ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

แทบช็อก หนุ่มรับจ้างถูกฟ้องเป็นหนี้ 97 ล้านบาท

2.41K 9
แทบช็อก หนุ่มรับจ้างถูกฟ้องเป็นหนี้ 97 ล้านบาท

หนุ่มอาชีพรับจ้างกรีดยาง-ตัดอ้อยชาว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ มีรายได้แค่วันละ3400บาท และได้รับสิทธิบัตรคนจนช่วยค่าครองชีพ แทบช็อกจู่ๆ มีหมายศาลมาส่งถึงบ้านตกเป็นจำเลย เพราะมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทุนจดทะเบียน200ล้าน ถูกฟ้องเป็นบุคลล้มละลายเพราะมีหนี้ค้างกว่า97ล้าน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รู้ กม.ช่วยเหลือ หวั่นตกเป็นแพะถูกจับติดคุกฟรี

นายวิชิตร์ มนปราณีต อายุ43ปี ชาวอำเภอแคนดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ตัดอ้อย ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังจู่ๆ มีหมายจากศาลล้มละลายกลางมาส่งถึงบ้าน โดยในหมายศาลดังกล่าวระบุว่า กรมสรรพากรเป็นโจทย์ฟ้อง นายวิชิตร์ มนปราณีต ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท "ภูเก็ต มอนติ คาโล จำกัด" ซึ่งเป็นจำเลย ศาลล้มละลายกลางจึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้เด็ดขาด เมื่อวันที่9กันยายน2562ท่านในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทฯ จำเลย จึงมีหน้าที่ไปให้การเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลย ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา30จึงมีหมายให้ท่านไปให้การสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สิน ณ กองบังคับคดีล้มละลาย3กรมบังคับคดี กรุงเทพมหานคร ภายใน7วัน นับแต่วันรับหมายนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามหมายนี้อาจมีโทษทางอาญา


โดยนายวิชิตร์ มนปราณีต บอกว่า หลังได้รับหมายศาลและอ่านเนื้อหาในหมาย ก็ตกใจมากทำอะไรไม่ถูกถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะไม่รู้ว่าจู่ๆ มีชื่อไปเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทดังกล่าวได้ยังไง ทั้งที่ตนเองมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ตัดอ้อย มีรายได้แค่วันละ300400บาท และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือแบ่งเบาค่าครองชีพไปรูดซื้อของใช้ในร้านค้าใกล้บ้านเท่านั้น ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทดังกล่าวเลย จึงรีบนำหมายศาลที่ได้รับเข้าไปสอบถามและขอความช่วยเหลือ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้ไปสอบถามข้อมูลที่สรรพากรพื้นที่บุรีรัมย์ และขอความช่วยเหลือกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิกรณีถูกนำข้อมูลหรือเอกสารไปใช้

จากนั้นจึงรีบไปสอบถามที่สรรพากรบุรีรัมย์ตามคำแนะนำ ทางสรรพากรทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบ ตามที่มีชื่อตนเองกลายเป็นผู้ถือหุ้นอยู่นั้น ก็พบว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่27เม.ย.2547สถานะเป็นนิติบุคคล ประเภทธุรกิจ ซื้อขาย เช่าซื้อ ขายฝากที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อื่น ทุนจดทะเบียน200ล้านบาท โดยมีข้อมูลหนี้ค้างชำระตั้งแต่ปี25612563กว่า24ล้านบาท เบี้ยปรับอีก48ล้านบาท เงินเพิ่มอีก24ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ต้องชำระกว่า97ล้านบาท ทางสรรพากรพื้นที่บุรีรัมย์จึงบอกให้นำเอกสาร ไปติดต่อที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ แต่พอไปติดต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีจังหวัด ก็บอกให้ไปที่กองบังคับคดีล้มละลาย3กรมบังคับคดี ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตนไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และจะต้องไปติดต่อยังไง ที่สำคัญตอนนี้ไม่มีเงินเลยเพราะไม่ค่อยมีคนจ้างงาน ก็อาศัยแค่เงินจากบัตรสวัสดิการรัฐที่ให้รูดซื้อของเดือนละ200บาท ส่วนเงินในบัญชีก็มีแค่200กว่าบาท ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปเป็นค่ารถ และที่กังวลมากที่สุดคือกลัวจะตกเป็นแพะถูกจับติดคุกฟรี เพราะไม่รู้ว่ามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่โตได้ยังไงก็พร้อมให้ตรวจสอบ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะมีมิจฉาชีพเอาเอกสารส่วนตัวไปใช้ หรืออาจจะเกิดความผิดพลาดอะไรซักอย่าง จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้รูกฎหมายช่วยเหลือด้วย

เรื่องโดย สุรชัย พิรักษา | ภาพโดย สุรชัย พิรักษา
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend