ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ผู้นำเยอรมนีเตือน"หายนะ"หากไม่ใช้ยาแรงสู้โควิด

357 14
ผู้นำเยอรมนีเตือนหายนะหากไม่ใช้ยาแรงสู้โควิด

ขณะนี้หลายชาติในยุโรปยกระดับมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง และนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีเตือนประเทศอาจเข้าสู่หายนะ หากไม่ใช้ยาแรงเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาด

นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี เตือนว่า เยอรมนีกำลังมุ่งเข้าสู่ "หายนะ" หลังจากบรรดาผู้นำในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ไม่เห็นด้วยกับมาตรการใหม่ในการควบคุมไวรัสโคโรนาที่เข้มข้นขึ้นระหว่างการประชุมมาราธอนนาน 8 ชั่วโมงจนถึงดึกเมื่อคืนวันพุธ

แมร์เคิลถึงกับออกอาการฉุนเฉียว ตอนที่บอกกับผู้นำทั้ง 16 รัฐว่า "สิ่งที่เราตกลงกันไว้ไม่เพียงพอที่จะขจัดภัยพิบัติ"  โดยตามข้อตกลงกำหนดบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว ที่ให้บาร์และร้านอาหารปิดในเวลา 23.00 น. จำกัดการชุมนุมไม่เกิน 10 คน และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนพลุกพล่าน แมร์เคิล บอกด้วยว่า ตอนนี้เพื่อนบ้านข้างเคียงกำลังเตรียมใช้ยาแรงกันแล้ว ขณะที่ 16 รัฐยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องการเดินทางข้ามรัฐจากพื้นที่ที่มีการระบาดสูง และเลื่อนไปพิจารณาในวันที่ 8 พ.ย.

จากตัวเลขล่าสุด เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกกว่า 7,000 คน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.และยอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 348,000 คน 


ฝรั่งเศสก็ทำสถิติติดเชื้อวันเดียวมากกว่า 30,000 คน และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการระบาด มีผู้ป่วยไอซียู 1,750 คน และตอนนี้ผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 800,000 คน ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตตามโรงพยาบาลต่างๆ ก็เพิ่มขึ้น ล่าสุดอยู่ที่มากกว่า 33,000 คน ซึ่งประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เพิ่งประกาศเคอร์ฟิวในกรุงปารีสกับอีก 8 เมืองใหญ่ คือ ลีล, รูอ็อง, แซงต์ เอเตียน, ตูลูส, ลียง, เกรอน็อบ, แอ็กซ์-ออง-โปรว็องส์ และมงเปอริเยร์ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เริ่มวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ทั้งยังระดมกำลังตำรวจ12,000 นาย เข้ามาดูแล และเพิ่มงบประมาณอีก 1 พันล้านยูโร ช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการใหม่

มีรายงานตำรวจบุกค้นบ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีสาธารณสุขทั้งอดีตและปัจจุบัน กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ในการสืบสวนไปสู่การรับมือการระบาด หลังมีการร้องเรียนในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์อื่นๆ

อิตาลีทำสถิติผู้เสียชีวิตเพิ่มเกือบ 2 เท่า จาก 43 คน เป็น 83 คน เมื่อวันพฤหัสบดีสาธารณรัฐเช็กมีผู้ติดเชื้อเพิ่มกว่า 9,700 คน และกองทัพต้องตั้งโรงพยาบาลสนามที่ศูนย์นิทรรศกาลในกรุงปร๊าก เพื่อรับมือผู้ป่วย นอกเหนือจากการปิดบาร์ ร้านอาหารและโรงเรียน และมีรายงานว่าเช็กขอส่งผู้ป่วยโควิด-19 ไปรักษาที่รัฐบาวาเรียของเยอรมนีด้วย

โปแลนด์รายงานผู้ติดเชื้อใหม่เกือบ 9,000 คน ทำให้ต้องสั่งให้ประชาชนสวมหน้ากากเวลาอยู่นอกเคหะสถาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม และห้ามการชุมนุมขนาดใหญ่ ส่วนโปรตุเกส ห้ามการชุมนุมสังสรรค์เกิน 5 คน และให้สวมหน้ากากอนามัยเวลาอยู่นอกเคหะสถาน พร้อมกำหนดโทษปรับสำหรับคนที่ละเมิดคำสั่ง

เรื่องโดย ปิยรมณ์ ทรัพย์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend