ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"ดร.อานนท์" ชี้ม็อบคณะราษฎร ยึดจุดยุทธศาสตร์ ซ่อนนัยยะแอบแฝง ล้มล้างการปกครอง

1.51K 22
ดร.อานนท์ ชี้ม็อบคณะราษฎร ยึดจุดยุทธศาสตร์ ซ่อนนัยยะแอบแฝง ล้มล้างการปกครอง

"ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์" อาจารย์ (NIDA) ออกมาให้สัมภาษณ์ในกรณีการชุมนุมคณะราษฎรที่กำลังร้อนแรง เผย ไม่อาจคาดเดาจุดจบ ชี้ม็อบคณะราษฎร ยึดจุดยุทธศาสตร์ ซ่อนนัยยะแอบแฝง ล้มล้างการปกครอง มั่นใจคนไทยไม่อดทนถึง 1 ปี เหมือนฮ่องกงโมเดล

รายการ ถามสุดซอยWeekend ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.40 น. ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย "หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์" ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์" อาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กรณีการชุมนุมคณะราษฎรที่กำลังร้อนแรง

ได้มีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นดาวกระจาย แต่ละยุทธวิถีหรือยุทธศาสตร์แต่ละวัน ถูกเปลี่ยนแปลงหรือเริ่มต้นยังไง?

"พ.ร.บ.การชุมนุมต้องขออนุญาตก่อน ต่างประเทศก็ขออนุญาตก่อนและต้องจัดภายในพื้นที่ที่จำกัด ซึ่งทางรัฐหรือตร.เขาจัดไว้ให้ แต่อันนี้คือบุกลงพื้นที่สาธารณะ ขัดขวางการจราจร ไปที่ที่เขาห้ามไป แต่เหตุที่ม็อบทำแบบนั้นเพราะเขาต้องการให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจัดการได้ในเวลา เพราะความช้าของราชการมีอยู่ พูดตรงๆ นะ ราชการก็ช้า ตร.ก็ช้ากว่าจะตัดสินใจ ถ้าม็อบขอล่วงหน้าเขาจะเตรียมคนมาได้ จัดการได้ แต่ทีนี้เขาไม่บอก จงใจผิดกฎหมายแหละ เพราะทำให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนได้ช้ากว่า"

"แฟลชม็อบเกิดขึ้นก็คือม็อบที่มาเร็วไปเร็ว คราวนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการสื่อสารที่รวดเร็วมาก ยุคนี้เขาทำได้เพราะโซเชียลมีเดียทำได้เร็วมากนัดหมายผ่านโซเชียลทั้งหมด สาเหตุที่เป็นแฟลชม็อบมีหลายอย่าง หนึ่งคือคนมาร่วมชุมนุมเป็นเด็กอายุน้อย ไม่สามารถปักหลักพักค้างได้ เพราะเดี๋ยวพ่อแม่ต้องตาม และต้องไปเรียนหนังสือ เขาจะเลือกใช้เวลาหลังสี่โมงเย็น และสลายการชุมนุมกันเองไม่เกิน 2-3 ทุ่ม สองแฟลชม็อบพยายามไม่ให้มีแกนนำ ที่เขาประกาศให้ทุกคนเป็นแกนนำของตัวเอง มันผิดกฎหมายหมด แล้วคนที่เป็นต้นคิดอยู่ข้างหลังก็ไม่กล้าออกมายืนข้างหน้า เพราะถ้าออกมายืนข้างหน้าเมื่อไหร่ก็จะมีคดี มีคุก"

จริงๆ มีมั้ย?

"มีครับ เหมือนจะไม่มีแกนนำแต่มี ถ้าไม่มีคงไม่มีการแจกหมวกโล่กันรถน้ำยิงตั้ง 4 กว่าใบ มีแจกเสื้อกันฝน มีการนัดแนะว่าเวลาไหนอย่างไร ทุกอย่างมีสคริปต์อยู่ข้างหลังแต่ไม่แสดงตัว"

วันที่ 16 ที่ภาครัฐนำรถบรรทุกน้ำมาฉีดน้ำ เกิดอะไรขึ้น?

"ฉีดน้ำเกิดที่ราชประสงค์ จริงๆ การเลือกทิศทางของม็อบ จะเลือกไปได้หลายทิศทาง ตรงแยกราชประสงค์ คุณจะเคลื่อนไปทางสีลมก็ได้ จะออกถนนราชดำริ เคลื่อนไปทางประตูน้ำออกอนุสาวรีย์ชัยสมูรภูมิก็ได้ เคลื่อนออกทางอโศกก็ได้ แต่ม็อบเลือกเคลื่อนมาใกล้เขตพระราชฐาน คือแยกปทุมวัน และเคลื่อนในเวลากลางคืน โดยกฎหมายเจ้าหน้าที่มีหน้าที่อารักขา ถวายความปลอดภัย กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามชุมนุมในเขตที่ใกล้เขตพระราชฐานเกิน 150 เมตร เพราะเป็นเรื่องการถวายอารักขาและความปลอดภัยของสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อม็อบเลือกเคลื่อนไปทางนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตร.มีทางเลือกไม่มาก ก็จำเป็นต้องสลาย ถามว่าผิดหลักสากลมั้ย ก็ยอมรับว่าผิด เพราะการสลายม็อบกลางคืนไม่ควรทำ แต่วันนั้นมีความจำเป็นเพราะเป็นเขตพระราชฐาน การทำเช่นนั้นถามว่าเรียงไปตามหลักสากลมั้ย สากลคือเจรจา เป็นการต้อนโดยการใช้โล่ ตร.ตั้งแถว ตั้งแผงกั้น ค่อยๆ บีบออก สเต็ปถัดไป ก็เป็นรถฉีดน้ำ พอสเต็ปถัดไป เปิดเสียงมีความถี่สูงทำให้คนอยู่ไม่ได สเต็ปถัดไปคือแก๊สน้ำตาแล้วค่อยเป็นกระสุนยาง นี่คือเรียงมาตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง"

โปรโมชั่นดีๆที่lazada( คลิกเลย )


การฉีดไปที่ตัวผิดมั้ย?

"ไม่ผิดหรอกครับ น้ำไม่ได้อันตรายอะไร มีหลายคนบอกใส่สารเคมี ก็จริง เคมีตัวนั้นเป็นเคมีที่คนเรียนเคมีทั่วไปรู้จัก คือเมทิลีน บลูไม่ได้มีอันตรายอะไรเลย ที่ทั่วโลกสากลใช้เพราะใช้แล้วติดผิวหนัง เป็นสีที่ใช้ย้อมเนื้อ พอติดแล้วล้างออกยากมาก 2-3 วัน ล้างไม่ออก การตามเพื่อจับกุมตัวจะง่าย สองพอสีติดตัวล้างไม่ออก ออกมาชุมนุมอีกรอบในวันถัดไปจะยาก"

การชุมนุมหลายปีที่ผ่านมา เขาใช้การฉีดน้ำแบบนี้มั้ย?

"รถฉีดน้ำ สำนักงานตร.แห่งชาติเชื้อมา สมัยคุณยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ไม่เคยเอาใช้ นี่เอามาใช้ครั้งแรก"

แล้วครั้งก่อนๆ เขาใช้อะไร?

"แก๊สน้ำตาครับ กลุ่มพันธมิตร กปปส. ไม่ได้เจอรถฉีดน้ำนุ่มนวลแบบนี้หรอก เจอแก๊สน้ำตาไปเลย"

ทำไมจุดนัดพบหรือจุดนัดหมาย มักนัดที่ราชประสงค์?

"สำหรับกลุ่มนี้เลือกราชประสงค์ เพราะชื่อมีความหมาย มีนัยยะซ่อน ราชประสงค์คือประสงค์ของพระราชา เขาก็มาแผลงคำเป็นราษฎร เป็นราษฎร์ประสงค์ เป็นประสงค์ของราษฎร เพราะเขาต้องการล้มล้างเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครอง เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองซ่อนอยู่ในนั้น นี่คือเหตุที่หนึ่ง สองเป็นย่านเศรษฐกิจการค้าสำคัญ การชุมนุมต้องการส่งผลกระทบเศรษฐกิจด้วย สามบริเวณนั้นมีรถไฟฟ้าผ่านเป็นย่านกลางเมือง ซึ่งเหมาะสมมากกับการเป็นทำเลสำหรับแฟลชม็อบเยาวชนปลดแอกราษฎร เพราะทาเก็ตเขาเป็นโรงเรียน ย่านที่เป็นโรงเรียน มารถไฟฟ้าจะได้สะดวก และคนวัยทำงานซึ่งอายุยังน้อยๆ มาด้วยรถไฟฟ้าได้อีก"

lazada panda online( คลิกเลย )

การขยายจุดชุมนุม เป็นการเลือกมั้ย?

"การกระจายเป็นแฟลชม็อบ โดยไม่บอกจุดล่วงหน้า เป็นการทำให้ในเชิงยุทธวิธี ชิงความได้เปรียบ เนื่องจากไม่รู้จะหยุดที่ไหน อาศัยความเหนือกว่าในการสื่อสารรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนไปไม่ทัน อย่างม็อบห้าแยกลาดพร้าว 2 ทุ่มเลิกแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังอยู่สะพานควาย (หัวเราะ) คือเจ้าหน้าที่ช้ากว่าแฟลชม็อบเพราะเขาสื่อสาร ขณะที่เจ้าหน้าที่รอนายสั่ง รอการข่าว กว่าจะเคลื่อนไป พอเคลื่อนหลายจุดกระจายกำลังก็จัดการยาก ส่วนที่เขาเลือก 3 หัวมุมเมืองก็มีความหมายในเชิงยุทธศาสตร์ว่านี่ทั้งชาตินะ เป็นการเคลื่อนไหวทั้งประเทศ ห้าแยกลาดพร้าวคือทางหลวงแผ่นดิน ถนนพหยลโยธิน วิภาวดี ซึ่งมาจากเหนืออีสาน ถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน ที่วงเวียนใหญ่เป็นทางหลวงแผ่นดินเหมือนกัน ถ้าพี่น้องทางใต้จะเข้ามาร่วมชุมนุมก็ชุมนุมที่วงเวียนใหญ่ได้เลย ขณะที่บางนาอุดมสุข คือถนนสุขุมวิท บางนาตราด ก็เป็นสายตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินเหมือนกัน ฉะนั้นทั่วราชอาณาจักรไทยถ้าจะมาร่วมชุมนุมกับเขา เปลี่ยนแปลงจากราชาประสงค์ เป็นราษฎรประสงค์ ก็ตรงนี้แหละ 3 มุมเมืองซึ่งครอบคลุมทุกทิศที่จะเข้าเมืองได้ และอย่างที่สอง มันก็เป็นการบล็อก การชุมนุมทุกครั้งต้องทำให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ทำให้คนไม่สะดวก การบล็อกทางเข้าเมือง 3 จุดยุทธศาสตร์ทั้งหมด รถติดวินาศสันตะโร"

 lazada Shop-Downy ซื้อ2แถม1( คลิกเลย )

การนัดหมาย นัดแนะบอกจุดในการชุมนุมกัน พบปะกัน ใช้ในโลกโซเชียลมีเดีย?

"โซเชียลมีเดียมีการแบ่งกลุ่มอยู่ ทาเก็ตคนเขาต่างกัน คนอายุสูงก็ไลน์ กลางๆ ก็เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์อายุน้อยที่สุด แกนนำกลุ่มนี้เขารู้ว่ากลุ่มเขาใช้ทวิตเตอร์เป็นหลัก ดังนั้นเขาก็ใช้ข้อความสั้นๆ ไม่ถึง 2 บรรทัด แล้วรีทวิตอย่างรวดเร็ว สื่อสารกันด้วยข้อความสั้นๆ เป็นหลัก แต่ในไลน์ เฟซบุ๊กถามว่ามีมั้ย มีเหมือนกันหมด ผมยังพูดเล่นๆ ว่าจริงๆ รัฐบาลปิดรถไฟฟ้าทุกเส้นไม่มีประโยชน์ ถ้าจะให้ปิดจริงๆ ปิดไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์สักวัน นัดกันก็ต้องโทรศัพท์อย่างเดียว ได้ผลกว่าปิดรถไฟฟ้า แต่โอเคชาวบ้านเขาเดือดร้อน ก็จะโดนว่าปิดกั้นเสรีภาพอีก"

คาดว่าจะได้เห็นในอนาคตมั้ย?

"จะกระจายยิ่งกว่านี้ ผุดเป็นดอกเห็ดทั่วราชอาณาจักร เพราะตอนนี้เริ่มแล้วที่สงขลา เชียงใหม่ พิษณุโลก อุบลราชธานี และเริ่มในมหาวิทยาลัยก่อนเพราะเป็นทาเก็ตคณะราษฎร 63 ต่อไปจะเริ่มกระจายเยอะขึ้นเรื่อยๆ กรุงเทพฯ ก็จะไม่ใช่ 3 จุด เป็นการทำตามฮ่องกงโมเดล"

การแสดงความคิดเห็นของบุคคลสาธารณะ นักแสดง นักร้อง มองเรื่องนี้ยังไง?

