ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ออกหมายจับแล้ว 5 รายตามภาพทำลายป้อมตร.แยกบางนา

1.12K 17
ออกหมายจับแล้ว 5 รายตามภาพทำลายป้อมตร.แยกบางนา

กอร.ฉ. แถลงออกหมายจับอดีตเด็กช่างกล และบุคคลตามภาพอีก5 รายทำลายป้อมแยกบางนา ส่วนสถานการณ์ผู้ชุมนุมวันนี้นัดหมาย 4 จุดหลัก "แยกเกษตร-ใต้สะพานภูมิพล-งามวงศ์วานหน้าเรือนจำ และ รถไฟฟ้า MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุข" เน้นกำลังเคลื่อนเร็วดูแลความสงบ เตือนนำเสนอข่าว ปลุกปั่น-ทำให้เข้าใจผิด ช่องทางโชเชียลมีเดียวเชิญชุมนุมมีความผิด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้  กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการดำเนินการของตำรวจและสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมตลอดทั้งวัน

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ภาพรวมผู้ชุมนุมได้มีการนัดหมายใน 4 จุดหลัก 1.บริเวณแยกเกษตร 2.ใต้สะพานภูมิพล 3.บริเวณถนนงามวงศ์วาน ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 4.รถไฟฟ้าMRT สถานีกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี สำหรับการเตรียมกำลังกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ทั้งหมด 12 กองร้อย จำนวน 1,860 นายภายใต้การบังคับบัญชาของพล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผบช.น. และพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. โดยเน้นการจัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่มีการชุมนุมในสถานที่ต่างๆ และป้องกันเหตุร้ายจากมือที่สาม ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอย้ำเตือนมายังพี่น้องประชาชนว่า การบังคับใช้กฎหมายในช่วงเวลานี้ กับกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นไปตามกฎหมายภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกทม. ซึ่งใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 มิใช่ช่วงสถานการณ์ปกติ 

จึงไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์อันก่อให้เกิดความร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น การนำเสนอข่าวสารไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว อันจะเป็นการปลุกปั่นหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ โดยฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางโชเซียลมีเดีย ที่มีการชักชวน เชิญชวน เข้ามาชุมนุม มีความผิดตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้กระทำอาจจะได้รับโทษตามกฎหมาย ฝากเน้นย้ำการใช้โชเซียลมีเดียในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโพสต์รูปหรือข้อความอันเป็นเท็จอันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ซึ่งการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และอาจมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย


พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวถึง กรณีที่ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ทางกรมราชทัณฑ์และตำรวจท้องที่ได้ประสานงาน เพื่อวางมาตราการรองรับไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการอำนวยความสะดวก รถของผู้ต้องขัง เข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ หากมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก จนไม่สามารถนำรถเข้าได้ อาจมีการเปลี่ยนเส้นทางหรือรอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมก่อน เพื่อความปลอดภัย

ส่วนความคืบหน้าล่าสุดกรณีกลุ่มบุคคลทำลายป้อมตำรวจบริเวณแยกบางนานั้น พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยว่า  ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.บางนา ได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาพระโขนง ออกหมายจับ นายขวัญ จินา อดีตนักเรียนโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง และออกหมายจับบุคคลตามภาพถ่ายอีก 5 ราย ในข้อหา ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความไม่สงบในบ้านเมือง,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินของราชการ ส่วนภาพที่มีการแชร์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตำรวจไม่มีแผนดังกล่าว แต่บุคคลในภาพอยู่ในขั้นตรวจสอบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่

เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช | ภาพโดย กรกมล อักษรเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend