ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"สมศักดิ์"มอบนโยบายกรมราชทัณฑ์ลดแออัดคุก-ห้ามผู้ต้องขังดับ

230 19
สมศักดิ์มอบนโยบายกรมราชทัณฑ์ลดแออัดคุก-ห้ามผู้ต้องขังดับ

"รมว.ยุติธรรม" มอบนโยบายกรมราชทัณฑ์ จี้ผบ.เรือนจำดูแลคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ห้ามแออัด-เสียชีวิต-คุณภาพอาหารต้องดี-สร้างทักษะอาชีพก่อนปล่อยตัว คืนคนดีมีคุณภาพสู่สังคม พร้อมขอขรก.ทุกคนตั้งใจทำงาน ยันมีวิจารณญาณพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน

(1 ตุลาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ ได้ประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม นายสามารถ เจนชัยจิตรวานิชย์ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม และผู้บัญชาการเรือนจำและทัณฑสถาน 143 แห่ง จากทั่วประเทศร่วมงาน

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อปีก่อนเคยมามอบนโยบายไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเป็นที่น่าประทับใจ แต่อาจจะมีข่าวคราวไม่ดีบ้าง อาจจะเป็นการปล่อยข่าวทำลายกันของคู่แข่ง เหมือนทางการเมืองที่มีคู่แข่งทางการเมืองปล่อยข่าวทำลายกัน ในสังคมของกรมราชทัณฑ์ก็มี ตนมีวิจารณญานเชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง หากเป็นผู้บริหาร เป็นรัฐมนตรี แล้วหูเบาบ้านเมืองก็วุ่นวาย ส่วนตัวพร้อมรับฟังทุกคน เพราะการเป็นนักฟังที่ดีจะเอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้

ทั้งนี้ หากคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง มีเหตุมีผล คุยกันได้ทุกเรื่อง ถึงแม้จะเป็นเรื่องใหญ่ให้ตนต้องแก้กฎหมายก็จะทำ หรือเป็นเรื่องเล็กๆ ยิ่งสบาย การทำงานที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายหรือยาก แต่เป็นเรื่องของการแก้ปัญหา ผู้บริหารทุกคนต้องมีวิจารณญาณ อะไรที่ควรทำหรือเหมาะสมแค่ไหน ตนอยากให้ระมัดระวังในบางครั้งหลายๆเรื่อง รุ่นพี่อาจจะแนะนำรุ่นน้อง ตนขอฝากผู้มีประสบการณ์มาก ก็ช่วยแนะนำกัน บางครั้งข่าวที่ออกไปข้างนอกบางเรื่องจริง บางเรื่องไม่จริง ไม่อยากให้มีอะไรมารบกวนการทำงาน

"ผมขอตามเรื่องเก่าที่เคยให้นโยบายไว้ คือ เรื่องผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ผมให้ทำการบ้านมา ตอนนี้เรารับผู้ต้องขังได้เท่าไร ที่เราตั้งเป้าไว้ 3 แสนคนทำได้หรือไม่ หากเราทำได้ครบ ในส่วนที่ล้นเราจะเอาไปไว้ไหน ตอนนี้เรารองรับได้แล้ว 2.9 แสนคน แต่ยังมีผู้ต้องขังอยู่ 3.4 แสนคน ตรงนี้เป็นหน้าที่ของกรมต้องคิดว่าจะทำอย่างไร หรือผบ.หวงนักโทษ ไม่อยากให้เขาไปอยู่ในที่ไม่ล้นหรือไม่ หากเป็นเรื่องจริงทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล ในปีนี้ผู้ต้องขังต้องไม่แออัด หรือหากจะแออัดก็เป็นเพียงชั่วคราว รอการโอนย้าย ผมเชื่อว่าเราทำได้" นายสมศักดิ์ กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จะต้องมีบัญชีหรือรู้ว่าผู้ต้องขังที่อยู่มาแล้ว 2 ใน 3 เรือนจำมีเท่าไร ในการได้สิทธิพักโทษ ส่วนตัวไม่ทราบว่า นักโทษมีสิทธิทำเรื่องขอพักโทษหรือไม่ และผู้กระทำผิดซ้ำ ไม่มีการให้พักโทษก่อนเวลาเลย อาจจะต้องมีการปรับอย่างไรได้หรือไม่ และการปล่อยตัวผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย เหมือนการจะปล่อยเสือเข้าป่า จะต้องมีการปรับตัวให้หากินเองได้บ้าง แบบค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากนี้ หรือกรณีนักโทษแบบ นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง หากปล่อยไปเลย ก็กลับไปทำผิดอีก ส่วนตัวอยากให้ทุกคนช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง วันนี้ (1ต.ค.) มีกำไล EM และมีศูนย์ JSOC ที่สามารถติดตามได้ และให้สังคมช่วยติดตาม แต่ต้องมีวิธีอื่น เพื่อให้อยู่ในสังคมได้ด้วย เช่น การฝึกอบรมอาชีพ เพราะผู้ต้องขังมีเวลาอยู่ในเรือนจำนาน สามารถอบรมได้

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมีแนวคิดสร้างนิคมอุตสาหกรรม แต่ต้องช่วยกันคิดว่า จะมีอาชีพใดที่เป็นที่ต้องการบ้าง ยิ่งมีการส่งเสริมเรื่องภาษาอังกฤษ จะสามารถส่งออกแรงงานไปยังต่างประเทศ ซึ่งได้เงินเดือนเยอะกว่า 2 เท่า รวมถึงการทำบัญชีครัวเรือน หากได้วิชาพื้นฐานอย่างคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ จะสามารถต่อยอดไปทำงานอื่นๆได้ นี่คือการเครียมความพร้อมก่อนปล่อย สิ่งต่างๆเหล่านี้ หากทุกคนตั้งใจ มีข้อมูลดีๆ เชื่อว่าจะสามารถพัฒนาศักยภาพของกรมได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการป้องกันโควิด-19 ตนขอชื่นชม ผบ.ทุกคนที่ควบคุมโรคได้ดีมาก

จากนั้นเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีผบ.เรือนจำ ได้สะท้อนถึงปัญหา กรณีนักโทษหลบหนี หากตามตัวนักโทษไม่ได้ภายใน 48 ชั่วโมง ผบ.เรือนจำนั้น จะถูกย้าย ซึ่งเป็นนโยบายที่คิดว่าไม่เหมาะสม อยากให้แก้ไข

โดยนายสมศักดิ์ ตอบว่า "ได้ เพราะนักโทษที่หลบหนี จะมีโทษที่สูงอยู่แล้ว ส่วนตัวอยากให้เน้นเรื่องการเสียชีวิตของนักโทษในเรือนจำมากกว่า หากสูงเกินปกติจะถือว่า ผบ.เรือนจำนั้น มีความผิดร้ายแรง และขอให้ทุกคนทำงานตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นหน่วยงานที่ประชาชนเข้าถึงและพึ่งได้ ตนเชื่อว่าทุกท่านทำได้"

นอกจากนี้ ยังมีหารือถึงเรื่องอาหารสำหรับนักโทษในเรือนจำ ซึ่งนายสมศักดิ์ ระบุว่า การตรวจสอบเรื่องคุณภาพอาหาร เป็นสิ่งที่สำคัญ จะหย่อนยานไม่ได้ แม้ว่าจะได้งบประมาณน้อยกว่าหน่วยงานอื่น แต่ต้องบริหารให้ดี ให้ครบถ้วน ตนไม่ได้มาสอน แต่มาแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ทุกอย่างต้องเดินไปข้างหน้า อย่าปล่อยให้งานหละหลวม ทุกอย่างต้องมีเหตุผล ต้องตอบคำถามได้

เรื่องโดย Nationtv​ | ภาพโดย Nationtv​
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend