ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตร.เตือนมวลชนครั้งที่ 2 ห้ามชุมนุม เผยจับแกนนำ - ผู้ชุมนุม 30 ราย จ่อดำเนินคดีชาวโซเชียล

1.84K 21

กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ประกาศเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาชุมนุมภายใต้การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามหลักสากล โดยจะมีการแจ้งเตือนเป็นครั้งสุดท้ายในช่วงเวลา 16.30 น. พร้อมเปิดเผยยอดการจับกุมผู้ชุมนุม ส่วนในโลกโซเชียลเตรียมดำเนินคดีเช่นกัน

16 ตุลาคม 2563 เวลา 15.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย พลตำรวจตรี ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี จิรสัตน์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกตร. ร่วมกันแถลงข่าวข้อกำหนดในห้วงสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกทม. ประจำวัน ครั้งที่ 2

โดย พลตำรวจตรี ยิ่งยศ ได้แจ้งผลการปฏิบัติในภาพรวมที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ได้มีการจับกุม 21 ราย วันที่ 15 ตุลาคม จับกุมช่วงเช้า 23 ราย ช่วงเย็น 7 ราย รวมจับกุม 30 ราย และขอทำความเข้าใจแจ้งเตือนเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเน้นย้ำว่าการรวมตัวกันเพื่อชุมนุมกันทางการเมืองด้วยอุปกรณ์ ยานพาหนะต่างๆ ที่จะนำไปสู่การชุมนุมทางการเมือง นำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงเป็นการทำผิดพระราชกำหนด และทำผิดกฎหมาย ทางตำรวจซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ทหาร ข้าราชการพลเรือน เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายฉบับนี้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย


ทั้งนี้ พลตำรวจตรี ยิ่งยศ ได้ประกาศเตือนมวลชนที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ในช่วงเย็นวันนี้เป็นครั้งที่สอง โดยหลังจากนี้จะมีการประกาศเตือนครั้งที่สาม ในเวลา 16.30 น. ซึ่งหลักการนี้ถือว่าเป็นหลักการสากลที่ใช้ในการแจ้งเตือนไม่ให้มีการชุมนุม พร้อมยืนยันคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย แต่หากผู้ชุมนุมมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม ตำรวจก็ได้มีแผนที่จะปรับกำลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ นอกจากนี้ตำรวจยังมีอำนาจในการเข้าตรวจค้น อาคารสถานที่ต่าง ๆ เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุร้าย หรือเป็นสถานที่สุ่มเสี่ยงที่ขัดต่อพรก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรง เช่น กรณีที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาตำรวจได้บุกตรวจค้นอาคารไทยซัมมิท ซึ่งก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวนที่มีอำนาจในการเข้าค้น ยืนยันว่าจะไม่ทำให้เกิดความรุนแรง ส่วนรายละเอียดที่เข้าข่ายความผิด ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

พลตำรวจตรี จิรสัตน์ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการปิดการจราจรบริเวณโดยรอบแยกราชประสงค์แล้ว โดยได้ปิด 4 จุดหลักดังนี้ 1.แยกประตูน้ำ 2.แยกเฉลิมเผ่า 3.แยกราชดำริ 4.แยกชิดลม โดยได้ปิดการจราจรไปเมื่อเวลา 14.00 น. เราใช้เวลาในการระบายรถในพื้นที่ประมาณ 30 นาที ซึ่งอาจมีรถตกค้างอยู่บ้างในพื้นที่ที่ปิดการจราจร ฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ที่อยู่บริเวณโดยรอบขณะนี้มีฝนตกเล็กน้อยและฝนเริ่มตกหนักย่านฝั่งธนบุรีมีน้ำท่วมขัง 8 จุด จึงเน้นย้ำผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งเรื่องการปิดจราจรบริเวณแยกราชประสงค์ ถึงเรื่องของฝนที่อาจจะตกมาในช่วงเย็นวันนี้ ประกอบกับเป็นวันศุกร์ขอให้ประชาชนโดยรอบวางแผนเรื่องปรับเวลา เส้นทาง เลือกใช้ยานพาหนะในการเดินทาง เพื่อจะหลีกเลี่ยงผลกระทบกับปัญหาการจราจรติดขัดให้มากที่สุด

พลตำรวจตรี จิรสัตน์ กล่าวว่า ส่วนผู้ที่จะมาใช้บริการห้างสรรพสินค้าที่อาจจะยังสับสน ในส่วนของห้างที่อยู่บริเวณสยาม จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากออกไปถนนพญาไท และถนนพระราม1 ได้ ส่วนผู้ใช้บริการห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ในแนวถนนราชดำริไม่สามารถออกได้แล้ว จึงต้องใช้ถนนด้านหลังเซ็นทรัลเวิลด์มาออกวงเวียนด้านหลังพารากอน ก่อนจะออกไปยังถนนพระราม 1 ข้างๆ ห้างพารากอน หรือออกถนนพญาไท ก็จะสะดวกกว่า ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลประกอบการเดินทางได้ที่ โทร 1197

ขณะที่ พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ได้รับประสานจากนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ว่าทางกระทรวงดีอีเอส ได้ร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบพบผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวน 10 ราย ประกอบด้วยแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก 5 ราย ทวิตเตอร์ 5 ราย ได้โพสต์ข้อความในลักษณะฝ่าฝืนพรก.ในการเชิญชวนเข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงดีอีเอสได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนบก.ปอท. ในเร็วๆ นี้ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง และจะมี "ไมค์ ระยอง" เป็น 1 ใน 10 รายชื่อหรือไม่ หลัง เจ้าตัวโพสต์โซเชียลระบุว่าจะฝ่าวงล้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาชุมนุม

พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ฝากเตือนว่าการโพสต์ที่มีการมาแจ้งความจะเป็นในลักษณะการเชิญชวนให้มาเข้าร่วมชุมนุม ซึ่งผิดข้อกำหนดอย่างชัดเจน คือ ห้ามมีการจับกลุ่มมั่วสุมชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด รวมตลอดทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์บรรดาที่มีข้อความอันอาจทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และเข้าความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14(3) ในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร จึงฝากไปถึงประชาชนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้ใช้ความระมัดระวัง

เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend