ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

อเมริกันแห่ "เลือกตั้งล่วงหน้า" ส่งสัญญาณใช้สิทธิ์ถล่มทลาย

1.25K 17

แม้ยังเหลือเวลาอีกกว่า 3 สัปดาห์กว่าจะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ขณะนี้ชาวอเมริกันทั่วประเทศราว 7 ล้านคนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้วถึง 10 เท่า และอาจเป็นการส่งสัญญาณว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในปีนี้อาจสร้างสถิติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกัน การเลือกตั้งล่วงหน้าทางไปรษณีย์แบบถล่มทลายก็อาจทำให้คนทั้งโลกต้องลุ้นผลเลือกตั้งกันนานกว่าปกติ

United States Elections Project โครงการซึ่งรวบรวมข้อมูลการเลือกตั้งล่วงหน้าของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าจาก 34 รัฐ และกรุงวอชิงตัน ดีซี ณ วันที่ 9 ตุลาคม อยู่ที่กว่า 6 ล้าน 8 แสนคน นำโดยรัฐฟลอริดา 1.2 ล้านคน ตามมาด้วยรัฐมิชิแกนและเวอร์จิเนียกว่า 8 แสนคน

ไมเคิล แมคโดนัลด์ ผู้ดูแลโครงการจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดาระบุว่า การระบาดของโรคโควิด-19 และ "ความรู้สึกอันแรงกล้า" ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนคนที่ตัดสินใจเลือกตั้งล่วงหน้าโดยเฉพาะทางไปรษณีย์มีจำนวนมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ถึง 10 เท่า ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่เขาเคยรวบรวมข้อมูลมา

ข้อมูลดังกล่าวทำให้เขาคาดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ "มีตัวเลือกในใจ" แล้วว่าจะเลือกใครระหว่างทรัมป์กับโจ ไบเดน และจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมดทั้งแบบล่วงหน้าและในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้อาจมากถึง 150 ล้านคน หรือคิดเป็น 65% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็จะถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 112 ปี


ขณะเดียวกันหากแบ่งตามพรรคการเมืองตามที่มีรายงานจาก 7 รัฐจะพบว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตมีมากกว่ารีพับลิกันกว่า 2 เท่า สะท้อนผลการสำรวจความคิดเห็นโดยรอยเตอร์สเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งพบว่า ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตใช้สิทธิ์ไปแล้ว 5% ขณะที่รีพับลิกันมีเพียง 2% นอกจากนี้ผู้สนับสนุนเดโมแครต 58% บอกว่าพวกเขามีแผนโหวตล่วงหน้า ส่วนรีพับลิกันอยู่ที่ 40%

สาเหตุที่ทำให้ประเด็นการเลือกตั้งล่วงหน้ามีความแตกต่างระหว่าง 2 พรรคการเมืองขนาดนี้ เกิดจาก 2 เหตุผล

1. ทรัมป์ตั้งคำถามถึงการ "ทุจริตเลือกตั้ง" ผ่านระบบไปรษณีย์ และยังเคยเตือนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจต้องเป็นโมฆะ สวนทางกับผู้เชี่ยวชาญเกือบทุกคนที่มองว่า การทุจริตเกิดขึ้นได้ยากและถึงเกิดขึ้นก็คงมีจำนวนน้อยจนไม่สามารถ "พลิกผลเลือกตั้ง" ได้

2. ทรัมป์พยายามทำให้เรื่อง "โควิด-19" เป็นเรื่องเล็ก เช่น การล้อคู่แข่งเรื่องหน้ากากอนามัย, การกระตุ้นให้ผู้สนับสนุน "อย่าไปกลัวไวรัส", และการอ้างว่าวัคซีนจะพร้อมใช้งานก่อนเลือกตั้ง ทำให้ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันจำนวนมาก "ไม่เห็นถึงความจำเป็น" ที่จะต้องกลัวการไปใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้ง

อันที่จริงจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมานานแล้ว เห็นได้จากตัวเลขเกือบ 25 ล้านคนในปี 2557 ที่เพิ่มเป็น 57 ล้านคน หรือราว 1 ใน 5 ของผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมดในปี 2559 ขณะเดียวกันแมคโดนัลด์กล่าวว่า ปกติแล้วการใช้สิทธิ์ล่วงหน้าจะมีจำนวนมากในช่วงวันแรกๆ จากนั้นจะค่อยๆ ลดลงจนกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งก่อนหมดเขต โดยวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุด ไปจนถึงกฎระเบียบ เงื่อนไขต่างๆ จะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ

หลังจากนี้ต้องจับตาว่า จำนวนผู้ออกมาเลือกตั้งในปีนี้จะถล่มทลายตามที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์หรือไม่ และจะทราบผลเลือกตั้งที่แน่ชัดเมื่อไหร่ เนื่องจากหลายรัฐที่มีผู้ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าเป็นจำนวนมากมักเป็นรัฐ "แบทเทิลกราวด์" ที่ผลออกมามักสูสีและเป็นรัฐ "ชี้ชะตา" ผลเลือกตั้งใหญ่แทบทุกครั้ง โดยหากยิ่งใช้เวลานับคะแนนนานเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่การเลือกตั้งจะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับ "ความชอบธรรม" ก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend