ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

'ชูชาติ'เปิดโปง พรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีค้าน พรก.ฉุกเฉิน

18.44K 160
ชูชาติเปิดโปง พรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีค้าน พรก.ฉุกเฉิน

'ชูชาติ ศรีแสง'อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ออกโรงพูดประเด็นชุมนุมบี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านและอาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง ที่ออกแถลงการณ์คัดค้านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา นายชูชาติ ศรีแสง ล่าสุดได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว หลังเกิดเหตุการณ์ชุนนุมระดมพลต่อเนื่องของกลุ่มม็อบที่อ้างเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเหตุการณ์ที่ถือว่ากระทบความรู้สึกของคนไทย อย่าง กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปประชิดรถพระที่นั่งของสมเด็จพระบรมราชินี ชูสามนี้ว ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและขว้างสิ่งของไปที่รถพระที่นั่งเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 นำไปสู่ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และการฉีดนำสลายการชุมนุนนั้น ถือเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง โดยรายละเอียดนั้น ชูชาติ ศรีแสง ได้ตั้งข้อสังเกตและบี้ไปถึงพรรคร่วมฝ่านค้าน มีเนื้อหาว่า

.....กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปประชิดรถพระที่นั่งของสมเด็จพระบรมราชินี ชูสามนี้ว ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและขว้างสิ่งของไปที่รถพระที่นั่งเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 นั้น.....ต้องถือว่าเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของชาติไทย เพิ่งเกิดขึ้นมาครั้งนี้เป็นครั้งแรก อันเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร.....แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านและอาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง ออกแถลงการณ์คัดค้านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเห็นว่าไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไร.....นี่คือ การแสดงให้เห็นว่าบุคคลเหล่านี้มีความคิดความเห็นอย่างไรในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์


"เด็กรุ่นนี้เกิดไม่ทันซึมซับพระคุณความดีของกษัตริย์ที่เคยทำมาในอดีต คิดว่าเกิดมาแล้วมีแผ่นดินอยู่ได้เลย โฉนดเขาซื้อหามาเอง ส่วนหนึ่งเป็นความล้มเหลวของรัฐด้วยนะครับ 6-7 ปีที่ผ่านมามีเวลาพอที่จะเข้าไปปรับเปลื่ยนระบบการศึกษาให้กลับคืนมา มีสื่ออยู่ในมือมากมาย แต่ใช้ไม่เป็น ให้อีกฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อไปหมดแล้วแม้แต่ข่าวที่ไม่จริงก็ตาม ถึงตอนนี้เด็กก็ยังไม่รู้เลยว่าประชาธิปไตยแท้จริงมันคืออะไร การเคารพกฎหมายที่ต้องอยู่ร่วมกัน การแยกแยะ ผิดถูกชั่วดี มันหายไป ดูจากอาจารย์บางคนที่สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐแท้ๆ ก็มีความคิดเช่นนี้ เด็กถูกปลุกปันจนให้คิดว่าสถาบันกษัตริย์มีปัญหากับพวกเขา คิดว่าแย่งชิงทรัพยากรและภาษีของพวกเขาไป ทั้งที่ปัญหาหลักของชาติที่ต้องทำนั้นมาจากนักการเมืองที่ต้องการอำนาจต่างหาก เพราะถึงยังไงสถาบันกษัตริย์ก็จะปรับเปลื่ยนไปตามยุคสมัยในอนาคตอยู่แล้ว แต่ที่เราต้องมีและรักษาเอาไว้ เพราะเราเป็นชนชาติที่มีรากเหง้าและมีอารยธรรม มีประวัติศาสตร์ คิดว่าทุกชาติก็ต้องมีเหมือนกันกับเรา แต่กลายเป็นว่าเด็กรุ่นนี้กลับไม่ภูมิใจในชาติตัวเอง ไปนับถือฝรั่งที่จ้องจะเอาเปรียบคิดว่าเขาดีแล้ว ผมว่าต่อไปนี้ไทยคงไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆนะครับอาจารย์"

"ด้วยความเคารพน่ะครับอาจารย์ เรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงจริงๆ แล้วต้องรีบแก้ให้ไว เพราะว่า เด็กพวกนี้มันโตขึ้นมาเรื่อยๆทุกวัน คิดดูเด็ก ม.ต้น ม.ปลาย รวมตัวกันโจมตีราชสำนัก ตอนนี้อาจจะเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง แต่สิบปี ยี่สิบปีข้างหน้า เด็กมันก็ต้องเติบโตไปมีลูกมีเมีย มันมีการสร้างความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่น ถ้าเกิดวิกฤตศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในรุ่นนี้ ต่อไปภายหน้า ยังไงก็ต้องล้ม อยู่ไม่ได้ ต่อให้ตอนนี้พยายามจะรักษาไว้อย่างแข็งขันก็ตาม ถ้าเราอยากให้สถาบันอยู่อย่างมั่นสถาพร ต้องมีการมาคุยกันตรงๆเรื่องเหล่านี้ครับ ผมเห็นภาพแค่นี้จริงๆ วันนี้ไม่ล้มจริง แต่ภาคหน้าก็ต้องล้ม แก้วันนี้ยังไม่สายครับ"

"ประเทศไทย ไม่เหมือนเดิมแล้วคับ ตอนนี้ กลุ่มบุคคลที่ต้องการแบ่งแยกไทยเป็นสองฝ่าย ที่ได้เริ่มดำเนินการมา ตั้งแต่ปี 46 เริ่มตั้งแต่การแบ่งแยกสีเสื้อ ก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผล จนบัดนี้ แบ่งแยกลงในระดับ ความคิด ความเชื่อ เรื่องการเอาสถาบันกษัตริย์ กับ กลุ่มที่ไม่เอาสถาบันกษัตริย์ และระบบความเชื่อนี่ นับวัน ยิ่งถูกถ่างออกมากยิ่งขึ้น จนไม่สามารถกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้วสุดทัาย มันต้องเดินไปสู่ จุด 2 จุด คือ

1.กลุ่มอนุรักษ์นิยม ที่เอากษัตริย์ ชนะ และระบบยังคงอยู่

2.กลุ่มปลดแอก ที่ไม่เอากษัตริย์ ชนะ ระบบกษัตริย์ ล่มสลาย

แต่ไม่ว่า กลุ่มไหนจะชนะ สุดท้ายแล้ว ชนะบนบาดแผลลึก และกองซากศพ ซากปรักหักพังของชาติอยู่ดีผมรอดูว่า จะมีจุดที่ 3 ที่เป็นทางออกให้ประเทศไทยไหม ?"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์