ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เตรียมไล่ออกครู-ปลดผู้บริหารสารสาสน์ราชพฤกษ์ยกชุด

4.39K 38
เตรียมไล่ออกครู-ปลดผู้บริหารสารสาสน์ราชพฤกษ์ยกชุด

"ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์" เตรียมไล่ออกครูทำร้ายเด็ก พร้อมปลดผู้บริหารสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ออกยกชุด เหตุทำเสื่อมเสีย ลั่นยินดีชดเชยทั้งหมด ส่วนที่ผู้ปกครองเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาทมองว่าเกินกว่าเหตุ

(30 กันยายน 2563) นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ กล่าวชี้แจงการดำเนินการเอาผิดคุณครูและผู้บริหารเกี่ยวกับเหตุการณ์คุณครูชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทำร้ายนักเรียน ว่า ขณะนี้ได้สั่งการปรับเปลี่ยนหมดแล้ว ทั้งการเรียนการสอน คุณครู และผู้บริหาร ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นผู้ก่อตั้งเครือโรงเรียนนี้ และเป็นผู้พัฒนาจนทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงและมีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเวลานี้ ยังไม่สามารถทำอะไรมากได้ เนื่องจากหลายอย่างต้องใช้เวลา แต่หาก 2-3 วัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และส่วนตัวยอมรับว่าเรื่องดังกล่าว เป็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นมานาน โดยเฉพาะผู้บริหารของโรงเรียนที่ไม่เอาไหน กลัวครูเกลียดจึงตามใจครูแล้วปล่อยให้เรื่องเกิดขึ้น

ส่วนการติดกล้องวงจรปิดนั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละโรงเรียน ไม่มีกฎข้อบังคับจะต้องติด แต่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ติดแล้ว ก็ไม่ดูความเรียบร้อย เป็นการติดเพื่อฆ่าตัวเองแค่นั้นเอง หากติดแล้วก็ควรที่จะดู เพื่อให้เห็นพฤติกรรมของคุณครู เมื่อเรื่องเกิดขึ้นจึงได้ตั้งคณะกรรมการ 5 คน ให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งจะมีโทษถึงไล่ออก เนื่องจากทำให้โรงเรียนเสียหาย รวมถึงเปลี่ยนผู้บริหารที่ไม่จริงจังต่อการทำงาน และลูกสาวของตัวเอง ที่บริหารโรงเรียนนี้ก็จะถูกปลดจากตำแหน่ง

ประธานอำนวยการ ยังกล่าวอีกว่า ปกติแล้วทางโรงเรียนจะมีกฎข้อบังคับให้ผู้บริหารต้องทำงานอยู่ภายในห้องเพียงแค่ 2 ชั่วโมงต่อวันนอกจากนั้นจะต้องเดินดูความเรียบร้อยของนักเรียนภายในโรงเรียนส่วนมาตรฐานในการคัดเลือกคุณครูที่มาสอนในโรงเรียนในเครือสารสาสน์นั้น กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นคุณครูพี่เลี้ยงเท่านั้น ที่ก่อเหตุความรุนแรงกับเด็ก ส่วนตัวมองว่าครูพี่เลี้ยงทำเกินหน้าที่

ทั้งนี้ ปกติแล้วพี่เลี้ยงมีหน้าที่แค่พาเด็กไปเข้าห้องน้ำ หรือช่วยจัดอาหารหรือคอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ แต่ในเรื่องการเรียนการสอน ครูพี่เลี้ยงไม่มีหน้าที่นี้ หากเป็นครูสอนภาษา ส่วนตัวก็ยอมรับว่าจำเป็นต้องหามาทดแทนก่อน เนื่องจากติดปัญหาการแพทยระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ไม่สามารถหาคุณครูชาวต่างชาติมาสอนได้ แต่ก็ยอมรับว่าครูชาวต่างชาติทำเกินกว่าเหตุในการทำร้ายเด็กและจับเด็กขังในห้องน้ำ


อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้น จึงได้ขอโทษผู้ปกครองและยินยอมที่จะชดใช้ อภิบาลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากมีค่าใช้จ่ายจากการพบแพทย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก็ยินดีที่จะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ส่วนคนที่เรียนต่อทางโรงเรียนก็จะงดเว้นการจ่ายค่าเทอมให้ตลอดหนึ่งปีนี้ แต่การชดเชยด้านอื่น ๆ ก็จะชดเชยให้ตามสมควร ไม่อยากให้ผู้ปกครองเรียกร้องมากเกินไป อย่างมีผู้ปกครองบางคนเรียกร้องเงินถึง 2 ล้านบาท ส่วนตัวก็มองว่าไม่เหมาะสม

ล่าสุดวันนี้ (30ก.ย.) มีการลงบันทึกข้อตกลง 3 ฝ่าย ระหว่าง รมว.ศึกษาธิการ ผู้บริหารโรงเรียน และผู้ปกครอง ถึงทางออกของปัญหาร่วมกัน ซึ่งส่วนตัวยังไม่ทราบประเด็นทั้งหมด แต่สิ่งที่เห็นค้าน คือ การลดราคาค่าเล่าเรียน 10% โดยให้เหตุผลว่า หลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางโรงเรียนได้ไปกู้เงินมาบริหารงาน มีค่าใช้จ่าย 160 ล้านบาท ต่อเดือน จึงไม่มีเงินที่จะมาชดเชยในส่วนนี้ แต่หากเป็นนักเรียนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะไม่เก็บค่าเล่าเรียนหนึ่งปี แต่หากผู้ปกครองต้องการย้ายโรงเรียนก็จะคืนเงินในส่วนของเทอมนี้ให้

ทั้งนี้ แต่หากเป็นสภาพจิตใจก็ต้องดูแลให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังมองว่าหากคิดในแง่บวกก็ถือเป็นการสร้างภูมิต้านทานและภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก ให้เด็กรู้จักมีประสบการณ์ในแง่ร้ายบ้าง แต่ว่าไม่ใช่ไม่รักษาในเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วจะแก้ได้อย่างไร แต่หากได้รับผลกระทบก็ให้ผู้ปกครองพาไปปรึกษาจิตแพทย์โดยทางโรงเรียนก็จะชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์