแม่กุญแจที่ล็อคประตูรั้วของม.ธรรมศาสตร์ได้รับความเสียหาย กลุ่มผู้ชุมนุมจึงสามารถเข้ามาภายในม.ธรรมศาสตร์ได้ และกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งยังได้มีการตัดเหล็กแม่กุญแจของประตู ม.ธรรมศาสตร์ ด้านท่าพระจันทร์ โดยมีนายพริษฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1เป็นผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาภายในม.ธรรมศาสตร์ ทางประตูดังกล่าวอีก 

ต่อมาเวลา 12.30 น.น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ขึ้นไปบนรถยนต์เคลื่อนที่ปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียง หลังจากนั้นในเวลาประมาณ 15.34 น.ของวันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณ ม.ธรรมศาสตร์ เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังพื้นที่ท้องสนามหลวง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงประชาสัมพันธ์ว่าการชุมนุมในวันนี้เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้พังรั้วสนามหลวงฝั่งสนามหญ้าจริงและมีการผลักดันกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพบกลุ่มการ์ดพร้อมคีมตัดกุญแจเดินตัดกุญแจรอบสนามหลวง หลังจากนั้นได้มีการจัดตั้งเวทีปราศรัยและจัดกิจกรรมบนเวทีปราศรัยใหญ่ ต่อมาวันที่ 20 ก.ย.2563 เวลา 00.49 น.-02.30 น.นายพริษฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่ท้องสนามหลวง โดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าต่อหน้าผุ้ชุมนุมโดยเนื้อหาปราศรัยได้กล่าวพาดพิงและโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเพื่อให้ประชาชนทั่วไปล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

และในเวลาประมาณ 00.03 น.-00.35 น.ของวันเดียวกัน น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่ท้องสนามหลวงโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าต่อหน้าผู้ชุมนุม โดยเนื้อหาปราศรัยได้กล่าวพาดพิงและโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ จากนั้นเวลา 06.44น.นายพริษฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และ น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 2 กับพวกและกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันทำพิธีปักหมุดคณะราษฎร์ โดยนำหมุดมาฝังลงบนพื้นท้องสนามหลวงบริเวณหน้าเวที ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการเจาะทำลายพื้นบริเวณดังกล่าว ภายหลังแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยยื่นข้อเรียกร้อง 8 ข้อ 

ต่อมาภายหลัง พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสอง


จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานของศาลอาญาออกหมายจับ นายพริษฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1585/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 และน.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับศาลอาญษที่ 1586/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค.2563โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน"ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยกระทำผิดเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด"

กระทั่งวันที่ 20 ต.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงครามได้ร่วมกันจับกุมนายพริษฐ์ และ น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องทั้งสองก่อนแจ้งข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินและข้อหาอื่นๆอีกด้วย เหตุเกิด บริเวณม.ธรรมศาสตร์และท้องสนามหลวง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาโดยตลอด จะครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมง ในวันที่ 22 ต.ค.2563 เวลา 14.50 น.หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก,รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาทั้งสองจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสอง มาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้ระหว่างการสอบสวนเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.-1 พ.ย.2563 และหากผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว

พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์จะไปชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองในลักษณะเดิมเหมือนที่ผ่านมาและผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอยู่หลายคดีและหลายท้องที่ ซึ่งล้วนเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงหากได้รับการประกันตัวไป เกรงว่าผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องหรือไม่

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend