ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

แฉ "ทรัมป์" ภาษีไม่เสีย-ธุรกิจเจ๊งยับ-รับเงินต่างชาติ

2.17K 45

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนที่แหวกแทบทุกธรรมเนียมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องการ "เปิดเผยข้อมูลรายได้" จริงอยู่ที่ไม่มีกฎหมายใดบังคับ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ทุกคนต่างก็ยินดีเปิดเผยข้อมูลการเสียภาษีของตัวเองเพื่อให้ประชาชนเชื่อใจว่า ไม่มีรายได้ใดแอบแฝง และปราศจากซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน

แต่ขณะนี้ผ่านมาแล้วเกือบครบวาระ 4 ปี ทรัมป์ยังคงไม่เปิดเผยฐานะทางการเงินของตัวเอง ท่ามกลางข้อสงสัยว่า ทรัมป์ปิดบังอะไรไว้หรือไม่ จนกระทั่งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวนิวยอร์กไทม์สได้ออกมาแฉ โดยอ้างว่ามีแหล่งข่าวที่ไม่ขอเปิดเผยนามเอาเอกสารภาษีของทรัมป์มาให้ ปรากฎว่า ในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา มีถึง 11 ปีที่ทรัมป์ "ไม่เสียภาษีเลยแม้แต่บาทเดียว"

ขณะที่ในปี 2559-2560 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาชนะเลือกตั้ง พบว่าทรัมป์เสียภาษีเพียง 750 ดอลลาร์ หรือประมาณ 20,000 กว่าบาทเท่านั้น น้อยกว่าอดีตผู้นำอย่างบารัก โอบามา และจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ที่เสียภาษีปีหนึ่งหลักแสนดอลลาร์ และตัวเลข 750 ดอลลาร์นี้ยังน้อยกว่าการเสียภาษีโดยเฉลี่ยของประชาชนชาวอเมริกันกว่า 10 เท่า จนในโลกออนไลน์มีกระแสการติดแฮชแท็ก #IPaidMoreTaxesThanDonaldTrump หรือ #ฉันเสียภาษีมากกว่าโดนัลด์ทรัมป์

นอกจากนี้ แม้บางปีทรัมป์เสียภาษีหลายล้านดอลลาร์ แต่ปรากฏว่า ทรัมป์กลับได้เงินคืนภาษีมามากกว่าครึ่ง ซึ่งเรื่องเงินคืนภาษีมูลค่า 73 ล้านดอลลาร์นี่เองที่ทำให้ทรัมป์ถูกสำนักงานสรรพากรตรวจสอบมานานกว่า 10 ปีจนถึงปัจจุบัน


หลายคนคงเกิดคำถามว่า ทรัมป์เป็นเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ มีความมั่งคั่งหลายพันล้านดอลลาร์ เป็นไปได้อย่างไรที่ทรัมป์แทบไม่เสียภาษีเลย คำตอบก็คือ ทรัมป์ยื่นภาษีว่า เขาขาดทุนมากกว่ากำไร และมีรายจ่ายมากกว่ารายได้

ทรัมป์มีรายได้มาจากหลายแหล่ง โดยนอกจากตึก "ทรัมป์ทาวเวอร์" ใจกลางนครนิวยอร์กแล้ว กลายเป็นว่าการ "ขายหน้าตา" และ "ขายนามสกุล" ตัวเอง ด้วยการไปเป็นพรีเซนเตอร์หรือเอาชื่อไปแปะตามสินค้าต่างๆ กลับสร้างรายได้ให้กับทรัมป์ยิ่งกว่าตึกระฟ้าใหญ่โตเสียอีก

นอกจากนี้ในช่วง 2 ปีแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ยังพบว่าเขามีรายได้มาจากต่างประเทศด้วย โดยรวมถึงประเทศอย่างอินเดีย ฟิลิปปินส์ และตุรกี ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยว่า แบบนี้จะถือว่ามีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่พบว่าทรัมป์มีรายได้มาจากรัสเซียแต่อย่างใด

แม้มีรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ แต่ทรัมป์มีรายจ่าย "ในทางบัญชี" มีหนี้สิน และธุรกิจขาดทุนมากยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟทั่วโลก โรงแรมในกรุงวอชิงตันดีซี และมีหนี้ที่ต้องจ่ายในอีก 4 ปีข้างหน้าอีกกว่า 400 ล้านดอลลาร์ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคเดโมแครตออกมาเรียกร้องให้ทรัมป์เปิดเผยข้อมูลว่า "ใครคือเจ้าหนี้" เป็นคนอเมริกันหรือมาจากต่างประเทศ โดยเดโมแครตอ้างว่า หนี้สินของประธานาธิบดีคือเรื่อง "ความมั่นคงระดับชาติ"

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ทรัมป์เสียภาษีน้อยนิดก็คือ "การหักค่าใช้จ่าย" แต่พอขุดคุ้ยข้อมูลลงไป กลับพบว่า มีหลายค่าใช้จ่ายที่น่าสงสัย เช่น "ค่าทำผม" ตอนที่ทรัมป์เป็นพิธีกรรายการเรียลลิตี้กว่า 70,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 2 ล้านบาท และ "ค่าที่ปรึกษา" กว่า 20 ล้านบาทที่จ่ายให้กับลูกสาว "อิวานกา ทรัมป์" ในปีเดียว ทั้งที่อิวานกาก็เป็นหนึ่งในผู้บริหารของ "ทรัมป์ออร์กาไนเซชัน"

หลังถูกแฉรอบล่าสุด ทรัมป์ได้ออกมาแก้ต่างว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะเขาก็คือประชาชนคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมาย และหากเปรียบเทียบกับมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามีแล้ว หนี้สินมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ถือว่า "น้อยนิดมาก"

เรื่องแบบนี้คงอยู่ที่ใครจะมอง เพราะในขณะที่ฝ่ายหนึ่งมองว่า ทรัมป์กำลังเอาเปรียบประชาชนคนธรรมดาที่เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่อีกฝ่ายก็มองว่า นี่เป็นเรื่องธรรมดาของโลกธุรกิจ และทรัมป์ก็เป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ต้องการใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์ต่อกิจการของตัวเองมากที่สุด

อย่าลืมว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงเอกสารที่ทรัมป์ "แสดง" ต่อสรรพากรเท่านั้น สุดท้ายแล้วทรัมป์จะรวยแค่ไหน รวยจริงหรือไม่ หรือจะแค่รวยลวงโลก มีแค่ทรัมป์เท่านั้นที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend