ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"สุทิน"ชี้ยุบสภาฯไม่ใช่ทางออกในเวลานี้หวั่นวังวนเดิมกลับมา

45 0
สุทินชี้ยุบสภาฯไม่ใช่ทางออกในเวลานี้หวั่นวังวนเดิมกลับมา

"สุทิน คลังแสง" จี้รัฐบาลเปิดประชุมสภาวิสามัญหาทางออกวิกฤตประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชี้ยุบสภาฯไม่ใช่ทางออกในเวลานี้ เพราะกติกายังคงเดิม ปัญหาเก่าก็จะวนกลับมาอีก ย้ำพรรคร่วมรบ.คิดให้ตกควรถอนตัวหรือไม่ เชื่อระบบรัฐสภามีหลายทางออก

19 ตุลาคม 2563 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการหารือระหว่างพรรคการเมืองในวันนี้ (19ต.ต.) ว่า จะต้องทำสังคมได้มั่นใจว่าสามารถแก้ปัญหาและหาทางออกเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในเวลานี้ได้ ซึ่งจะต้องดูมูลเหตุของวิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้และหาทางแก้ไข ซึ่งการหารือนี้จะต้องจบโดยเร็ว แม้จะไม่ได้รายละเอียดมากนัก แต่ก็ต้องมีแนวทางแน่นอน และเชื่อว่ามาตรการสำคัญวันนี้ คือ การเปิดประชุมแบบวิสามัญเร่งด่วน แม้จะมีเวลาแค่ 10 วัน

นายสุทิน กล่าวต่อว่า แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็รวดเร็วและอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่ 1-2 วัน ก็ไม่ควรปล่อยเวลาทิ้งไป และส่วนตัวก็เห็นว่าช่วงเวลา 10 วัน ก่อนเปิดสมัยประชุมแบบสามัญก็ยังช้าไปด้วย ทั้งนี้ เมื่อเปิดประชุมแล้วสาระที่จะมีการหารือกัน คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถือว่าเป็นข้อเรียกร้องชัดเจน ว่าจะรับหรือไม่รับ หรือต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใด ดังนั้น ก็เห็นควรที่จะต้องเปิดประชุมแบบวิสามัญ เพื่อลงมติโหวต และเชื่อว่าหากโหวตผ่านสถานการณ์ก็จะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะสามารถยื่นต่อได้ในสมัยประชุมแบบสามัญ

นอกจากนี้ จะต้องหารือเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้วย ว่าออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือเหมาะสมหรือไม่ หากไม่เหมาะก็จะทำให้สถานการณ์ไม่ดีขึ้น และควรจะยกเลิกหรือไม่ รวมถึงการให้คำแนะนำท่าทีรัฐบาลต่อผู้ชุมนุม และควรที่จะให้มีการเปิดเจรจากัน รวมถึงท่าทีของรัฐบาลที่มีการข่มขู่ ต้องลดท่าทีนี้ด้วยหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ต้องตระหนักว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้แก้ปัญหา หากสภาฯ จะมีมติ หรือแนะนำอะไรบางอย่างกับนายกฯ ก็เชื่อว่าจะมีน้ำหนัก ไม่น้อยกว่าผู้ชุมนุม

ส่วนการยุบสภาฯ หากเกิดขึ้นในขณะนี้ส่วนตัวเห็นว่า จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้และจะต้องนำปัญหานี้ไปแก้ในปีหน้า อีก ทั้งเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเอง อีกทั้ง เห็นว่าการยุบสภาฯขณะนี้ ยังต้องใช้ระบบเลือกตั้งแบบเดิมอยู่ ซึ่งจะทำให้ปัญหานั้นวนกลับมาอีก และคำว่าสืบทอดอำนาจก็ยังถูกหยิบยกขึ้นมาอีก ดังนั้น ทางออกดีที่สุดขณะนี้ คือ การทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น และจะเอาใครเป็นรัฐบาลในช่วงนี้ก็ต้องมาช่วยกันคิด และต้องเป็นรัฐบาลที่ทุกฝ่ายยอมรับ และต้องถ่วงดุลและตรวจสอบได้


สำหรับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมในเรื่องของการปฏิรูปสถาบันฯนั้น ส่วนตัวคิดว่าทางรัฐสภา ไม่สามารถพูดได้โดยตรง แต่หากมีการตั้งเวทีขึ้นมา และเปิดโอกาสให้พูดว่าการปฏิรูปนี้คืออะไร ต่างจากการล้มล้างหรือไม่ และต้องการปฏิรูปอะไร ก็เชื่อว่าต้องมีการรับฟังอย่างเป็นเหตุเป็นผลก่อน ซึ่งอะไรทำได้หรือไม่ได้ สังคมจะมีคำตอบเอง จึงไม่ควรไปวิตกกับข้อเสนอดังกล่าว หากมีการพูดคุยกันอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้

"แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครเปิดเวทีดังกล่าวเลย ซึ่งรัฐสภาควรที่จะเป็นผู้หารูปแบบว่าการเปิดเวทีลักษณะนี้ ควรเป็นเวทีแบบไหน สำหรับประเด็นมาตรา 272 ที่เสนอนายกฯนอกบัญชีนั้น เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทั้ง 700 คน มีวิจารณญาณ ว่าอะไรสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งมาตราดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้ แต่ต้องมาคิดกันว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้เหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้" นายสุทิน กล่าว

ส่วนที่ว่าหากนายกฯ ลาออกและใครจะมาเป็นนายกฯต่อนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสภาฯและประชาชน โดยส่วนตัวเห็นว่ามี 2 กลไกตามรัฐธรรมนูญ คือ เลือกตามแคนดิเดตเดิม หรือ การใช้มาตรา 272 ก็ได้ หรือใครที่นอกเหนือจากนี้ ก็เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดมีวิจารณญาณในการตัดสินใจ ด้วยการฟังเสียงของสังคม ส่วนที่ว่านายกฯจะเป็นคนนอกและเหมาะสมหรือไม่นั้น ทางฝ่ายค้านต้องมีการหารือกันอีกครั้ง แต่คิดว่านายกฯจะต้องเป็นคนถอดสลักต่อปัญหานี้ หรือหากพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วม ก็ถือว่าเป็นทางออกอย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกคนตระหนักดีว่าตัวเองสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ พรรคร่วมรัฐบาลก็ควรคิดได้ว่าต้องถอนตัว และเชื่อว่าระบบรัฐสภามีทางเลือกจำนวนมากอยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend