ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ธนาธร"หนุน13ธ.ค.จัดเลือกตั้งท้องถิ่น

271 4
ธนาธรหนุน13ธ.ค.จัดเลือกตั้งท้องถิ่น

"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" คำนวนเวลาเลือกตั้งท้องถิ่น 13 ธ.ค. เหมาะสมที่สุด ถามกลับรัฐบาลพร้อมแค่ไหน ยันใช้นโยบายหาเสียงแทนการใช้เงินซื้อ พร้อมชวนคนมีอุดมการณ์อยากเปลี่ยนแปลงเข้าร่วม

10 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธ.ค. 2563 ในรายการ "ก้าวหน้าทอล์ค" ตอนหนึ่งว่า หากย้อนไปดูการเลือกตั้งนายก อบจ. ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2555-2557 โดยเฉลี่ยมีผู้มาใช้สิทธิเพียง 54% ทั่วประเทศ เรื่องนี้สะท้อนอยู่ 2-3 ประเด็น คือ ความเชื่อว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น หรือไปเลือกแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จึงทำให้ประชาชนที่ทำงานอยู่ต่างถิ่น ตัดสินใจกลับไปเลือกตั้งท้องถิ่นน้อย แต่คณะก้าวหน้าตั้งใจทำการเมืองท้องถิ่นภายใต้หลักการใหญ่ๆ คือ การไม่ซื้อเสียง เพราะการซื้อเสียงคือจุดเริ่มต้นของวงจรการทุจริตและระบบอุปถัมภ์ การตัดสินใจที่ไม่เป็นอิสระ ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน

"หลังการแถลงข่าวช่วงเช้า เราได้มีการสัมมนาผู้สมัครทั้ง 32 ทีมในช่วงบ่าย ผมได้บอกกับทุกคนอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าอยากร่ำรวยอย่ามาทำงานตรงนี้ เป็นนายก อบจ. มีเงินเดือน 6 หมื่นกว่าบาท เป็นสมาชิกสภา อบจ. มีเงินเดือน 3 หมื่นกว่าบาท เจอภาษีสังคมไปก็เกือบหมดแล้ว ถ้าอยากรวยก็อย่ามาสมัครเป็นผู้สมัครการเมืองท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ขอให้ไปทำธุรกิจหรือไปลงสมัครกับที่อื่น แต่ถ้าเชื่อว่าผมเองมีศักยภาพ สามารถทำให้ประเทศดีได้ แม้ไม่ใช่คนนามสกุลใหญ่โต แต่อยากทำให้ประเทศดีขึ้น มาถูกที่แล้ว และเราเชื่อว่าคณะก้าวหน้าจะสามารถสสร้างการเมืองท้องถิ่นที่ดี ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้" นายธนาธร กล่าว

ทั้งนี้ แม้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติออกมา ให้มีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นภายในปีนี้ แต่ก็ยังไม่มีการกำหนดวันชัดเจน และถ้าหากไปดูความเป็นไปได้ อาจจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งได้ 2 ตัวเลือก คือ วันที่ 13 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาวที่ต่อเนื่องมาจากวันรัฐธรรมนูญ สัปดาห์ต่อมาคือวันที่ 20 ธ.ค. และวันที่ 27 ธ.ค. ซึ่งวันที่ 27 ธ.ค. เป็นการหยุดยาวช่วงปีใหม่ เป็นวันหยุดที่ทุกคนจะออกไปเที่ยวกัน ดังนั้น จึงเหลือวันที่ 20 ธ.ค. ที่จะจัดการเลือกตั้งได้ นอกเหนือจากวันที่ 13 ธ.ค. ซึ่งหากมีการจัดวันเลือกตั้งให้เป็นวันที่ 20 ธ.ค. นั่น เท่ากับว่าประชาชนจะต้องเดินทางกลับบ้านถึง 3 ครั้งในเดือนธ.ค. แน่นอนว่าจะมีคนเดินทางกลับมาเพียงเพื่อเลือกตั้งน้อยมาก ในสภาวะที่รายได้ของประชาชนลดลง ที่สำคัญการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต มีแต่ไปเลือกตั้งหรือไม่ไปเท่านั้น

"เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขเช่นนี้แล้ว วันเลือกตั้งท้องถิ่นจะถูกจัดขึ้น หากไม่ใช่วันที่ 13 ธ.ค. ก็เป็นวันที่ 20 ธ.ค.เท่านั้น หากวันที่ 13 ธ.ค. ประชาชนที่กลับบ้านช่วงวันหยุดยาว วันรัฐธรรมนูญจะได้ออกไปเลือกตั้งในวันอาทิตย์ก่อนกลับมาทำงานอีกครั้ง ภายใต้วิกฤติโควิดที่ประชาชนมีรายได้ลดลง การทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ได้โดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด หากรัฐบาลต้องการส่งเสริมการใช้สิทธิ ก็ต้องออกแบบวันเลือกตั้งให้ประชาชนมีภาระการเดินทางที่ต่ำที่สุด วันนี้คณะก้าวหน้าพร้อมแล้ว เราได้เปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ.ไปแล้ว 32 จังหวัด คำถามคือรัฐบาลพร้อมหรือเปล่า ถ้าอยากจะให้ปปะชาชนไปใช้สิทธิให้เยอะที่สุด ด้วยต้นทุนที่ถูกที่สุด วันที่ 13 ธ.ค. คือ วันที่เหมาะสมที่สุด แต่วันนี้กลับจะเลือกวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 20 ธ.ค. หมายความว่าวันเลือกตั้งที่ 20 ธ.ค. คนจะไม่กลับไปใช้สิทธิ์ และนั่นก็คือข้อกังวลของเรา และเราเข้าใจว่าการเลือกวันที่ 20 ธ.ค. ในทางหนึ่งก็เพื่อต้องการลดเสียงของกลุ่มที่ต้องการจะมาเลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้าหรือเปล่า เราตั้งข้อสังเกตเช่นนี้" ประธานคณะก้าวหน้า ระบุ


อย่างไรก็ตาม ยังมีจังหวัดที่อยู่ระหว่างพิจารณา ในกระบวนการคัดกรองตัวผู้สมัครอยู่อีก 6-7 จังหวัด และจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่แถลงไปเมื่อเช้าวันที่ 9 ต.ค. ก็ยังเปิดรับผู้สมัครอยู่ หากใครมีอุดมการณ์เดียวกัน ที่ต้องการสรรค์สร้างประชาธิปไตยในประเทศ มีศักยภาพ ต้องการพัฒนาท้องถิ่น ให้มาทำงานเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นและประเทศไทย เพราะเวลาตอนนี้เหลืออยู่อีกประมาณสองเดือน อยากส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยังต้องการคนที่มีอุดมการณ์เหมือนพรรคอนาคตใหม่เดิมมาร่วมทาง

"งบเฉพาะ อบจ.อย่างเดียวปีหนึ่งตกประมาณ 8 หมื่นล้านบาท หมายความว่าเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.นี้ เรากำลังเลือกตัวแทนของคน 76 จังหวัด เลือก 76 คน ไปบริหารเงิน 8 หมื่นล้านต่อปี 3.2 แสนล้าน ใน 4 ปี นี่คือมูลค่าของงบประมาณที่วางอยู่บนโต๊ะ สำหรับคนที่จะลงเลือกตั้งในกลางเดือนที่จะถึง ดังนั้น ฝากไว้ เงินก้อนนี้ ไม่ได้หล่นลงมาจากท้องฟ้า เงินก้อนนี้มาจากภาษีของพวกเราทุกคน ถ้าอยากให้ภาษีของเราถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องเริ่มตั้งแต่ตัวเราที่จะสนใจตรวจสอบการใช้ภาษีเหล่านี้ ต้องเริ่มตั้งแต่ตัวเราที่ใส่ใจในการถามหาถึงนโยบายของผู้สมัครลงนายก อบจ. มาสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยกัน" นายธนาธร กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์