ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"แนะคณะราษฎรลดข้อเรียกร้อง-เลื่อนชุมนุมลดแรงเสียดทาน

667 18
จตุพรแนะคณะราษฎรลดข้อเรียกร้อง-เลื่อนชุมนุมลดแรงเสียดทาน

"จตุพร พรหมพันธุ์" แนะม็อบคณะราษฎรลดข้อเรียกร้องเหลือเพียงขับไล่นายกฯ พร้อมเลื่อนวันชุมนุม เพื่อลดแรงเสียดทานเชื่อประชาชนจะร่วมล้นถ.ราชดำเนิน ลั่นสักวันจะกระชากกลุ่มเจ้าสัวมาร่วมรับผิดชอบสังคม

12 ตุลาคม 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ส่วนตัวเสนอคณะราษฎร 2563 ลดจาก 3 ข้อเรียกร้อง เหลือเพียงข้อเดียว คือ ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกไป พร้อมทั้งเลื่อนการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค. ออกไป เพื่อลดแรงเสียดทานจากความไม่เข้าใจของประชาชนบางส่วน ที่กำลังไว้อาลัยและระลึกถึงการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9

ทั้งนี้ การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ถ้าลดข้อเรียกร้องเหลือเพียงข้อเดียว ส่วนตัวเชื่อว่ากระแสประชาชนจะออกมาร่วมชุมนุมถล่มทลาย ท่วมท้นถนนราชดำเนิน ส่วนข้อเรียกร้องให้เปิดสภาสมัยวิสามัญไม่มีความหมาย เพราะอีกเกือบ 20 วัน ก็เปิดสมัยสามัญในวันที่ 1 พ.ย.แล้ว ดังนั้นการกำหนดวันขับเคลื่อนนั้น ต้องเลือกเอาวันที่มีความพร้อมมากที่สุด หรือลดอุปสรรคการเข้าร่วมชุมนุมของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งใครจะทำตามหรือไม่ก็ตาม แต่ข้อเสนอเป็นวิทยาศาสตร์สังคมรอวันต้องพิสูจน์กัน

"ผมเสนอวันนี้ คือ ให้เหลือข้อเรียกร้องเดียว ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป หรือลาออก หรือยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน บรรยากาศบ้านเมืองจะคลี่คลายลง และแต่ละฝ่ายไม่มีความอึดอัดใจ ถึงที่สุดเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละบ้าง ที่พูดเรื่องนี้ เพราะผมห่วงใยในสถานการณ์ เมื่อมีประเด็นสร้างความวิตกกังวลจากกระแสก่อนการขับเคลื่อนวันที่ 14 ต.ค. ไม่อยู่ในสถานะสูงสุดที่ประชาชนจะให้ความร่วมมือ" นายจตุพร กล่าว

นอกจากนี้ ในทางการเมืองเปลี่ยนวันชุมนุมได้ตามสถานการณ์ เพราะไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนจุดยืนอุดมการณ์ เนื่องจากในวันที่ 13 ต.ค. คนทั้งแผ่นดิน จะร่วมระลึกถึงและไว้อาลัยต่อวันคล้ายวันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้ จะทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันที่ 14 ต.ค. เป็นไปด้วยความยากลำบาก

"วันรุ่งขึ้น 14 ตุลา เมื่อมีขบวนเสด็จไปพระบรมมหาราชวัง แน่นอนที่สุดประชาชนสองข้างทางจะถวายการต้อนรับ เปล่งเสียงทรงพระเจริญ อีกอย่างการพยายามอธิบายว่า ผู้ชุมนุมจะเปิดเส้นทางเสด็จ แต่ชู 3 นิ้วนั้น ผมว่าภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้เป็นปัญหาแล้ว เพราะคนจะเต็มถนนราชดำเนินเพื่อมารับเสด็จ" ประธาน นปช. ระบุ


อย่างไรก็ตาม ที่ตนเสนอลดข้อเรียกร้องแล้วเปลี่ยนวันชุมนุมใหม่ แม้ผู้จัดชุมนุมไม่ฟังหรือไม่เอาตามข้อเสนอก็ตาม แต่อีก 2 วันจะได้พิสูจน์ความจริงในความห่วงใยของตน ถึงที่สุดเชื่อว่า ถ้ามีข้อเรียกร้องข้อเดียว ก็จะไปกันได้ รวมทั้งพวกอยู่ข้างเวทีสามารถร่วมขบวนบนเวทีได้สะดวกใจ อีกอย่างสภาพการณ์ในปัจจุบัน ประชาชนเอื้อมระอากับเผด็จการ ภาวะเศรษฐกิจบ้านเมืองเต็มไปด้วยความย่ำแย่ เสียงให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงจึงดังขึ้นไปทั่วประเทศ

นายจตุพร กล่าวต่อว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความสำคัญ เมื่อยังเสนอข้อที่ 3 เรียกร้องปฏิรูปสถาบัน จะพาให้ข้อที่1 และข้อที่ 2 ต้องล้มระเนระนาดกันไป แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ลอยตัว อยู่กันอย่างสบาย โดยข้อเรียกร้องไม่ระคายผิว แต่ประชาชนกลับเสียโอกาส นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องเจอกับภัยคุกคามจากภายนอกประเทศที่จ้องกดดันอีกด้วย และจากที่ติดตามการข่าว เฝ้าดูสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง และยังเรียกร้องเหมือนเดิมว่า ทุกอย่างต้องยึดแนวทางสันติวิธีเท่านั้น คือ ในชาติบ้านเมืองต้องไม่ใช้ความรุนแรง เพราะประเทศจะเกิดวิกฤตใหม่อีกรอบไม่ได้

"วันนี้สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความเชื่อมั่น โดยเฉพาะถ้ามีความเชื่อมั่นรัฐบาลด้วยแล้ว คนในประเทศก็กล้าจะลงทุน จะเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ แต่สภาพรัฐบาลขณะนี้ ไม่กล้ายอมรับการถังแตก ทั้งที่สภาพเลยอาการถังแตกย่อยยับไปแล้ว แล้วปีหน้าจะอย่างไรกันต่อ เหตุนี้คนหนุ่มสาวจึงต้องคิดอ่านกัน ถ้าฟังผม จะรู้ว่าผมมีเจตนาดี หากต้องการจัดการรัฐบาลก็ต้องเอาข้อเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก และเลื่อนวันชุมนุมออกไป ให้เกิดความสบายใจทั้งหมด ไม่ถูกกล่าวหาใดๆได้ พสกนิกชาวไทยเข้าใจ เมื่อเป็นอย่างนี้แฟร์ทุกฝ่าย" ประธาน นปช. กล่าว

นอกจากนี้ ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย วันที่บ้านเมืองเป็นเผด็จการทหาร หรือ ประชาธิปไตยโดยนักการเมือง แต่พวกไม่ได้รับผลกระทบ คือ กลุ่มนายทุน นักธุรกิจใหญ่ ซึ่งไปรายล้อมได้ทั้งสองฝ่าย เพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเอง ดังนั้น การเมืองและเศรษฐกิจจึงเลวพอกัน

ขณะนี้ ความเหลื่อมล้ำที่พูดกันมายาวนาน ถ้าไม่เตะหมูเข้าปากหมาแล้ว สถานการณ์บ้านเมืองต้องคิดกันทั้งระบบ เพื่อเริ่มต้นกันใหม่ ให้คนรวยพวกเจ้าสัว ได้รับผิดชอบต่อสังคม และจะบริจาคประโยชน์ที่กอบโกยมาได้กลับคืนต่อเพื่อนมนุษย์ ช่วยลดช่องว่างเหลื่อมล้ำให้ลดน้อยลงอย่างไร

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญในปัจจุบันมหาเศรษฐีไทย ยังไม่แสดงออกถึงความรับผิดชอบ ดังกรณี นายอากร ฮุนตระกูล เคยนำที่ดินกว่า 5 พันไร่ มูลค่านับแสนล้านบาท คืนกลับสู่แผ่นดิน แต่เจ้าสัวไทยส่วนใหญ่ยังเก็บดองที่ดินไว้ส่วนตัว เท่านั้นไม่พอ ยังเข้าไปล้วงลูกองค์กรอิสระ รวมถึงส่องช็อบปิงในกองทัพ เพื่อหาประโยชน์สะสมความร่ำรวยให้ตัวเอง จนมีทรัพย์สินใช้ไป 100 ชาติยังไม่หมด

"คนพวกนี้เป็นอภิสิทธิ์ชนในบ้านเมืองได้อย่างไง วันหนึ่งผมต้องจำแนกออกมาเป็นรายๆ ไปให้สาธารณะรับรู้ เพราะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ทางใดทางหนึ่ง" ประธาน นปช. ระบุ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์