ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ควรเลือกโรงเรียนแบบไหนในการดูแลลูกของคุณ

75 0
ควรเลือกโรงเรียนแบบไหนในการดูแลลูกของคุณ

ดร.นาเดีย วิลสัน-อาลี มหาวิทยาลัย Edith Cowan ออสเตรเลีย ได้ทำการวิเคราะห์การจัดการศึกษาสามแบบคือวอลดอร์ฟ มอนเตสซอร์รี่ และเรกจิโอ้ อเมเลีย ว่าการศึกษาแบบใดที่ดีที่สุดในการดูแลลูกของคุณ และสำหรับครอบครัวของคุณ?

การเรียนรู้ในช่วงห้าปีแรกของชีวิตของเด็กนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อพัฒนาการทางสมองที่มีสูงถึงร้อยละ 90 ดังนั้นการจัดการศึกษาปฐมวัยจึงมีความสำคัญ และจากปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้น ข่าวการทำร้ายเด็ก ส่งผลให้เด็กหวาดกลัวนั้น ทางเลือกและคุณภาพในการจัดการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันพัฒนา

การศึกษาทางเลือกสามแบบนี้ คือวิธีการจัดการศึกษาที่ใช้ในระดับปฐมวัยของประเทศออสเตรเลีย

1. การศึกษาของ Steiner (หรือที่เรียกว่า วอลดอร์ฟ) มีพื้นฐานมาจากปรัชญาการศึกษาของ รูดอล์ฟ สไตเนอร์ มีต้นกำเนิดจากเยอรมนีในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยยึดตามความสนใจของเด็ก การศึกษาของ Steiner ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยแรงจูงใจในตนเองซึ่งสนับสนุน และส่งเสริมการแก้ปัญหาการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะทางสังคม เมื่อเรียนรู้ด้วยตนเองแรงจูงใจของเด็กไม่ได้มาจากการให้รางวัล แต่โรงเรียนจะทำให้พวกเขามีส่วนร่วม และเด็กจะเรียนรู้ด้วยตนเองว่าสิ่งที่เค้าทำนั้นได้ผลรับที่น่าพึงพอใจ

กระบวนการเรียนรู้ของ Steiner นั้นเรียบง่าย และใช้เทคโนโลยีน้อย เน้นการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ห้องเรียนของ Steiner อาจรวมถึงวัสดุทอผ้า ดินสอสี หุ่นกระบอกเส้นใยธรรมชาติ และไม้ธรรมชาติ ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานมาเรียนในการศึกษาทางเลือกรูปแบบของ Steiner นั้น จะเห็นโรงเรียนที่สามารถสอนโดยครูคนเดียว ครูที่ใส่ใจให้ความรู้ และดูแลบุตรหลานตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน

แต่มีผลการวิจัยที่ไม่มากนักเกี่ยวกับโรงเรียนในรูปแบบของ Steiner งานวิจัยส่วนใหญ่เน้นเกี่ยวกับโรงเรียนมากกว่าการดูแลเด็ก การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่านักเรียนในโรงเรียนที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Steiner ได้รับคะแนนการเรียนที่ดีขึ้น (เมื่อใช้วิธีการทดสอบเดียวกัน) และมีผลลัพธ์ทางสังคมมากกว่านักเรียนในโรงเรียนของรัฐ


2. แนวทางมอนเตสซอรี่Dr Maria Montessori เป็นแพทย์และจิตแพทย์ เธอเปิดโรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาสในกรุงโรม ต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อทดลองสอนตามทฤษฎีการศึกษาของเธอ ขณะนี้มีโรงเรียนรูปแบบมอนเตสซอรี่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

ปรัชญาของมอนเตสซอรีตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสังเกตเด็กโดยตรง และบูรณาการพัฒนาการของพวกเขากับการเรียนรู้ของเด็ก ๆ จุดเน้นจะอยู่ที่การเล่นและการทำงาน เนื่องจากเด็ก ๆ ชอบเลียนแบบจากผู้ใหญ่ และมองว่าเด็กมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยเด็ก ๆ จะเลือกแหล่งข้อมูลเพื่อใช้ในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

มอนเตสซอรี่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นเรื่องของประสาทสัมผัส ส่งเสริมการจับคู่ ความคล้องจอง การเรียงลำดับตัวอักษร การนับตัวเลขด้วยนิ้ว การเขียน และการวาดภาพ การเย็บผ้า การทอผ้าและงานไม้โรงเรียนจะใช้แหล่งข้อมูลช่วยให้เด็กเรียนรู้ผ่านการทำซ้ำ และแก้ไขตนเอง เด็กที่จัดการกับตัวต่อ เช่น เลโก้ จะสามารถมองเห็นข้อผิดพลาดของพวกเขาได้หากชิ้นส่วนไม่เข้ากัน และแก้ไขได้ด้วยตนเอง

ความแตกต่างของวิธีการของ Steiner กับ Montessori คือการจัดกลุ่มของเด็ก ๆ ในโรงเรียน มอนเตสซอรี่จะจัดตามความสามารถไม่ใช่อายุ มีประโยชน์คือมีการสร้างห้องเรียนหลายวัยเพื่อรองรับเด็ก ๆ ให้ทำงานตามความสามารถของแต่ละคน เปิดโอกาสในการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน และพัฒนาให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการเรียนรู้

3. แนวทางแบบ เรกจิโอเอมิเลีย เป็นปรัชญาการศึกษาที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นในเมืองทางตอนเหนือของอิตาลี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อสิ้นสุดลัทธิฟาสซิสต์ ผู้ปกครองและนักการศึกษาต่างมองหาประสบการณ์ทางการศึกษาใหม่ ๆ โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกในเมืองเรจจิโอเอมิเลียเปิดให้บริการในปีพ. ศ. 2506 โดยความร่วมมือของนักการศึกษา Loris Malaguzzi

ในปี 1991 Diana preschool หนึ่งในโรงเรียนอนุบาลของเมืองได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนอนุบาลที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Newsweek ว่ามีการยอมรับเป็นแนวทางการสอนที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์กับเด็กก่อนวัยเรียน และเด็กก่อนวัยเรียนเหล่านี้ถือว่าเป็นพลเมืองสำคัญของประเทศ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ และการจัดการศึกษาที่สามารถสร้างคุณค่า และอัตลักษณ์ส่วนบุคคลให้แก่เด็ก และเน้นการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการเรียนรู้ของพวกเขา

ครูอาจเห็นเด็ก ๆ สนใจที่จะทำรังนกบนต้นไม้นอกห้องเรียน ครูอาจกำหนดสิ่งที่เด็ก ๆ รู้เกี่ยวกับนกก่อนแล้ว จากนั้นครูอาจเสนอโอกาสให้เด็ก ๆ วาดภาพนกในรัง ครูแนะนำให้เด็กสร้างรูปปั้นของรังนก หรือกระตุ้นให้เด็กอ่านหนังสือสำหรับเด็กเกี่ยวกับสายพันธุ์นก นอกจากนี้ครูยังสามารถถ่ายภาพเด็ก ๆ ที่มีส่วนร่วมในการเรียนรู้เกี่ยวกับนกและค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองเพื่อดูพัฒนาการที่เกิดขึ้นด้วย

โรงเรียนเรกจิโอเอมิเลีย มีชื่อเสียงทางด้านการเน้นให้เด็กเกิดสุนทรียภาพ โรงเรียนจะมีทรัพยากรแต่ละอย่าง ที่ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจในห้องเรียนเพื่อเชิญชวนให้เด็ก ๆ สำรวจ และสร้างสรรค์ด้วยตนเอง ทรัพยากรที่จัดวางไว้อาจจะรวมถึงรายการต่าง ๆ เช่นท่อพีวีซี กล่องผ้า ถังหิน อิฐบล็อก และดินเหนียว ห้องเรียนจะต้องสว่าง และเปิดกว้าง ออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเสรี

ข้อจำกัดของการจัดการศึกษาในแบบของเรจจิโอเอมิเลียนั้น คือแต่ละที่ที่จะสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่จะต้องคำนึงถึงบริบททางวัฒนธรรม การเมืองและประวัติศาสตร์ของพื้นที่นั้น ๆ ดังนั้นโรงเรียนที่ตั้งขึ้นใหม่จึงเรียกแทนตัวเองว่า "แรงบันดาลใจจากเรกจิโอ" นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความแตกต่างของแต่ละบุคคลทำให้ยากต่อการประเมินอีกด้วย

ประเทศไทยมีโรงเรียนทางเลือกทั้งสามแบบ ปรัชญาทางการศึกษาทั้งสามแบบนี้สามารถนำมาประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับหลายๆ โรงเรียน รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาองภาคเอกชนที่จะเข้ามาสนับสนุนและร่วมกันพัฒนา และอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสังคมไทย ที่จะช่วยกันปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้น

เรื่องโดย ปิยรมณ์ ทรัพย์สุวรรณ | ภาพโดย AP
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend