ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

โผล่อีกรายครูเนอร์สเซอรี่นครปฐม ทำร้ายเด็ก อนุบาล

695 0

พ่อเด็กชายวัย 3 ขวบ โพสต์โซเซียลลูกถูกครูพี่เลี้ยงเนอร์สเซอรี่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ใช้มือหยิกเป็นแผลกลางฝ่ามือ ส่งตรวจร่างกายนาน 1 เดือนคดีไม่คืบ ขณะที่โรงเรียนให้ครูพี่เลี้ยงคนกล่าวออกแล้ว ส่วนคดีตำรวจนัดสอบปากคำ 2 ฝ่าย ก่อนแจ้งข้อหา

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ชื่อว่า K'a Pom Yidlai ได้โพสต์ภาพและคลิปโดยมีข้อความว่าเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่28สิงหาคมที่ผ่านมา ประมาณ 4 ทุ่มลูกชายร้องเจ็บที่มือเมื่อขอดูพบรอยหยิกที่มือเลือดซิปๆจึงสอบถามไปที่โรงเรียนได้คำตอบว่า เป็นครูพี่เลี้ยงชื่อครูนกเป็นคนทำเช้าวันที่29 สิงหาคมจึงพาลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และไปแจ้งความแต่ผ่านมา 1 เดือนคดีไม่คืบหน้าทางตำรวจแจ้งว่ารอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลก่อนแต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าได้ให้รับรองกับตำรวจมาแล้ว อยากให้ผู้รู้ให้คำแนะนำทุกวันนี้บาดแผลที่มือดีขึ้น แต่น้องยังนอนละเมออยู่ นอกจากนี้มีคลิปภายในห้องเรียนความยาว20กว่าวินาทีภาพครูพี่เลี้ยงเดินมาจับมือให้เด็กนักเรียนชายจับดินสอเพื่อเขียนหนังสือแต่ช่วงที่ปล่อยมือ เด็กชายคนดังกล่าวได้ร้องไห้ขึ้นทันทีและมีภาพนิ่งเป็นฝ่ามือของเด็กชายมีบาดแผลคล้ายรอยเล็บจิกอยู่บนฝ่ามือ 5 รอยและมีภาพกระดาษที่มีข้อความและรูปภาพของครูพี่เลี้ยงว่าทางโรงเรียนได้ให้ออกจากงานแล้วขณะที่โรงเรียนได้ส่งครูมาพูดคุยพร้อมนำกระเช้ามาให้


ล่าสุด เมื่อวานนี้ ครอบครัวน้องพอท เด็กชายวัย 3 ขวบ ที่ปรากฎภาพในคลิป ประกอบด้วย นายมนูญ ยิดไล้ อายุ 33 ปี,นางสาวสุทธิดา สามงามดี อายุ 28 ปี และนางสุภาพร โพธิ์หวี อายุ 56 ปี ยายของน้องพอท ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เพื่อติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้หลังจากเคยมาลงบันทึกแจ้งความไว้แล้วนางสุภาพร โพธิ์หวี อายุ 56 ปี ยายของน้องพอท ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจแจ้งว่าได้นำเอกสารผลการตรวจจากโรงพยาบาลแล้ว แต่โรงเรียนยังไม่ได้ติดต่อมา ส่วนหลานก็ไม่ได้ให้ไปเรียนหนังสือแล้ว เพราะหลานยังอยู่ในอาการหวาดผวา ไม่กล้าใส่ชุดนักเรียน ต้องคอยปลอบอยากให้โรงเรียนติดกล้องทุกจุดทั้งทางเดินและที่ลับตา และขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับครูพี่เลี้ยงจนถึงที่สุดสำหรับแนวทางการดำเนินคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้เสียหาย และได้นำเอกสารทางการแพทย์มาแล้ว โดยได้รับการประสานงานจากทนายความของโรงเรียนว่าจะเข้ามาพบกับครอบครัวน้องพอท เพื่อทำความเข้าใจและตกลงร่วมกันโดยจะดูว่าเหตุที่เกิดเป็นการทำร้ายร่างกาย หรือการลงโทษเด็ก หรือลงโทษแล้วเกินกว่าเหตุ ถ้าเกินกว่าเหตุแล้วผู้ปกครองประสงค์จะดำเนินคดีทางตำรวจก็จะเดินหน้าต่อโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เรื่องโดย ปนิทัศน์ มามีสุข | ภาพโดย นส.ปณิดา มามีสุข
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend