ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"ชูคำสอน"นรก สวรรค์ วันเดียว"เตือนใจการเมือง

1.98K 45
จตุพรชูคำสอนนรก สวรรค์ วันเดียวเตือนใจการเมือง

"จตุพร พรหมพันธุ์" ยกคำพระสอนการเมืองอยู่ที่การตัดสินใจฉับพลัน คิดถูกเป็นสวรรค์อยู่อย่างสง่างาม เตือนรัฐอย่าลอยตัวเอง ย้ำถ้าแก้ไขปัญหาไม่ได้ควรหลีกทางให้คนมีประสิทธิภาพดีกว่าได้ทำงาน ติงอย่าเก่งแต่ใช้ตรรกต่อว่าผู้อื่น

(30 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยยกคำพระสอนถึง นรก สวรรค์ วันเดียว มาเตือนผู้มีอำนาจว่า ถ้าใช้ตรรกให้ความเป็นธรรม กับตัวเองแล้ว ควรต้องใช้ตรรกนั้น ให้ความเป็นธรรมกับผู้อื่นด้วย ซึ่งหากละเลยแล้ว นรก สวรรค์ วันเดียวในทางการเมืองคงมีอยู่จริงเช่นกัน

ทั้งนี้ เหตุที่ยกคำว่า นรก สวรรค์ วันเดียวนั้น เพื่อต้องการบอกถึงทุกสิ่ง แปรสภาพในวันเดียว หรือฉับพลันทันด่วนได้ โดยหลายเหตุการณ์ของไทยยังเป็นเช่นนั้น อย่างวันนี้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่วันพรุ่งนี้จะเป็นอดีตนายกฯ แล้วต้องพบวิบากกรรมอีกหลายเรื่องราว ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ ช่วง 88 ปีที่ผ่านมาของประเทศไทย

"ช่วงการเมืองเต็มไปด้วยข่าวลือขณะนี้ จึงขอให้นายกฯอย่าหลงตัวว่า ประเทศจะขาดตัวเองแล้วล่มสลาย อีกอย่างถ้าไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างจริงจังแล้ว การอธิบายถึงการปฏิรูป แต่ไม่มีการปฏิบัติให้เป็นจริงขึ้น ย่อมเป็นแค่ลมลวงของคำการปฏิรูปเท่านั้น" นายจตุพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การเมืองเกิดวิกฤตศรัทธา เริ่มจากฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนฝ่ายบริหารประชาชนก็สิ้นหวัง ดังนั้น หากไม่แก้ไขในสองส่วนนี้ ในขั้นการปฏิรูปแล้ว คงกระทบก่อให้สถานการณ์ต้องเลวร้ายลงหนักไปอีก และสิ่งสำคัญ คือ การเอาแต่คิด ว่าตัวเองแน่ ส่วนคนอื่นไม่แน่ นั่นจึงเป็นตรรกที่ไม่มีความเป็นธรรมต่อคนอื่น

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ความจริง คือ เป็นนโยบายของรัฐบาล และรัฐบาลตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนเสร็จเรียบร้อย แต่เมื่อมีการชุมนุมเรียกร้องให้แก้ กลับถูกถากถาง ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนี้ เพราะแทนที่รัฐบาลควรขอบคุณผู้ชุมนุมที่มาเตือนความจำในการแถลงนโยบายรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญต่อสภาฯไว้แล้ว

"ถ้าไม่มีสัญญาณใดๆแล้ว คงไม่มีวันแก้รัฐธรรมนูญได้ จึงขออย่าได้พูดถึง ส.ว.เป็นอิสระเลย เพราะไม่มีอยู่จริง ใครแต่งตั้งขึ้นมาล้วนรู้ดีกัน ดังนั้น จึงถามว่าจะแก้หรือไม่แก้ และการเสนอให้เปิดสภาฯวิสามัญ เพื่อลดแรงกระแทก ไม่ต้องการให้ประเทศมีการกระทบกระทั่งกันรอบใหม่ และไม่อยากให้เกิดสถานการณ์ที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก" ประธาน นปช. ระบุ

นอกจากนี้ ส.ว.ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ถ้าสมองขี้เลื่อย ไม่รู้ศึกษาร่างแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ถือว่าหนักหนา อีกทั้ง นักการเมืองในสภาฯ มีระบบวิปคอยประกบให้ลงมติเช่นไร ให้ต้องเป็นไปตามนั้น ดังนั้น การยื้อเวลาอีก 1 เดือนเพื่อตั้ง กมธ.ศึกษารัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่สิ่งบังเอิญแน่นอน และไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดความเสียหายขึ้นตามมา


ส่วนภาพ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ และอดีต ผบ.ทบ. ไปส่ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เกษียญราชการตำแหน่ง ผบ.ทบ.นั้น แม้ภาพดังกล่าว แสดงถึงความเป็นอา-หลานกันแล้ว แต่สิ่งหนึ่งสะท้อนถึงการอธิบายเรื่องราวเกี่ยวข้องกับสถาบัน ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ต้องอธิบายโดยเฉพาะสถานการณ์ช่วงโควิด-19 เมื่อกลไกรัฐไม่ได้อธิบาย เป้าหลักจึงไปถึงสถาบัน

"ผมอธิบายเรื่องนี้สั้นๆว่า สถานการณ์ที่เดินเรียงกันมานั้น วันนี้รัฐบาลอย่าคิดลอยตัว เพราะรู้ว่าอะไรเกิดปัญหา ความยากลำบาก ไม่ใช่ตัวเอง ไม่เป็นเป้าตัวเองจะรอด แต่ส่วนถัดไปไม่รอด คุณคิดไม่ได้ เป็นรัฐบาลไม่ได้เลย ผมอธิบายแบบนี้ เพื่อความเข้าใจ เพียงแค่คุณต้องแอ่นอกรับ เข้าใจแล้วหรือยัง เพราะเป็นหน้าที่ เป็นด่านหน้า แต่นี่กลับหลบตัวพลิ้ว มันไม่ไหวนะ" นายจตุพร กล่าว

สำหรับเรื่องการเปลี่ยนแปลงหนีไม่พ้น เพราะในสถานการณ์จริง ประเทศไทยอยู่ท่ามกลางความยากลำบาก โดยปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 32 ล้าน แต่ปีนี้มีแค่ 7 แสนคน ซึ่งสภาพแบบนี้ ประเทศจึงมีความยากลำบากแน่นอน รวมทั้งประเทศไม่มี รมว.คลัง ทำหน้าที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ และว่างเป็นเวลายาวนาน เป็นไปได้อย่างไรกัน

"ใครจะมีความรู้สึกว่า ท้อหรือไม่ท้อก็ตาม แต่ประเทศจะมีความหวังได้หรือเปล่า เราจะปล่อยให้ประเทศอยู่ในสภาพสิ้นหวังกันแบบนี้หรือ ผมจึงเห็นว่า อะไรที่เป็นความหวัง ควรจัดให้ประชาชนกันเสียบ้าง ในท่ามกลางมีแต่ความยากลำบากเช่นนี้ และปีหน้าภาวะเศรษฐกิจคงหนักกว่าปีนี้กันมาก" ประธาน นปช. กล่าวและว่าด้วยบรรยากาศแบบนี้ หากประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นกลับขึ้นมา ก็คงไปกันรอด และคาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะล้มมากกว่านี้ ดังนั้น ถ้าไม่ยอมรับความจริง ว่าแก้ไขปัญหาไม่ได้แล้ว ก็ควรให้คนที่มีประสิทธิภาพดีกว่า มากกว่าเข้ามาแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวขอเตือนว่า อย่ามาโมโหเกรี้ยวกราดกัน ต้องตั้งหลักตั้งสติกันว่า ถ้าไปไม่ไหวควรยอมรับ และในอดีตก็มีให้เห็นมามากแล้วว่า ในวันที่ต้องตัดสินใจว่าจะลงอย่างไร ให้สง่างามนั้น มันจะมีปีศาจคอยบอกให้อยู่ต่อเถอะ และปีศาจจะคอยกรอกหูอยู่ตลอดจนกระทั่งเชื่อ แล้วก็ปล่อยสถานการณ์ลุกลาม จนบางคนจบลงสุดท้ายกลายเป็นทรราชก็มี

นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันนี้ เดินมาท่ามกลางปัญหา และสงสัยว่า ท้ายที่สุดได้คิดถึงประชาชนหรือไม่ เพราะสังคมชอบใช้ตรรกชี้ว่าคนอื่นเลว ไม่ดี เพื่อไม่ให้คนมาสนใจพฤติกรรมของตัวเองว่า ไม่ดี หรือชั่วกันอย่างไร เมื่อไปชี้ว่าคนอื่นชั่ว ตัวเองก็กลายเป็นคนดี ตรรกแบบนี้ เกิดขึ้นมาหลายปีที่ผ่านมา จนตัวเองไม่ต้องทำอะไร แต่คอยชี้ว่าคนอื่นชั่ว ไม่ดี เพื่อให้ตัวเองเป็นคนดี ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำความดีอะไรเลย โดยเราอยู่ในวัฒนธรรมการเมืองแบบนี้กันมาตลอด จนทำประเทศถดถอยลง

ทั้งนี้ ถ้าคิดกันแบบเดิม คือ คนอื่นชั่ว ข้าพเจ้าดีแล้ว จะไม่สามารถพาประเทศชาติให้รอดพ้นได้เลย ซึ่งควรต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้อื่น เท่ากับตัวเองให้ความเป็นธรรมกับตัวเอง ดังนั้น นรก สวรรค์ วันเดียว ในทางการเมืองมีอยู่จริง ถ้าตัดสินใจถูกอยู่สวรรค์ ก็ลงแบบสวรรค์ หากตัดสินใจผิดจากสวรรค์ก็กลายเป็นลงนรก

"การปฏิบัติการจิตวิทยาหรือไอโอนั้น ไม่มีผลเหมือนในอดีต จึงขอเตือนให้ลดปัญหาลงจะดีกว่า โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ ควรทำตามที่ตัวเองประกาศ นโยบายรัฐบาลก็จบแล้ว แต่ที่ทำในขณะนี้ เป็นการยั่วยุประชาชน ทำกันทำไม เพื่ออะไร ไม่มีความจำเป็นเลย กลับยิ่งจะกลายเป็นปัญหาลุกลามประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ไม่ได้ จึงต้องการมืออาชีพมาแก้ปัญหา และอยากได้มืออาชีพมาทำงาน ยิ่งมาบอกถึงสิ่งไม่รู้ เช่น ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ แสดงถึงความขี้ทื่อ สร้างเงื่อนไขให้เกิดในหมู่ประชาชน รวมทั้งอธิบายเรื่องดีไม่ได้สักเรื่อง" ประธาน นปช. กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์