ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"ทรัมป์" ตัวการแพร่เฟคนิวส์ "โควิด-19" เบอร์ 1 ของโลก!

1.98K 9

ข่าวการติดเชื้อโควิด-19 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ทั่วโลกตกอยู่ในความโกลาหล และเป็นการตอกย้ำว่า "ไม่มีใครหนีเชื้อไวรัสร้ายได้พ้น" แต่ในขณะเดียวกันทรัมป์ก็ถูกมองว่า เขาคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์การระบาดภายในสหรัฐฯ เลวร้ายได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะการที่ทรัมป์จงใจพูดและโพสต์ข้อมูลบิดเบือนมาตั้งแต่ต้น ล่าสุดมีงานวิจัยโดยสถาบันชื่อดังที่พบว่า ทรัมป์คือบุคคลที่เป็นตัวการเผยแพร่ "เฟคนิวส์" เกี่ยวกับโรคโควิด-19 เบอร์ 1 ของโลก

"เรากำลังมีความก้าวหน้าในการพัฒนาและแจกจ่ายวัคซีนก่อนสิ้นปีและอาจจะก่อนหน้านั้นก็ได้ ผมอยากบอกว่าจุดจบของโรคระบาดกำลังใกล้มาถึงแล้ว และปีหน้าจะเป็นหนึ่งในปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ" นี่คือคำกล่าวของทรัมป์ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะประกาศข่าวช็อกโลกว่าเขาและภรรยาติดเชื้อโควิด-19 ไม่ว่าใครก็ตามที่ติดตามข่าวสารอยู่เสมอจะทราบทันทีว่า คำพูดของทรัมป์เป็นการ "กล่าวเกินจริง" ไปมากโข แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะนี่คือพฤติกรรมที่เขาทำเป็นประจำมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวภาคภาษาอังกฤษเกี่ยวกับโควิด-19 จากหลายสำนักข่าวทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ อินเดีย ออสเตรเลีย และบางประเทศในแอฟริกาและเอเชีย รวมมากถึง 38 ล้านชิ้น ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-26 พฤษภาคม เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาจาก "ข้อมูลเท็จ" ในสื่อ


ผลปรากฏว่า ทรัมป์กลายเป็น "พาหะแพร่ข่าวปลอม" อันดับ 1 ของโลก เพราะจากข่าวที่ปรากฎ "ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด" 1.1 ล้านชิ้น เกือบ 38 เปอร์เซ็นต์มี "ที่มา" จากทรัมป์ ตั้งแต่การตั้งสมมติฐานว่าเชื้อไวรัสเป็น "อาวุธชีวภาพ" ที่หลุดมาจากห้องแล็บในอู่ฮั่น, การเรียกยารักษาโรคมาลาเรียว่าเป็น "ยาวิเศษ", การเสนอให้ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าร่างกาย, การเรียกสถานการณ์การระบาดว่า "เรื่องหลอกลวงของพรรคเดโมแครต" ไปจนถึงการกล่าวหาว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือขององค์กรลับ "ดีพ สเตท" ที่ต้องการสร้างระเบียบโลกใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ทรัมป์แทบไม่เคยยกหลักฐานใดที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุน

องค์การอนามัยโลกเคยเตือนว่า "อินโฟเดมิค" หรือการแพร่กระจายของข่าวเท็จเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลไม่แพ้เชื้อไวรัส เพราะหากคนจำนวนมากเกิดเชื่อในข้อมูลเหล่านี้ขึ้นมา พวกเขาย่อมไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำที่เหมาะสม และเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อให้กับตัวเองและผู้อื่น โดยเฉพาะหากคนที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จเป็นถึง "บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก"

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยมองว่าสื่อเองก็มีส่วนช่วย "ขยาย" ข่าวเท็จจากปากทรัมป์อยู่ไม่น้อย เพราะสื่อส่วนใหญ่มองว่า คำพูดของบุคคลสำคัญไม่ว่าจะจริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่ "ต้องรายงาน" ขณะที่บางสำนักได้เผยแพร่บทความ "ตรวจสอบข้อเท็จจริง" ร่วมด้วย แต่มักมีผู้อ่านไม่มากนัก

ในขณะที่ทั่วโลกต่างอวยพรให้ทรัมป์หายป่วยโดยเร็ว หู ซีจิน บรรณาธิการของโกลบอลไทม์ส สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลจีนกลับเลือกโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่า ทรัมป์กำลัง "ชดใช้" ในการที่ตัวเองยอมเสี่ยง "ทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก" ข่าวนี้จะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อภาพลักษณ์ของทรัมป์และอาจรวมถึง "โอกาส" ในการชนะเลือกตั้งของเขาด้วย

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend