ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"พิชัย"อัด"ประยุทธ์"ขืนให้อยู่ต่อศก.ไม่มีทางฟื้น

837 51
พิชัยอัดประยุทธ์ขืนให้อยู่ต่อศก.ไม่มีทางฟื้น

"พิชัย นริพทะพันธุ์" หวนคืน "เพื่อไทย" คุมด้านเศรษฐกิจ ชี้ปีนี้เผาจริงชัดเจน เชื่อพรรคแก้ปัญหาได้ เพราะรู้หมดเป็นอย่างดี ย้ำปล่อยรัฐบาลประยุทธ์อยู่ต่อไร้ทางฟื้น

(3 ตุลาคม 2563) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า การที่ตนได้ตัดสินใจกลับเข้าพรรคเพื่อไทยตามคำเชิญชวนของผู้ใหญ่ที่เคารพในพรรค และดีใจที่ได้กลับมาเพราะพรรคเพื่อไทยเปรียบเสมือนบ้านที่คุ้นเคย ขนาดตนอยู่ข้างนอก คนก็คิดว่าตนเป็นคนของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว แม้กระทั่งสื่อหลักหลายสำนัก ก็ยังสนอข่าวตนว่าเป็นคนของพรรคเพื่อไทยมาตลอด

ทั้งนี้ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งให้กับประชาชนได้ ในขณะที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีความนิยมทรุดหนัก โดยโพลสำรวจล่าสุด พรรคเพื่อไทยยังมาเป็นอันดับหนึ่ง 19.3% โดยมีพรรคก้าวไกล 12.7% และพรรคพลังประชารัฐ 12.3 % ตามมา แต่ยังมีประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคไหนอีก 41.5% ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะต้องโน้มน้าวประชาชนกลุ่มนี้ ให้มาเลือกพรรคเพื่อไทยให้ได้

นายพิชัย กล่าวว่า โดยเฉพาะประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ จะเป็นจุดขายหลัก เพราะปัจจุบันประเทศกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างมาก เป็นความล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการบริหารพรรค เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อมาดูเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าแนวทางเศรษฐกิจพรรคต่อจากนี้ จะเป็นทางออกให้กับประเทศได้ และจะสามารถโน้มน้าวให้ประชาชนมาเลือกพรรคเพื่อไทยให้มากขึ้น จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาวะเศรษฐกิจของไทยพบว่ามีภาวะเสื่อมถอยอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เหมือนที่ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.คลัง ได้เตือนไว้แล้วว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเผาจริง โดยล่าสุดธนาคารโลกได้ออกเตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบมากที่สุดในเอเซียตะวันออก โดยจะติดลบที่ -8.3 % และอาจจะลบหนักไปถึง -10.4% และอาจจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปี กว่าจะฟื้นมาที่เดิม อีกทั้ง รัฐบาลยังใช้เงินอย่างสะเปะสะปะไม่ตรงจุดในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ


นอกจากนี้ สภาพัฒน์ฯได้ออกมาเตือนในหลายเรื่องเช่น ความเหลื่ยมล้ำของรายได้ที่คนรวย 10% มีรายได้มากกว่าคนจน 10% ถึง 20 เท่า อีกทั้งยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่ลูกคนรวยมีอัตราเรียนต่อปริญญาตรี 65.6 % ในขณะที่ลูกคนจนมีเพียง 3.8% เท่านั้น และคนจนในไทยเพิ่มขึ้นระหว่างปี 60-63 ต่อเนื่องจากที่ธนาคารโลกบอกในปี 58-61 ประเทศไทยมีคนจนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านคน

นายพิชัย กล่าวด้วยว่า ล่าสุดหนี้ครัวเรือนของไทยพุ่งสูงถึง 83.8% ของ จีดีพี และอาจพุ่งทะลุ 90% ในปลายปีนี้ เมื่อจีดีพีของไทยจะติดลบหนัก ขณะที่หนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งประชาชนจะเดือดร้อนกันอย่างมาก และที่สำคัญ คือ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแถมยังลดลงด้วย อีกทั้ง ยังมีปัญหาเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ รายได้ของประชาชนลดลง การส่งออกที่ไม่ขยายตัวเลยตลอด 6 ปี และการลงทุนหดหาย แถมยังมีการโยกย้ายฐานการผลิต เช่น บริษัทพานาโซนิค ที่เพิ่งจะย้ายออกจากไทยไปเวียดนาม

รองหัวหน้าพรรค กล่าวต่อว่า ปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาหลักของประเทศที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะตลอด 6 ปีได้พิสูจน์แล้วว่า บริหารล้มเหลว ซึ่งยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มขึ้น แต่กลับไม่ยอมรับและพยายามโกหกประชาชนมาโดยตลอด ดังนั้น พรรคเพื่อไทยได้ทราบปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าหากประชาชนให้ความมั่นใจ พรรคเพื่อไทยจะสามารถแก้ไขได้แน่

"เพราะเรามีแนวคิด และมีบุคคลากรที่มีความพร้อม แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการฟื้นเศรษฐกิจสักช่วงหนึ่ง เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีมาอย่างรุนแรงและยาวนาน แต่ยืนยันว่าจะฟื้นได้แน่ โดยหากปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศต่อไปเศรษฐกิจไทย จะไม่มีทางฟื้นได้เลย" นายพิชัย กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend