ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"ทรัมป์" ตัวอย่าง(ไม่ดี) แพร่ "โควิด-19" ซ้ำเติมอเมริกา

244 4

"ผมไม่สวมหน้ากากอนามัยเหมือนโจ ไบเดน ทุกครั้งที่คุณเจอไบเดน เขาจะสวมหน้ากาก แม้จะพูดห่างออกไป 200 ฟุต ไบเดนจะโผล่มาพร้อมหน้ากากขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ" นี่คือคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล้อเลียนโจ ไบเดน เกี่ยวกับการสวมหน้ากากอนามัยบนเวทีดีเบตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทรัมป์แขวะว่า ไบเดนขี้กลัวเกินไป ใส่หน้ากากอนามัยแทบจะตลอดเวลา แต่หารู้ไม่ว่า ณ ขณะที่ทรัมป์กำลังพูดอยู่นั้น เขาได้ติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วแบบไม่ทันรู้ตัว และที่สำคัญ ทรัมป์ยังอาจเอาเชื้อร้ายไปแพร่ให้กับคนอื่นอีกนับไม่ถ้วน เข้าข่ายเป็น "ซูเปอร์สเปรดเดอร์"

ซูเปอร์สเปรดเดอร์ มีความหมายทั้งในแง่ของเหตุการณ์และตัวบุคคล นั่นคือ อาจจะเป็นเหตุการณ์หรือสถานที่ที่มีคนติดเชื้อเป็นจำนวนมากพร้อมๆ กัน หรืออาจจะหมายถึงคนใดคนหนึ่งที่เอาเชื้อไวรัสไปแพร่สู่ผู้อื่นเป็นจำนวนมากก็ได้ ซึ่งไม่ว่าจะมองด้วยนิยามไหน การกระทำของทรัมป์ก็ "เข้าเค้า" ทั้งหมด

หากไล่เรียงกิจกรรมของทรัมป์ตลอดช่วง 1 สัปดาห์ก่อนที่เขาจะประกาศให้โลกรู้ว่าติดเชื้อ ปรากฏว่า 7 วัน ทรัมป์เดินสายไปยังที่ต่างๆ มากถึง "7 รัฐ" ทั้งงานเล็กงานใหญ่ กลายเป็นว่าตอนนี้หลายงานกำลังเจอผู้ติดเชื้อมากขึ้นทุกวัน ขณะที่อีกหลายงานก็ต้องเร่งสอบสวนโรคกันอุตลุด


หนึ่งในอีเว้นต์ "ซูเปอร์สเปรดเดอร์" ของทรัมป์ที่กำลังถูกกล่าวขวัญมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ งานเปิดตัวว่าที่ผู้พิพากษาศาลสูงคนใหม่เมื่อวันที่ 26 กันยายน ในงานนี้มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 10 คน โดยแม้งานจะถูกจัดขึ้นในที่โล่งนอกอาคารทำเนียบขาว แต่การที่แขกเหรื่อทั้งหลายแทบไม่สวมหน้ากาก ไม่รักษาระยะทาง ทั้งกอดและจับไม้จับมือกัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมผลพวงที่ตามมาจึงน่ากลัวได้ขนาดนี้

อีกงานใหญ่ที่ทรัมป์เข้าร่วมในช่วงที่ตัวเอง "แพร่เชื้อได้" แต่ยังไม่มีอาการ ก็คือ งานดีเบตกับไบเดนนั่นเอง แต่โชคดีที่งานนี้ทางผู้จัดงานได้เตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ตั้งโพเดียมของ 2 ผู้ท้าชิงให้ห่างเป็นพิเศษ และห้ามทั้งคู่จับมือกัน พร้อมกับตรวจเชื้อทุกคนก่อนร่วมงาน ขณะที่ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือ มีแค่เพียงครอบครัวของทรัมป์เท่านั้นที่ไม่แคร์สื่อ จงใจถอดหน้ากากออกตลอดงาน

ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งแล้ว ทรัมป์จึงต้องเร่งหาเสียง แต่ปรากฏว่าก่อนทรัมป์ติดเชื้อแค่ 2 วัน เขาได้ไปหาเสียงที่รัฐมินนีโซตา โดยมีผู้ร่วมงานล้นหลามหลายพันคน และก็เป็นไปตามที่หลายคนคาดกัน นั่นคือ ผู้สนับสนุนทรัมป์แทบทั้งหมด ไม่สวมหน้ากากและไม่รักษาระยะห่างเลย

ส่วนบรรยากาศที่ทำเนียบขาวก็น่าขนหัวลุกไม่แพ้กัน ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งบอกว่า เงียบเหงาราวกับ "บ้านผีสิง" หลังมีคนในทำเนียบรวมทั้งสื่อประจำทำเนียบติดเชื้อไปแล้วรวมกว่า 20 คน ทำให้ตอนนี้ทางทำเนียบขาวก็เลยต้องเร่งออกมาตรการปราบโควิด-19 ด้วยการ "บิ๊กคลีนนิ่ง" โดยเฉพาะที่ห้องแถลงข่าวซึ่งโฆษกที่ติดเชื้อใช้งานเป็นประจำ, ใครที่ไม่จำเป็นต้องมาให้ทำงานจากที่บ้าน, ใครมาแล้วมีอาการให้กลับบ้านทันที, ส่วนทรัมป์หลังจากกลับจากโรงพยาบาลก็ถูกย้ายที่ทำงานมาใกล้หมอ, และจำกัดจำนวนคนเข้าถึงทรัมป์ซึ่ง "ยังไม่หายขาด" ให้เหลือน้อยที่สุด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ มีผลต่อความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแน่นอน ยืนยันได้จากโพลล์ล่าสุดที่พบว่า ประชาชนถึง 65% เชื่อว่าทรัมป์ทำตัวเอง เพราะหากทรัมป์จริงจังกับการป้องกันตัวเองดีกว่านี้ เขาก็คงไม่ติดเชื้อ ขณะเดียวกันจนถึงทุกวันนี้ ประชาชนมากกว่าครึ่งยังคงไม่พอใจการรับมือโควิด-19 ของทรัมป์ และเชื่อด้วยซ้ำว่าทรัมป์ "โกหก" เรื่องไวรัส

ผู้นำที่ดีต้องเป็นแบบอย่างให้กับประชาชน แม้ทรัมป์อ้างว่า การติดเชื้อทำให้เขาได้รับ "บทเรียนชีวิตจริง" แล้ว แต่ผ่านไปไม่ทันไร คำพูดและการกระทำของทรัมป์กลับยังคงซ้ำเติมสถานการณ์ โดยเฉพาะการถอดหน้ากากโชว์สื่อ การบอกกับผู้สนับสนุนว่า "อย่าไปกลัวโควิด" และการเปรียบโควิด-19 เหมือนไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ทั้งที่สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตทะลุ 2 แสนคนไปแล้ว ทั้งหมดนี้ชี้ให้เราเห็นชัดเจนว่า การติดเชื้อไวรัส...ไม่ได้ทำให้ทรัมป์เรียนรู้อะไรเลย

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์