ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"บิ๊กแดง"เชื่อ​มือผบ.ทบ.คนใหม่ย้ำสิ่งสำคัญเทิดทูนสถาบันฯ

270 9
บิ๊กแดงเชื่อ​มือผบ.ทบ.คนใหม่ย้ำสิ่งสำคัญเทิดทูนสถาบันฯ

"อภิรัชต์ คงสมพงษ์" มั่นใจ "ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้" เหมาะสมสานต่องานกองทัพได้ ขณะที่ผบ.ทบ.คนใหม่ พร้อมสานงานต่อ "บิ๊กแดง" ย้ำปกครองกำลังพลเป็นธรรม ปกป้องสถาบันฯ เตรียมเปิดใจ 6 ต.ค.นี้

(29 กันยายน 2563) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. คนใหม่ ทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก โดยได้สักการะศาลพระชัยมงคลภูมิ วางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร ต่อด้วยลงนามเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ แล้วเดินทางมาบริเวณพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก บริเวณลานหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ โดยขึ้นแท่นรับการเคารพ

จากนั้น มีการอ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบก การกล่าวมอบหน้าที่ตลอดจนการบังคับบัญชา ส่งมอบธงประจำกองทัพบก พร้อมทั้งเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ แก่ผู้บัญชาการทหารบก (คนใหม่)ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบก (คนใหม่) กล่าวรับมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา เสร็จเเล้วขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองผสมสวนสนาม รวม 561 นาย ผู้บังคับกองผสม ได้แก่ พล.ต.ทรงพล สาดเสาเงิน ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

โดยพล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ด้วยความจริงใจ ทั้งนี้ การปฎิบัติหน้าที่ตลอดชีวิตรับราชการ ตนรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสสำคัญยิ่งในการทำหน้าที่ทหารของชาติ พิทักษ์รักษาความมั่นคง ให้กับชาติบ้านเมือง ปกป้องค้ำชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างสันติสุขให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ ในขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. มีความมุ่งหวังให้กองทัพบกดำรงไว้ซึ่งเกียรติ ศักดิ์ศรี ในการเป็นสถาบันที่เป็นรากฐาน ด้านความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ด้วยการพัฒนากองทัพบกทุกด้าน และปฏิรูปให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย ก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง ของบริบทในด้านต่างๆ สถานการณ์ ยุคสมัย และเทคโนโลยีโดยมุ่งผลสำเร็จของภารกิจเป็นสำคัญตลอดจนดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัวอย่างเต็มที่ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่มีความเข้มแข็ง สง่างาม และสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส

"เชื่อมั่นว่าทุกท่านจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพัฒนากองทัพบก ให้มีความเจริญก้าวหน้า มีศักยภาพพร้อมทำหน้าที่รักษาความมั่นคงปลอดภัย และความสงบสุขของประเทศชาติตลอดไป อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นในความรู้ ความสามารถ จิตวิญญาณความเป็นทหารของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ และอุดมการณ์การทำงานที่ยึดถือผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ ซึ่งจะสามารถรับผิดชอบภาระหน้าที่ ที่มาพร้อมกับตำแหน่งผบ.ทบ.ได้เป็นอย่างดียิ่ง และจะนำพากองทัพบกให้ขับเคลื่อนด้วยความมั่นคงเป็นปึกแผ่นต่อไป"พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว


ขณะที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตนดำรงตำแหน่งผบ.ทบ. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอน้อมรับหน้าที่อันมีเกียรตินี้ ด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการจวบจนดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกองทัพบกนั้น พล.อ.อภิรัชต์ แสดงให้เห็นถึงการเป็นทหารอาชีพ ที่มีอุดมการแน่วแน่ ทุ่มเท เสียสละ ในการทำหน้าที่ เพื่อส่วนรวมอย่างเต็มกำลังความสามารถ และมีความจงรักภักดีอย่างมั่นคงในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ ได้วางรากฐานให้กองทัพบก ภายใต้การบังคับบัญชาของของ พล.อ.อภิรัชต์ มีความแข็งแกร่ง มีศักยภาพ โดยเสริมสร้างความรู้ ทักษะ ขีดความสามารถของกำลังพลกองทัพบกทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังพลต้นน้ำ พัฒนาหลักสูตรการศึกษา ระบบการปฏิบัติงานในทุกมิติให้มีความทันสมัย มีมาตรฐานสากลนำไปสู่การเป็น Smart Soldier Strong Army ที่มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและพร้อมรบ

ขณะเดียวกัน สามารถรองรับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ให้ความสำคัญในการเอาใจใส่ดูแลสวัสดิการ และปัญหาความเดือดร้อนของกำลังพล โดยเปิดช่องติดต่อสื่อสารสายตรง เพื่อช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการพัฒนาพัฒนาคุณภาพชีวิตขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพในการปฎิบัติหน้าที่ของกำลังพล ตลอดจนกำหนดมาตรการให้หน่วยและกำลังพล พร้อมรับมือวิกฤตการแพร่ระบาดจากโรคโควิด-19 อย่างเข้มแข็ง และสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติอย่างต่อเนื่อง

"ความมุ่งมั่นตั้งใจและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ พล.อ.อภิรัชต์ ได้สร้างคุณประโยชน์แก่กองทัพบกและส่วนรวมเป็นเอนกประการ ผมและกำลังพลกองทัพบกทุกนาย จะจดจำและยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และขอยืนยันกับท่านทั้งหลายว่าจะสานต่อภาระหน้าที่ นโยบายและอุดมการณ์การทำงานของ พล.อ.อภิรัชต์ อย่างเต็มความสามารถ จะปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และพร้อมนำพากำลังพลในกองทัพบก ปฏิบัติภารกิจบนพื้นฐานของความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ ดูแลรักษาและพัฒนากองทัพบกให้มีความเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคง ที่ค้ำจุนประเทศชาติและราชบัลลังก์อย่างยั่งยืนตลอดไป"พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเสร็จสิ้นพิธี พล.อ.อภิรัชต์ เข้ามาทักทายและขอบคุณสื่อมวลชน โดยเฉพาะป้าเเจ๋ว นักข่าวอาวุโสสายทหาร ว่าให้อายุยืนๆ ซึ่งป้าแจ๋วน้ำตาคลอสวมกอด พล.อ.อภิรัชต์ พร้อมอวยพรกลับว่าขอให้โชคดี

โดยวันนี้ (29ก.ย.) พล.อ.อภิรัชต์ จะทำงานในตำแหน่ง ผบ.ทบ. วันสุดท้าย ก่อนจะไปรับตำแหน่งเลขาธิการพระราชวัง หลังเกษียณอายุราชการจากกองทัพบก

ขณะที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ผบ.ทบ.คนใหม่ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยบอกว่าแล้วพบกันในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ซี่งเป็นวันเรียกประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกครั้งแรก

สำหรับประวัติ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 22 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 33 เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และแม่ทัพภาคที่ 1 ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ลำดับที่ 42

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์