"เป็นเสรีภาพของเขา เขาจะแสดงความเห็นหรือไม่แสดงความเห็น ก็เป็นเสรีภาพของเขา ในเมื่อเราทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตราบใดที่มันไม่หยาบคายจนเกินไป ตราบใดที่ไม่ไปก้าวล่วงคนอื่นไม่มีปัญหาทั้งนั้น สิ่งที่มีปัญหาคือบางคนแสดงความเห็นหยาบคาย ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้เป็นปัญหาและผิดกฎหมาย บางคนไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเลย เขาสายลม แสงแดด เลี้ยงหมา เลี้ยงลูกไปตามปกติ แต่อยู่ๆ ทัวร์ลงเขา บอกว่าไม่แสดงจุดยืนทางการเมือง ไม่เลือกข้าง เฮ้ย คนจะเลือกข้างหรือไม่เลือกข้างเป็นเสรีภาพของเขา ในเมื่อคุณเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องเสรีภาพ ทำไมไปริดรอนเสรีภาพคนอื่น ไปทำไซเบอร์บูลลี่รังแกข่มเหงคนอื่นให้เขาต้องเลือกข้าง ให้เขาต้องแสดงความเห็น หรือถ้าเขาแสดงความเห็นที่คุณไม่ชอบใจก็ไปไซเบอร์บูลลี่ ทัวร์ลงเขาอีก อันนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย และผิดกฎหมายด้วย ซึ่งถ้าดาราคนไหนถูกบูลลี่ แคปเจอร์ไว้ให้หมด ฟ้องได้ครับ"

 ประชาชนทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำที่ไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ด้วย จะเกิดผลกระทบกับการดำรงชีวิตของเขายังไง?

"มีแฟลชม็อบทุกวัน รวมตัวทุกวัน นี่คือต้นตอระบาดรอบสองของโควิด ถ้าเที่ยวนี้เกิดขึ้นมาอีกจะรับผิดชอบไหวมั้ย ประเทศไทยเดือดร้อนมั้ย สองชุมนุมทุกวันห้างร้านต้องปิด อยู่ไม่ได้ แล้วคนทำมาหากินในห้างร้าน ตามถนนล่ะ เศรษฐกิจสะเทือนนะ ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีอยู่แล้ว สะเทือนทั้งโลก แล้วคุณมาชุมนุมแบบนี้ทุกวัน คนทำมาค้าขายทำยังไง สามการเดินทางจะลำบากมาก คนกรุงเทพฯ เจอฝนตกรถติดหนักๆ ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แต่นี่ปิดรถไฟฟ้า เพราะกลัวว่ามาชุมนุมแล้วไม่ปลอดภัยในรถไฟฟ้า ก็ยิ่งลำบาก"

เรื่องความปลอดภัย?

"โดยธรรมชาติ ชุมนุมโดยไม่มีแกนนำ แล้วยิ่งบอกว่าทุกคนเป็นแกนนำ ธรรมชาติมนุษย์เข้าไปอยู่ในฝูงชน จะเกิดปรากฎการณ์หลงหายในฝูงชน จับมือใครดมไม่ได้ และไม่รู้ว่าใครเป็นใคร การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะออกมาได้ง่าย บอกว่าทุกคนเป็นแกนนำ แสดงว่าฉันอยากทำอะไรฉันก็ทำได้ ก็จะเป็นลักษณะอนาธิปไตย ไม่มีแกนนำที่แท้จริง ทุกคนยิ่งใหญ่ด้วยตัวเอง อะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง หนึ่งเศรษฐกิจไม่ดี จะเกิดการปล้นจี้ร้านค้ามั้ย สองจะเกิดการทำร้ายคนเห็นต่างมั้ย สมมติวันนี้ผมใส่เสื้อเหลืองแล้วไปเดินเฉียดแถวนั้นเขาจะทำร้ายร่างกายเราก็เป็นไปได้ สามหนักเข้าไปใหญ่เช่นเผาหรือทำลายสถานที่ราชการ สถานที่เอกชนต่างๆ เพราะไม่รู้ใครเป็นใคร เพราะวัตถุประสงค์คือรัฐบาลต้องอยู่ไม่ได้ ต้องขับไล่รัฐบาล ต้องก่อให้เกิดความวุ่นวายที่สุด สิ่งที่จะเป็นปัญหาที่สุดคือมือที่สามเข้าไปหลงหายในฝูงชน เราก็ไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยิ่งมือที่สามไม่หวังดี เราก็ไม่รู้หรอก ยิ่งวิธีเลือกดาวกระจายและแฟลชม็อบ อย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่ตร.หรือทหารไม่ได้มีหน้าที่แค่ล้อมปราบ หรือยุติการชุมนุม บทบาทสำคัญของเจ้าหน้าที่ตร.หรือทหาร คืออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม ไม่ว่าผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ต้องให้ความปลอดภัยเขา แล้วมือที่สามเป็นมืออาชีพนะ ผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่สามารถป้องกันมือที่สามได้ ต้องอาศัยตร.ทหารเท่านั้นถึงป้องกันมืออาชีพได้ แล้วพอเป็นแฟลชม็อบหรือกระจาย เขาก็เข้าไปไม่ทัน"

คิดว่าการชุมนุมในลักษณะแบบนี้ จะใช้เวลายาวนานอีกแค่ไหน?

"ฮ่องกงโมเดลที่ตามเขาอยู่เขาใช้เวลาอยู่ 1 ปี เป็น 1 ปีที่แสนสาหัสสำหรับคนฮ่องกง เพราะฮ่องกงอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยว แล้วไม่มีคนไปเที่ยวฮ่องกงเลย ทำให้ร้านค้าร้านอาหารเลิกจ้างคน ร้านโจ๊กดังๆที่คนไทยชอบไปกินก็เจ๊งก็เลิก การชุมนุมยืดเยื้อ 1 ปีทำให้เศรษฐกินวอดวายมาก รัฐบาลจีนพรรคคอมมิวนิสต์ก็อดทนให้เกิดขึ้น ถามว่าคนไทยจะทนได้มั้ยใน 1 ปี ผมว่าถ้า 1 ปีความอดทนคนไทยอาจจะไม่พอ ที่น่ากลัวที่สุดคือการเกิดการชุมนุมอีกฝั่งมาปะทะกัน ที่เรียกว่าม็อบชนม็อบ เป็นภาวะที่เจ้าหน้าที่ตร.หรือทหารอึดอัดที่สุด ดูแลยากที่สุด คนสองคนจะตีกัน ถ้าจะห้ามไม่ง่ายนะ แล้วไม่รู้ใครอยู่ฝั่งไหน การจัดการไม่รู้จะจัดการยังไง อันนี้ก็เป็นการพิสูจน์ความอึดของการยืนระยะทั้งสองฝั่ง ผมว่าสเต็ปต่อไปรัฐบาลอาจต้องประกาศเคอร์ฟิว ถ้าประกาศเคอร์ฟิว เศรษฐกิจยามค่ำคืนก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม สถานการณ์เราเดาไม่ถูกมากนักว่าจะเกิดอะไร เช่น ถ้าโควิดระบาดรอบสอง ม็อบจะจบเร็ว ถ้าประกาศเคอร์ฟิวชาวบ้านเดือดร้อน ม็อบอาจไปต่อไม่ได้ อันนี้ผมตอบไม่ถูกเลย ว่าเราจะก้าวไปทางไหน แต่เป็นทางที่ประเทศไทยบอบช้ำทุกเส้นทาง"

เราจะแก้ไขปัญหาเบื้องต้นการเสพข่าว เพราะตอนนี้มีเฟกนิวส์เกิดขึ้น มีคำแนะนำอย่างไร?

"สติครับ ข่าวลือหรือข่าวปลอมสร้างโดยผู้ไม่หวังดี หลงเชื่อโดยคนที่ขาดสติ แชร์ต่อโดยคนที่ขาดปัญญา ที่เป็นปัญหาหนักกว่านั้นคือเราเลือกแชร์ตามที่อคติเรามี ไม่ว่าจะฝ่ายไหน เราจะเลือกแชร์ในสิ่งที่เรายืนยันอคติของเรา อะไรที่แชร์ตรงกับสิ่งที่เราเชื่อ เราก็แชร์ๆ ซึ่งอาจจะผิดทั้งหมดก็ได้ ก็ยิ่งสงเสริมเฟกนิวส์ เราต้องมีสติ ตรวจสอบ ยับยั้งชั่งใจก่อนจะแชร์ ไม่งั้นข่าวลือจะลามไม่หยุด และสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ"

คิดว่าจุดจบคืออะไร?

"จุดจบผมไม่รู้ แต่ม็อบต้องจบ สิ่งที่ไม่อยากเห็นที่สุดคือม็อบชนม็อบ อันนั้นจะเกิดการบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝั่ง หรืออีกทางนึงก็คือจับกุมแกนนำที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ที่เป็นคนชักใย ที่บอกว่าม็อบไม่มีแกนนำ แต่จริงๆ มีคนเป็นแกนนำอยู่เบื้องหลังแต่ไม่ออกหน้า ถ้าจับกุมอย่างนั้นก็อาจจะทำให้ค่อยๆ จางลงไปเหมือนฮ่องกงโมเดล ผมไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ทางที่จะจบมีหลายทาง" 

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend