ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

แก้รัฐธรรมนูญคือทางออกประเทศไม่ใช่ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

1.59K 14
แก้รัฐธรรมนูญคือทางออกประเทศไม่ใช่ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย จัดสัมมนา "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือทางออกประเทศไทย" ขณะที่ "โภคิน" มองรธน.60 พิสดารทำชาติไม่เดินหน้า ด้าน "นิกร" เชื่อ 80% หนุนแก้รธน. ส่วน "หญิงหน่อย" ย้ำต้องมีสสร.มาร่างใหม่เท่านั้น ไม่ใช่ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

(3 ตุลาคม 2563) ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ร่วมกับ สถาบันสร้างไทย จัดสัมมนาเรื่อง "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือทางออกประเทศไทย"ณ ห้องประชุม 14 ตุลา อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยมีนักการเมือง นักวิชาการ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รศ.ดร.โคทม อารียา ประธานภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย และนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา

โดยนายโภคิน กล่าวถึงเหตุผลที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนขึ้นมาเพื่อไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะเลือกตั้งได้ หรือแม้ชนะก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้น จึงทำให้เห็นความพิสดารของรัฐธรรมนูญ ทำให้ประเทศเดินไม่ได้ และจะเห็นว่าผลจากการสืบทอดอำนาจจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่สามารถทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ซึ่งสิ่งที่จะเป็นทางออกของประเทศ ก็คือต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน

"วันนี้หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน จะต้องให้ประชาชนเป็นผู้กำหนด เป็นผู้เขียน ไม่ใช่ให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ มาเขียน ดังนั้น จึงต้องมี สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ แล้วนำไปทำประชามติ จึงเชื่อว่าทางนี้เป็นทางออกของประเทศ" นายโภคิน กล่าวและยืนยันว่า การแก้ไขไม่ได้แตะหมวด 1 และหมวด 2 ที่พยายามเว้นไว้ เพราะต้องการไปดูหมวดเกี่ยวกับประชาชน เกี่ยวกับ ส.ส. และ ส.ว. ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ต้องการไปคัดค้านข้อเสนอของประชาชน ที่ต้องสามารถแก้ไขทุกมาตราได้

ด้านนายนิกร กล่าวว่า วันนี้ (3ต.ค.) บ้านเมืองกำลังมีปัญหา ซึ่งเรื่องของรัฐธรรมนูญจะเป็นประตูที่เปิดเข้าสู่ปัญหาความขัดแย้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ดังนั้น ในกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษา จึงมีการเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 เพราะถือว่าเป็นประตูเปิดให้สามารถแก้ไขได้ แต่ต้องยอมรับว่าในกมธ.วิสามัญ ที่ศึกษาไม่ได้มีการเชิญ ส.ว. เข้ามาร่วม เนื่องจากมองว่าควรจะต้องหารือ และตกลงกันให้จบใน ส.ส.ก่อน ซึ่งในวันที่โหวตลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภานั้น เหตุผลที่ต้องตั้งกมธ.ศึกษาก่อนโหวตรับหลักการ เพราะไม่ต้องการให้ร่างโดนตีตกไปตั้งแต่วาระรับหลักการ

นายนิกร กล่าวต่อว่า ดังนั้นจากการที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 สามารถแก้ได้ 80% ส่วนจะสามารถแก้ไขได้ตามร่างของฉบับรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เป็นเรื่องที่จะต้องไปพูดคุยกัน และยืนยันว่าในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จะโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระรับหลักการ


ขณะที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ กล่าวว่า กลุ่มไอลอว์ได้จัดทำโครงการเพื่อต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการเข้าชื่อของประชาชนกว่าแสนรายชื่อ และนำร่างไปยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร แสดงให้เห็นว่าประชาชนที่อยู่ภายใต้ระบบที่ไม่ปกติ ได้ตระหนักรู้แล้วว่าระบบการเมืองที่ไม่ปกติเป็นอย่างไร และได้ใช้ทุกช่องทางที่สามารถทำได้ เพื่อเรียกร้องให้ได้มาซึ่งระบอบการเมืองที่ปกติ ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐาน

ทั้งนี้ นี่เป็นข้อเสนอที่เห็นต่างยาก และเป็นข้อเสนอที่ตัวแทนประชาชนที่อยู่ในสภาฯ ไม่สามารถปฏิเสธได้ และไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ เพราะเป็นเนื้อหาที่ไม่สามารถหาเหตุผลในการปฏิเสธได้ เพราะข้อเสนอนี้ เป็นข้อเสนอที่ประนีประนอมที่สุด เพื่อหาทางออกตามระบบทางกฎหมายที่มีอยู่ หากคนที่อยู่ในสภาฯโหวตไม่รับ ก็ควรที่จะต้องอับอายต่อตัวเองและประชาชน หากมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โหวตไม่รับ ก็จะทำให้ประชาชนโกรธเคืองมากขึ้น และถ้ามีการโหวตไม่รับก็ต้องรับผิดชอบด้วย

"หากมีปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่มาจากความโกรธของประชาชนที่เพิ่มขึ้น และตัดสินใจกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง" นายยิ่งชีพ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.โคทม กล่าวถึงเจตนารมของภาคีรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย ที่ต้องการให้ฝ่ายการเมือง ประชาสังคม และวิชาการ ได้มีพื้นที่พูดคุยและร่วมกันขับเคลื่อน ซึ่งในวันที่ 14 ต.ค. ที่จะถึงนี้ ถือว่าเป็นวันสำคัญ หากทุกคนออกมาแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่า 14 ตุลาฯ 16 ที่ผ่านไปแล้ว ยังไม่จบ โดยเหตุผลที่จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะมีความไม่แฟร์ ดังนั้น ต้องรื้อซากสิ่งผุพังและสร้างอนาคตใหม่ โดยการให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจผ่านการลงประชามติ ว่ารับหรือไม่รับร่างที่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลแก้ไข ผ่านการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. และผ่านการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างที่ สสร.ร่างอีกครั้ง

ขณะที่ นายวัฒนา กล่าวว่า ปัญหาของประเทศมี 2 ปัญหา คือ การเมืองและเศรษฐกิจ หากแก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ ปัญหาเศรษฐกิจก็ไม่สามารถแก้ได้ หากบ้านเมืองวุ่นวายก็ไม่มีใครกล้ามาลงทุน อีกทั้งอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะสร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญเป็นต้นตอของปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งดูได้จากในรัฐสภา คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนคนที่มาจากการแต่งตั้งจะขัดขวาง ดังนั้น ทางออกของประเทศมีเรื่องเดียว คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญหากไม่แก้ไข เลือกตั้งกี่ครั้งก็ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนเดิม

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำว่า วันนี้เป็นเผด็จการภายใต้เสื้อคุมเผด็จการ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจและริดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะการไม่สามารถเลือกนายกฯได้ด้วยตนเอง โดยตนและคณะยังไม่ยอมถอดใจ จะเดินหน้าผลักดันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป เพราะถือว่าเป็นทางออกสันติและดีที่สุด ในการออกจากความขัดแย้ง ไม่ใช่การมีรัฐบาลแห่งชาติ ดังนั้น สิ่งที่ต้องการเสนอ คือ สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend