ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"นิพนธ์"แจงซ้ำย้ำชัดรักษาประโยชน์ชาติปมไม่จ่ายค่ารถเอกชน51ล้าน

157 7
นิพนธ์แจงซ้ำย้ำชัดรักษาประโยชน์ชาติปมไม่จ่ายค่ารถเอกชน51ล้าน

"นิพนธ์ บุญญามณี" แจงซ้ำยันทำเพื่อรักษาผลประโยชน์แผ่นดิน กรณีไม่จ่ายค่ารถมูลค่า 51 ล้านบาท เผยมีการฮั้วประมูลและใช้เอกสารเท็จดำเนินการ แนะป.ป.ช.พิจารณาให้รอบคอบกว่านี้ ตอก "อลงกรณ์ พลบุตร" เมินลาออกตำแหน่ง เพราะไร้การทำผิด

7 ตุลาคม 2563 นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา แถลงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดมาตรา 157 กรณีไม่จ่ายเงินให้บริษัทเอกชน ที่ประมูลขายรถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ 2 คัน มูลค่า 51 ล้านบาท โดยยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่ทำไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน

ทั้งนี้ การจัดซื้อรถเกิดขึ้นก่อนจะรับตำแหน่งนายก อบจ. และรถนี้มีระบบและส่วนประกอบมาจากหลายประเทศและที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อตรวจรับรถแล้วทำไมนายก อบจ. ไม่จ่ายเงินให้กับบริษัทผู้ขาย ก็เพราะมีเอกสารสำคัญจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงชื่อโดยรองผู้ว่าฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่แทน ลงวันที่ 5 ก.พ. 2557 ให้ระงับการจ่ายเงินไว้ก่อน เพราะมีข้อร้องเรียนเข้ามา จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งของผู้ว่าฯสงขลา เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2557

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า โดยพบว่ามีการส่อฮั้วสมยอมราคากัน ถือว่าสัญญาเป็นโมฆะ ตามมาตรา 150 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่ผูกพันกับอบจ.สงขลา ถือว่าสัญญาไม่สมบูรณ์ จึงไม่ต้องปฏิบัติต่อกันและบริษัท พลวิศว์ฯ ก็ไม่ได้โต้แย้ง เมื่อผลของสัญญาเป็นโมฆะกรรม ก็ไม่ต้องเบิกจ่ายตามสัญญา เพราะไม่มีผลตามกฎหมายตั้งแต่ต้น อบจ.สงขลา จึงไม่ได้ฟ้องร้องในเรื่องนี้ เพราะไม่ได้เป็นผู้เสียหาย และเงิน51 ล้านบาท ก็ยังอยู่ในคลัง

"ระหว่างนั้น ทางบริษัทได้ร้องต่อศาลปกครองกลางให้ อบจ.สงขลา จ่ายเงินค่ารถ เราก็ได้ยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ขณะนี้คดีอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดทุกประการ ผมยืนยันว่า สิ่งที่ผมทำ ไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกว่าได้ทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 และไม่มีเจตนากลั่นแกล้งใคร และเรื่องการซื้อขายรถลักษณะนี้ไม่ใช่มีแต่ที่ อบจ.สงขลา ยังมีทั่วประเทศซึ่งขณะนี้กำลังร้องเรียนกันอยู่ด้วย" นายนิพนธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช. ระบุว่ากรณีการไม่จ่ายเงิน กับการฮั้วต้องแยกคดีกัน ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกัน มันน่าแปลกใจหรือไม่ ว่าทำไมต้องแยกส่วนกัน เพราะหากจ่ายไปแล้ว สืบทราบในภายหลังว่าบริษัทมีการฮั้วกันจริงจะทำอย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้น ตนก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน ฉะนั้นการรอบคอบในการชะลอจ่ายเงิน โดยรอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งจะเหมาะที่สุด ป.ป.ช.ควรต้องตรวจสอบในเรื่องที่เชื่อมโยงเหล่านี้ด้วย เพราะเรื่องทั้งหมดอยู่ในป.ป.ช.แล้ว และอยู่ในศาลปกครองสูงสุด จะมาด่วนสรุปได้อย่างไรว่าผิดในกรณีไม่จ่ายเงิน ทั้งที่รักษาผลประโยชน์ให้รัฐ แต่คดีฮั้วไม่นำมาดูประกอบด้วย


ส่วนป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปให้อัยการนั้น ส่วนตัวมีความมั่นใจไม่ผิด และจะพยายามส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ป.ป.ช.อีกครั้ง รวมทั้งได้ส่งหลักฐานการทุจริต การปลอมลายเซ็น การอ้างเป็นตัวแทนบริษัทต่างประเทศเท็จ หรือตัวแทนเก๊ นำเอกสารปลอมมาใช้ประมูลงานกับหน่วยงานรัฐ ย่อมผิดกฏหมาย จะนำส่ง ป.ป.ช.ให้พิจารณาใหม่ ตนมีความมั่นใจ จะพยายามส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ให้ได้ทบทวนอีกครั้ง เพราะจากพยานหลักฐานทั้งหมด เชื่อมั่นว่าไม่ผิด และปปช. กำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่หรืออย่างไร

"ผมไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานใหม่ของ ป.ป.ช. เพราะว่ากรณีดังกล่าวจะสร้างความสับสนให้ระบบราชการเป็นอย่างยิ่ง ต่อไปนี้ถ้าใครทำผิดสัญญา สัญญาทางแพ่งจะกลายเป็นคดีอาญาทั้งหมด อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าถ้าทุกคนกลัวว่า ถ้าเป็นคดีแพ่งแล้วต้องจ่ายเงินอย่างเดียว ไม่ว่าสัญญานั้นจะเป็นโมฆะ หรือทุจริต หรือฮั้ว สมยอมราคากันหรือไม่ ก็ต้องจ่ายเงินไปก่อนเพราะว่าถ้าไม่จ่าย ก็จะมีความผิดเหมือน อบจ.สงขลา จึงต้องมีความระมัดระวัง ผมอยากให้ป.ป.ช. พิจราณาด้วยความรอบคอบและมีความเป็นธรรม" รมช.มหาดไทย กล่าวและว่า ยังมีพยานหลักฐานต่างๆ ที่ปลอมลายมือชื่อ มาซื้อแบบ และเอื้อประโยชน์กัน ซื้อแคชเชียร์เช็คแทนกัน ปลอมเอกสาร จากประทศออสเตเลีย อเมริกา เนเธอแลนด์ ที่เพิ่งได้รับมา ซึ่งจะรวบรวมส่ง ป.ป.ช. และอัยการต่อไป

สำหรับกรณีที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเสนอให้แสดงสปิริตลาออกจากแหน่งเพื่อรักษามาตรฐานและอุดมการณ์ของพรรคนั้นส่วนตัวขอขอบคุณนายอลงกรณ์ แต่มาตรฐานครั้งนี้กับครั้งก่อนๆเป็นคนละกรณีกัน เพราะครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ ตนเป็นนายกอบจ.สงขลา ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่พรรคมอบหมายให้ทำหน้าที่รัฐมนตรี จึงไม่ได้ทำให้พรรคเสียหาย หรือเสียชื่อเสียง แต่ตนรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินส่วนกรณีก่อนๆ ทำหน้าที่ตามพรรคมอบหมาย และอาจจะทำให้แผ่นดินเสียผลประโยชน์ คนของพรรคก็แสดงสปิริต

"ผมเคยเป็นทั้ง สจ. นายกฯอบจ. และส.ส. มาหลายสมัย ยืนยีนว่าผมมีเกียรติ และศักดิ์ศรี สิ่งที่ผมชี้แจงไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผมเองและของพรรค ผมไม่ได้ทำอะไรที่ทุจริต และไม่ได้มีข้อกล่าวหานี้จากป.ป.ช.ด้วย" นายนิพนธ์ ระบุ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์