ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

"ซามีน่า" โต้ถูกเทรนให้เป็นนางงามเฟก! เคลียร์ปมร้อนนางลูบ แซะ "บิ๊กตู่" สิ่งมีชีวิตที่ควรดับสูญ!

1.69K 9
ซามีน่า โต้ถูกเทรนให้เป็นนางงามเฟก! เคลียร์ปมร้อนนางลูบ แซะ บิ๊กตู่ สิ่งมีชีวิตที่ควรดับสูญ!

"ซามีน่า สิริลักษณ์" ผู้เข้าร่วมประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ออกมาเปิดใจ เรื่องราวการสู้ชีวิตเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเผยที่ผ่านมาไม่เคยเจอพ่อชีวิตลำบากมากแต่มีแม่คอยผลักดันเป็นกำลังใจให้เสมอ โต้ถูกเทรนให้เป็นนางงามเฟก! เคลียร์ปมร้อนนางลูบ รับเคยแซะ "บิ๊กตู่" สิ่งมีชีวิตที่ควรดับสูญ!

รายการ ถามสุดซอยWeekend ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.40 น. ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย "หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์" ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "ซามีน่า สิริลักษณ์" ผู้เข้าร่วมประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ประเด็นการสู้ชีวิตเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

โปรโมชั่นดีๆที่lazada( คลิกเลย )

อายุเท่าไหร่?

"26 ค่ะ มีพี่น้อง 4 คนค่ะ เป็นที่ 3 แต่ถ้าผิวสีมีแต่ซาคนเดียว เป็นลูกครึ่งไทยแอฟริกันอเมริกัน พ่อเป็นแอฟริกันอเมริกัน แม่เป็นคนสระบุรี"

ไม่เคยเจอพ่อเลย รู้สึกยังไงโตมาอยู่กับคุณแม่อย่างเดียว?

"ซาไม่รู้สึกว่าขาดหรืออะไร แม่มาบอกตอนอายุ 15 ว่าไม่ได้มีพ่อ เพราะก่อนหน้านั้นเราก็อยู่กับแม่ปกติ แม่ทำหน้าที่ของเขาดีมากๆ อยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าเราขาดอะไรไป"

ไม่ถามถึงคุณพ่อเหรอ ว่าเป็นใคร อยู่ไหน?

"ไม่ถามค่ะ เขาไม่บอกหนูก็ไม่ถาม"

ฐานะที่บ้านเป็นยังไงบ้าง?

"ลำบากค่ะ ลำบากอยู่แล้ว แต่ยิ่งมาลำบากเข้าไปอีกตอนหนูอายุ 15 แม่ประสบอุบัติเหตุแขนข้างนึงทำงานไม่ได้ ตอนนั้นเป็นช่วงที่หนูจะได้เรียนต่อม.4 มั้ยหรือหยุดแค่ม.3 แต่หนูอยากเรียนมาก แม่ไม่ไหวจะส่งเราก็ต้องดูแลตัวเอง ต้องเริ่มต้นหางาน"

เริ่มต้นจากงานอะไรก่อน?

"เป็นงานรับจ้างล้างจาน คนจ้างเป็นป้าของเพื่อน ไปรับจ้างล้างจานตอนเย็น และเสาร์อาทิตย์จะไปตัดต้นข้าวโพด เพราะจันทร์-ศุกร์มีเรียนหนังสือ แล้วก็จะมีเก็บฝ้าย ถอนมัน แล้วมีที่เขาปักมัน ตอนแรกหนูทำไม่เป็น ก็ปักผิด เอาตาช้าขึ้น ต้องปักใหม่เป็นไร่ ข้างในเป็นงานไร่ก็ทำได้ประมาณนั้น"

ได้ค่าแรงเท่าไหร่?

"ได้ตั้งแต่ 120 ไม่เกิน 200 ประมาณนี้ ได้มาก็จุนเจือครอบครัว เพราะแม่หนูเขาหาไม่ได้ด้วย หนูต้องไปโรงเรียนจันทร์-ศุกร์ ฉะนั้นจะต้องมีค่ารถค่าเดินทาง บวกกับตอนนั้นน้องต้องเรียนหนังสือด้วย ก็ต้องดูทั้งน้อง ทั้งหนู ทั้งแม่"

ทำงานวันละกี่ชม.?

"ต้องรอขึ้นรถประมาณ 6-7 โมงเช้า ขึ้นรถกระบะแล้วเรานั่งกระบะหลังกันไปเพื่อเข้าไร่ แล้วแต่ว่าตัดที่ลพบุรี สระบุรี ไร่อยู่ที่ไหนเราก็ไปตามนั้น แต่เจ้าของจะเอารถมารับหน้าปากทาง พอขึ้นรถไปก็จะเริ่มงาน 8-9 โมง งานจบที่ 5-6 โมง แล้วแต่ว่าปิดยอดยังไง"

lazada Shop-Downy ซื้อ2แถม1( คลิกเลย )

น้อยใจกับโชคชะตามั้ย?

"หนูว่ามันเหนื่อยมากกว่า ไม่ได้น้อยใจ รู้สึกเหนื่อยจังเลย กลับมาก็ต้องอ่านหนังสือ บวกกับบ้านหนูไม่มีไฟฟ้า บ้านอยู่ลึกมาก ไม่มีเงินพอเดินสายไฟ มันก็ต้องอยู่กับการจุดเทียนอ่านหนังสือ หนูเหนื่อยแบบนี้มากกว่า บ้านใช้เทียนแล้วขยับมาเป็นน้ำมันตะเกียง แต่มันเหม็น หนูไม่ชอบ ก็เลยเป็นเทียน หนังสือหนูจะมีเทียนหยดเยอะมาก"

ให้กำลังใจตัวเองยังไง?

"หนูก็คิดว่าวันหนึ่งหนูต้องสบาย หนูต้องมีอะไรที่ดีขึ้น วันนี้อดทนไปก่อน แล้วแม่เป็นคนพลังบวกเยอะมาก ไม่เคยส่งพลังลบให้เลย วันนี้เหนื่อย วันหน้าสบาย ไม่ใช่ เดี๋ยวก็ตายแล้ว แม่จะพูดตลกๆ แบบนี้ แล้วแม่จะบอกตลอดว่าเราอย่าไปคาดหวังให้ใครซัปพอร์ตหรือช่วยเหลือเรา เราต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน ถ้าเราสามารถดูแลตัวเองได้ ต่อไปในภายภาคหน้าถ้าวันหนึ่งเราไปเป็นแม่ เป็นพี่ อยู่ในสถานะที่ขยับขึ้น เราก็ดูแลคนอื่นได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องดูแลตัวเองให้ได้ก่อน"


เห็นบอกว่าเวลาถูกแกล้งตอนเด็กๆ แม่บอกว่าถ้าถูกแกล้งแล้วไม่สู้คน แม่ตีด้วย?

"จริงค่ะ มีเหตุการณ์ที่หนูโดนแกล้งแล้วไปบอกแม่ว่าไม่อยากไปเรียนหนังสือแล้ว ไม่สนุกเลย ไปก็ไม่มีคนเล่นด้วย โดนแกล้ง แม่เลยบอกว่าเราคาดหวังให้เขาช่วยอะไรเรา หนูก็บอกว่าไม่รู้ แค่ไม่อยากไปแล้วไม่สนุก เขาก็บอกว่างั้นเธอต้องไปดูแลตัวเธอเองเพราะเขาไม่สามารถอยู่กับเราได้ 24 ชม. วันนึงไม่จากเป็นก็จากตาย เราต้องอยู่กับตัวเองดูแลตัวเองให้ได้ และเขาก็บอกว่าถ้าเขารู้ว่าเราไปโรงเรียนแล้วเราไม่ตอบโต้ ไม่สู้ หรือไม่เรียนรู้จะใช้ชีวิตเอง กลับมาเขาจะตีเท่าจำนวน ซึ่งแม่ตีเจ็บมาก ในชีวิตหนูโดนแม่ตีแค่ 2 ครั้งและเจ็บมาก หนูไม่ยอมโดนแม่ตีแน่นอน ยอมโดนคนข้างนอกตีดีกว่า"

จุดเริ่มต้นการเข้าวงการ เข้ามาได้ยังไง?

"ตอนแรกหนูทำงาน อยู่ปี 3 เรียนนิติศาสตร์รามคำแหง เพื่อนก็บอกว่าฉันเห็นเธอกล้าแสดงออก ลองส่งงานนี้มั้ย เพื่อนก็ส่งงานแคสเอ็มวีลูกทุ่งให้ ตอนนั้นได้ 1,500 บาท"

โดนล้อบ้างมั้ย?

"โดนอยู่แล้วค่ะ ในปัจจุบัน เวลาหนูจะขึ้นรถสาธารณะ หรือแม้แต่นั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็โดนแซวเรื่องปกติ"

โดนล้อเรื่องสีผิวหรือผิวสี?

"โดนทั้งสองอย่าง โดนทั้งเรื่องเชื้อชาติด้วย และโดนทั้งเรื่องสีผิวด้วย โดนทั้งผมด้วย สีผิวก็โดนคำว่าดำตับเป็ด ถ้าเป็นเรื่องผิวสีก็คือเรื่องเชื้อชาติ อาจไม่มีพ่อบ้าง ลูกนิโกรบ้างแล้วแต่จะโดน"

ตอนที่โดนรู้สึกยังไง?

"ตอนเด็กๆ หนูไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนคนไทยที่ผิวคล้ำกว่าหนูก็มี ผมหยิกกว่าหนูก็มี แต่มาล้อหนู หนูก็เลยงงว่าเราต่างกันยังไง แต่ตอนนั้นหนูยังไม่ได้เข้าใจคำว่าเชื้อชาติ หนูไม่รู้สึกโกรธอะไร ถ้าเขาจะด่าหนูว่าดำ หนูก็ดำจริงๆ เพราะเขาพูดความจริง ไม่งั้นหนูต้องโกรธคนที่เขาว่าผิวขาว แต่ถ้าด่าหนูว่าขี้เหร่ ไม่สวย โง่ ไม่มีศักยภาพ อันนี้หนูโกรธ เพราะคุณตัดสินหนูโดยยังไม่รู้จักหนูเลย"

แล้วถ้ามีคนมาว่าเราเรื่องผิวสี อย่างลูกนิโกร โกรธมั้ย?

"มันจึ๊ก คำว่านิโกรถ้าคนไม่คิดมากก็เป็นแค่นิโกร เป็นแค่เชื้อชาติของคุณ แต่สำหรับหนูเป็นหนึ่งในวิธีการเหยียดที่รุนแรงมาก ซึ่งต่างประเทศเองเขาก็ไม่โอเพ่นกับเรื่องนี้ ใช้คำว่าคนดำ ผิวสียังได้นะคะ แต่ถ้าใช้คำว่านิโกรคือการเหยียดไปถึงเชื้อชาติ มันจะจึ๊กแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องฆ่าแก ไม่ขนาดนั้น"

ไปแคสติ้งงานก่อนมาประกวดนางงาม ราบรื่นมั้ย?

"ไม่ค่อยค่ะ ถ้าสายโฆษณาที่เป็นสายใช้คาแร็กเตอร์ก็มีบ้างสลับกันไป แต่อาชีพที่ใฝ่ฝันคือการเป็นพิธีกร หนูก็เดินหน้าแคสงานพิธีกรที่จะออกข่าวบ่อยๆ ว่าแคสร้อยกว่างานแล้วไม่ได้ นั่นคืองานพิธีกร มีอยู่งานนึงไปกับเพื่อน เพื่อนเป็นคนสวย แต่นางพูดบ้ง พูดปิ้ว ไม่ซัคเซส ไม่เก่งเรื่องนั้นๆ ไปกับเพื่อนนางสวยแต่พูดไม่ได้ หนูก็เป็นอย่างนี้ถ้าคนมองสวยก็สวย มองไม่สวยก็แล้วแต่ พอไปแคสคู่กัน เขาก็ถามว่าใครเป็นเอ็มซี หนูบอกว่าหนูค่ะ เขาก็ขำหนูเลย แล้วก็ชี้ให้เพื่อนคนสวยๆ พูด เพื่อนบอกว่าหนูพูดไม่ได้ค่ะ ให้เพื่อนหนูนี่แหละพูด เพราะพูดเก่ง ก็บอกว่าให้หนูลองพรีเซ้นต์มั้ย ว่าหนูทำได้ประมาณไหน เขาก็ไม่ฟัง บอกว่าตลกๆ ให้มาใหม่ แล้วเขาก็ลุกออกไปจากห้องเลย หนูก็อ้าว ยังไง ต้องไปแล้ว ก็ลุกไปงงๆ บ้งๆ เหมือนกัน"

lazada panda online( คลิกเลย )

แล้วมาเข้าสู่วงการนางงามได้อย่างไร?

"หนูอยากเป็นนางงามมาตั้งแต่เด็ก จะมีประกวดนางนพมาศ ประกวดเทพีโน่นนี่ของโรงเรียน หนูจะไม่ใช่คนที่ได้รับเลือก จะเรียกว่าเป็นปมก็ได้ อยากไปอยู่ตรงนั้น อยากแต่งตัวสวยๆ แต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว รองพื้นก็ไม่ได้มีเบอร์หนู แต่งไปก็ไม่สวย แต่งก็เขียว ลอย เทา ก็เข้าใจตรงนั้น อาจไม่ใช่่ตัวเลือก ก็เป็นเรื่องเวลาไป แต่แพชชั่นของการเป็นนางงามของหนูไม่เคยหายอยู่แล้ว สำหรับหนูไม่ได้คิดว่าการเข้าประกวดนางงามคือผู้หญิงสวยๆ มาแข่งกันเฉยๆ แต่ยุคปัจจุบันเป็นการฟาดฟันกันด้วยทัศนคติ เพราะผู้หญิงสวยเยอะมาก แต่วิธีสุดท้ายที่คุณจะมงลงหรือเข้ารอบลึกๆ ได้อยู่ที่ทัศนคติ การสื่อสาร หรือคุณมีศักยภาพอะไร หรือท้ายที่สุดคุณมีพลังมากพอที่จะเป็นพลังให้ผู้หญิงในโลกนี้หรือเปล่า"

เข้ามาประกวดนางงามก็โดนบูลลี่ โดนเรื่องอะไรก่อน?

"หนูโดนตั้งแต่วันที่สมัครเลย ตั้งแต่เรื่องไม่สวย ไม่เหมาะกับเวทีนางงาม หน้าตาแบบนี้เหมือนผู้หญิงตามข้าวสาร เหมาะกับอาชีพผู้หญิงหากินมากกว่า จะโดนประมาณนี้เยอะ แต่หนูไม่ได้ใส่ใจ ไม่ใช่เป็นคอมเมนต์ที่ติเพื่อก่อ แต่ถ้าบอกว่าน้องฟันห่าง เติมฟัน อันนี้หนูฟังและเก็บไปประมวลผล หรือเช่นน้องต้องไปฝึกการเดินนะ การเดินเรายังไม่โอเค ถ้าอยากมาสายนางงามจริงๆ ต้องฝึกพูดเยอะๆ เพราะมีการพูดในที่สาธารณะเยอะ ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถเอามาต่อยอดและพัฒนาได้ แต่คอมเมนต์บูลลี่ เหยียดต่างๆ พยายามไม่เทค เพราะไม่ได้อะไรจากเรื่องนี้"

รู้มั้ยเราดังในกระแสโซเชียล?

"รู้บ้าง มีหลายเรื่อง หลายประเด็น"

นางลูบคืออะไร?

"จริงๆ เรื่องนี้ไม่อยากพูดแล้ว คือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล คุณไสยอะไรประมาณนี้ เหมือนพอเราโดนสัมผัสจากคนๆ นึง แล้วเราอาการไม่ค่อยดี ซึ่งมันเป็นที่หนูเจอและสัมผัส หนูก็รู้สึกของหนู ไม่ใช่ทุกคนในนั้นเห็นหรือสัมผัสเหมือนกับหนู"

มีเรื่องไปไลฟ์สด แล้วแตะเรื่องการเมืองนิดนึง?

"ค่ะ ตรงนั้นก็ไม่อยากพูดถึงมาก เป็นตอนพูดคุยกันในไลฟ์ส่วนตัว และเป็นการพูดกันถึงคีย์เวิร์ด คำนึงเด้งออกมา ประโยคที่หนูพูดคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นและควรดับสูญไป ในความหมายไม่ได้หมายความว่าให้ผู้ใหญ่ท่านใดท่านหนึ่งเสียชีวิต แต่ความหมายของหนูคือเป็นตรรกะการใช้ชีวิต ตั้งอยู่ ดับไป คือเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องปกติ ทุกคนที่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ล้วนเกิดมาและดับสูญไปอยู่แล้ว แต่หนูก็เข้าใจนะ หลายคนอาจรักและศรัทธาในสิ่งๆ หนึ่ง การที่เขาไปพูดถึงเขาก็อาจตีความไปในทิศทางที่ไม่ดี ก็เป็นไปได้ที่ทำให้เขาจะรู้สึกไม่ดีต่อตัวหนู อันนี้หนูก็ขอโทษมากๆ ที่อาจทำให้หลายคนไม่สบายใจกับสิ่งที่พวกคุณศรัทธาอยู่"

พอกระแสโซเชียลเข้ามาถาโถมเรา เรารู้สึกยังไง?

"ก็เหมือนเดิม เป็นเรื่องกระแส บูลลี่ การเหยียด มีที่เราผิดจริง และมีอันที่เราไม่ได้ตั้งใจทำให้ใครเดือดร้อน หนูก็ต้องเคสบายเคสไป บางอันคอมเมนต์เข้ามาเหมือนผู้ใหญ่ตักเตือนเด็กว่าหนูไม่ควรพูดแบบนั้น ไม่ควรทำแบบนี้ สร้างความเดือดร้อนให้คนนั้นคนนี้ หนูก็เช็กและขอบคุณพี่ๆ หลายคนมากๆ กรณีที่เราผิดจริง หรือบางกรณีสาปไปเรื่องไม่มีทิศทาง ถ้าผิดไม่จริงหนูก็ไม่ตอบโต้ เพราะคิดว่าถ้าเขามีมายด์เซ็ตที่เป็นบวกแต่แรก เขาก็คงไม่ว่าใคร คงไม่พูดคำเหล่านั้นออกมา มายด์เซ็ตเหล่านั้นที่ส่งหาหนู ถ้าเขามีมายด์เซ็ตที่ดีเขาจะไม่พูดแบบนั้น ถ้าหนูต้องไปนั่งอธิบายคนที่ไม่อยากรับฟังก็เหนื่อยเปล่า ก็เลยไม่มีการตอบโต้อะไร"

บางอย่างที่เราถูกฝึกถูกเทรนเป็นนางงาม คนวิจารณ์มันเฟก ไม่จริง รู้สึกยังไง?

"หนูไม่ได้มีพี่เลี้ยง ทุกอย่างที่หนูพูดมาจากชีวิตจริง และเก็บสะสมคำเหล่านี้กลับมาใช้ หนูเป็นคนอ่านหนังสือเยอะมาก บวกกับเรียนนิติศาสตร์ หนูจะอยู่กับหนังสือ คำทุกคำก็จะเป็นคำที่ค่อนข้างสวยอยู่แล้ว หนูก็เลยหยิบคำเหล่านั้นมาใช้ แล้ววิธีการเทรนข้างในกอง ท้ายที่สุดแล้วเรามานั่งรวมกัน มีศาสดาจารย์ มีคนเอ็กซ์เพิร์ดมาเทรนเรา เขาไม่ได้พูดว่าเราต้องทำอะไร เขามีหน้าที่แค่ให้ความรู้ นางงามเก็บไปได้เท่าไหร่แล้วแต่ตัวบุคคล"

สิ่งที่เกิดตั้งแต่วัยเด็กจนวันนี้ อยากทำอะไรอีกในอนาคต?"อยากเดินสายในวงการบันเทิง หนูชอบ เป็นงานที่ไม่รู้สึกว่าขี้เกียจจะตื่น แฮปปี้กับการตื่นมาทำงานทุกวัน บวกกับสายนี้เป็นสายที่หนูรักหนูชอบเป็นอาชีพได้ก็จะเป็นผลดีกับครอบครัว ซัปพอร์ตแม่ ซัปพอร์ตน้อง ซัปพอร์ตหลานๆ ได้ อยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น"

ฝากคนที่ขาดแรงบันดาลใจ?

"อยากให้ทุกคนอย่าไปคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเจอหรือสิ่งที่ตัวเองเป็น เป็นสิ่งที่เลวร้าย ทุกสิ่งที่เจอในชีวิตคือบททดสอบ อย่างหนูเจอความลำบาก ณ ปัจจุบันก็ยังเจอบ้างในหลายๆ เรื่อง แต่ก็ผ่านมาได้ หนูอยากให้ทุกคนมองที่หนูเป็นคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับการสู้ชีวิตไปเลยก็ได้ หนูเองก็ไม่ได้มีต้นทุนชีวิต ไม่ได้มีครอบครัวที่พร้อม ไม่มีฐานะการเงินที่ดี แต่หนูยังอยู่จุดนี้ ทำสิ่งที่หนูรักหนูชอบได้ มันเป็นเพราะความพยายามของหนู ฉะนั้นตัวคุณเองไม่ว่าจะเจออะไรที่ไม่ดี ก็อยากให้อดทน คำนี้ใช้ได้เสมอ สักวันจะผ่านไป ประโยคนี้จะอยู่กับหนูทุกครั้งที่เจอเรื่องแย่ๆ แล้วมันจะผ่านไปจริงๆ ยิ่งคุณให้เวลากับความทุกข์เท่าไหร่ คุณจะเสียเวลากับความสุขมากเท่านั้น ไปเลือกเองค่ะ จะอยู่กับความทุกข์หรือความสุข"

เรื่องที่ทำให้ท้อที่สุดในชีวิต?

"หนูไม่เคยท้อ การสู้การใช้ชีวิตของหนู เป็นสิ่งที่เรียนรู้จากคนอื่นไม่ได้ ไม่งั้นหนูจะไม่ผ่านดราม่าโซเชียลมาได้หลายๆ ครั้ง มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากตั้งแต่เด็กๆ หนูเหนื่อยจริงๆ แต่ไม่เคยท้อแม้แต่ครั้งเดียว"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend