ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"บิ๊กกบ" อำลาตำแหน่งผบ.เหล่าทัพส่งต่อ"บิ๊กแก้ว"

241 7
บิ๊กกบ อำลาตำแหน่งผบ.เหล่าทัพส่งต่อบิ๊กแก้ว

"บิ๊กกบ" อำลาตำแหน่งผบ.เหล่าทัพ แนะใช้งบประมาณที่มีข้อจำกัด จัดหายุทโธปกรณ์ ยึดหลักความพอดีและพอประมาณ ด้าน "บิ๊กแก้ว" ให้คำมั่น จะทำให้ทัพไทยรุ่งเรืองเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติ และความสงบสุขของประชาชน

(30 กันยายน 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ การบังคับบัญชาตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระหว่าง พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี กับ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

โดยพล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวขอบคุณความสำเร็จทั้งปวงของกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของกำลังพลทุกระดับทุกตำแหน่งทุกชั้นยศ ทั้งยังทำหน้าที่ปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความสำคัญของชาติ และการพัฒนาประเทศตลอดมา จากนี้เชื่อมั่นว่าภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.อ.เฉลิมพล จะนำพาให้กองทัพเป็นหน่วยงานหลักด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ที่มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ และทำหน้าที่ในการปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลในการร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ

ด้าน พล.อ.เฉลิมพล ขอให้คำมั่นว่า จะสานต่อนโยบายที่ท่านได้ริเริ่มไว้ และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของกองทัพไทย ในอันที่จะเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติ และความสงบสุขของประชาชนสืบไป

สำหรับพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 21 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 32 สำเร็จ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางทหาร อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 25 รักษาพระองค์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เจ้ากรมยุทธการทหารบก รองเสนาธิการทหารบก และเสนาธิการทหาร

อย่างไรก็ตาม ก่อนพิธีรับ-ส่งหน้าที่ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ได้ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพคนใหม่ และผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าพบและมอบของที่ระลึก พร้อมกล่าวว่าหลังจากนี้จะส่งมอบการบัญชาคับบัญชาและการประชุมผู้บัญชาการทางทหาร ให้กับ พล.อ.เฉลิมพลศรี ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมบอกกับทุกคนว่า ในการทำงานจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายของประเทศไทย ต้องเผชิญกับภาวะทางเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาเร่งด่วน และกองทัพจะต้องยืนหยัดดำรงความพร้อม ทั้งการสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศชาติได้ต่อไป

กองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องพัฒนาศักยภาพโดยจะบกพร่องไม่ได้ โดยเฉพาะงบประมาณที่มีข้อจำกัด ที่จะต้องรับมือและต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับกลไกการดำเนินการทุกด้าน ดังนั้นการจัดหายุทโธปกรณ์ ขอให้ยึดหลักตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องความพอดีและความพอประมาณ แลพขอเน้นเรื่องภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยใช้ขีดความสามารถของกองทัพที่มีอยู่


ส่วนคำแนะนำให้กับการทำหน้าที่ในสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของผู้บัญชาการเหล่าทัพคนใหม่ มองว่าทุกคนคงใช้ดุลพินิจระหว่างกัน ว่าการแสดงบทบาทของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาจะดำเนินการอย่างไร คาดว่าแต่ละคนคงจะแถลงแนวทางในอนาคตอันใกล้นี้

เมื่อถามถึงความเป็นห่วงต่อบ้านเมืองในปัจจุบันหลังจากเกษียณไปแล้วมีความเห็นอย่างไร พล.อ.พรพิพัฒน์ เชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้วประเทศไทยจะมีความเป็นพิเศษคือเรื่องความรู้รักสามัคคี ความปรองดองเท่านั้นที่จะนำพาประเทศชาติไปได้ มองความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ และถ้านำเรื่องความเห็นต่างมาช่วยเสริมและกำหนดทิศทางด้วยกันบนพื้นฐานว่าเราจะรักกัน เราอยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าไปอย่างสงบสุข แบบที่ไม่ต้องสร้างความขัดแย้ง เชื่อว่าในที่สุดประเทศไทยก็จะเห็นทางสว่างและประสบความก้าวหน้า

พล.อ.พรพิพัฒน์ ปฏิเสธตอบคำถามว่าหลังเกษียณแล้วจะไปทำอะไร แต่ยืนยันว่าจะไม่เล่นการเมืองแน่นอน เพราะไม่ถนัด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์