ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ทิพานัน"ลุยแจงรัฐบาลเพิ่มสิทธิบัตรทองรักษาทุกที่

307 19
ทิพานันลุยแจงรัฐบาลเพิ่มสิทธิบัตรทองรักษาทุกที่

"ทิพานัน" ลุยแจงรัฐบาลเพิ่มสิทธิบัตรทองรักษาทุกที่ ยกระดับบริการด้านสาธารณสุขเพื่อประชาชน นำร่องระดับปฐมภูมิ กทม.-ปริมณฑล เริ่ม 1 พ.ย. 63 มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ติงฝ่ายค้านอย่ามองแต่มิติทางการเมืองเพื่อหวังจะดิสเครดิตรัฐบาล

10 ตุลาคม 2563 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่พระราม2 เขตจอมทอง เพื่อรับร้องเรียนต่างๆ จากประชาชน และได้กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรณีผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง สามารถไปรับบริการที่ไหนก็ได้ว่า นับเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนผู้ที่ได้สิทธิบัตรทองทั่วประเทศ ได้รับความสะดวกและมีทางเลือกในการเข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้น ครอบคลุมและทั่วถึง ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์ โดยมีการพัฒนาระบบบริการบริการดูแลผู้มีสิทธิบัตรทอง 4 นโยบาย คือ 1.เมื่อเจ็บป่วยผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการกับหมอประจำครอบครัวในหน่วยบริการปฐมภูมิทุกที่ในระบบบัตรทอง เริ่มนำร่องในกทม.และปริมณฑลในวันที่ 1 พ.ย. 2563 2.ในกรณีที่ใบส่งตัวครบกำหนด ผู้ป่วยในสามารถรักษาต่อเนื่องได้ทันที ตามการวินิจฉัยของแพทย์ โดยไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวจากหน่วยบริการประจำ โดยปรับระบบให้ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อตรวจสอบตัวตนของผู้ป่วยเท่านั้น เริ่มวันที่ 1 พ.ย. 2563 ในเขต 9 นครราชสีมา และวันที่ 1 ม.ค. 2564 ในกทม.และปริมณฑล

นอกจากนี้ 3.ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมทุกแห่งทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2564 และ 4.ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน โดยสถานพยาบาลสามารถพิสูจน์สิทธิ์และเบิกจ่ายค่าบริการได้ผ่านบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด เริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2563


"จากนโยบายดังกล่าว เป็นการเพิ่มสิทธิให้กับประชาชนผู้ถือบัตรทอง ไม่ใช่ลดสิทธิบัตรทอง อะไรที่เคยมีสิทธิอยู่ก็ยังคงไว้ ขณะนี้มีความพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่พอใจให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นอย่าหลงเชื่อผู้ที่ไม่หวังดี ให้ข้อมูลบิดเบือน โดยขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น" น.ส.ทิพานัน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องมีหน่วยบริการเป็นสิทธิหลักอยู่ และการไปใช้ได้ทุกที่ในพื้นที่นำร่องนั้น เป็นการไปใช้ในลักษณะเจ็บป่วยขั้นปฐมภูมิหรือเล็กน้อย ส่วนในกรณีการปิดคลีนิคไปเกือบ 200 แห่ง เพราะรัฐบาลตรวจสอบพบว่ามีการโกงประชาชนนั้น ขณะนี้ รัฐบาลโดยหน่วยงานของ สปสช. จะดำเนินการย้ายหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดให้อัติโนมัติ ซึ่งมีกว่า 500 แห่งรองรับ ภายใน 1 พ.ย. นี้ และหากใครไม่พอใจหน่วยบริการ ยังสามารถย้ายได้หลังระบบได้เปลี่ยนแปลงให้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า จึงไม่อยากให้มองนโยบายในมิติทางการเมือง มากกว่ามิติทางด้านสาธารณสุข ฉะนั้น ทุกฝ่ายควรจะช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ขอฝ่ายค้านไม่ใช่จ้องแต่จะดิสเครดิตรัฐบาลอย่างเดียว แต่ในทางกลับกันควรมองว่าหากรัฐบาลได้พัฒนาต่อยอด เพื่อสิทธิประโยชน์ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลดเหลื่อมล้ำทางสังคมดีกว่า

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend