ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สำรวจรอยร้าวเพื่อไทย ต้นเหตุ "ทีมเจ๊" แห่ไขก๊อก

15.04K 35
สำรวจรอยร้าวเพื่อไทย ต้นเหตุ ทีมเจ๊ แห่ไขก๊อก

กลายเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกเสียงฮือฮาแซงหน้า "ข่าวม็อบ" ที่ออกมาพ่นคำหยาบผ่านโซเชียลฯ หลังจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จากนั้นบรรดาคนใกล้ชิดสายคุณหญิงก็โพสต์เฟซบุ๊กลาออกตามกันนับสิบคน

เรามาไล่ดูกันก่อนว่าใครแสดงเจตนาลาออกแล้วบ้าง นอกจากคุณหญิงสุดารัตน์ ก็มี นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง สามขุนพลกฎหมาย การเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งเคยมีบทบาทสูง ทั้งยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พากันตบเท้าลาออกจากกรรมการยุทธศาสตร์ฯ

นอกจากนั้นก็มี นายวัฒนา เมืองสุข คนนี้ไม่ได้เป็น ส.ส. และเพิ่งโดนศาลฎีกานักการเมืองพิพากษาจำคุก 99 ปีจากคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กลาออกจากกรรมการยุทธศาสตร์ฯ เช่นกัน เช่นเดียวกับ "หนุ่มปุ๊น" ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ลาออกจากโฆษกกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ส่วนที่เป็น ส.ส.ก็คือ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ลาออกจากรองเลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค

ขณะเดียวกันยังมี "ทีมคุณหญิง" อีกหลายคนที่ยังไม่ได้ลาออก และหลายฝ่ายจับตาว่า ถึงที่สุดแล้วก็คงไขก๊อก เช่น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายการุณ โหสกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นต้น

สำหรับสัญญาณที่เป็น "จุดแตกหัก" ก่อนการลาออก ก็คือการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา กลุ่มประชาชนปลดแอก และคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มีข่าวว่า "เจ๊สั่งเท" หมายถึงว่า ไม่ขนมวลชนเข้าร่วมการชุมนุม จนทำให้มวลชนที่ไปร่วมม็อบ พลาดเป้าไปหลายหมื่นคน กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ และทำให้ "ม็อบจบเร็ว" แบบเกินคาด

จะเห็นได้ว่า วันนั้นที่เต็นท์ของพรรคเพื่อไทย ใกล้พระแม่ธรณีบีบมวยผม ริมสนามหลวง ไม่ปรากฏร่างเงาคนสนิทของคุณหญิงสุดารัตน์เลย ไม่ว่าจะเป็น น.อ.อนุดิษฐ์ หรือคนอื่นๆ

ช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น บรรดา ส.ส.อีสานของพรรคก็เคลื่อนไหวบอยคอต ไม่ร่วมกิจกรรมกับพรรค ด้วยให้เหตุผลทำนองว่า ไม่พอใจทิศทางการทำงานของพรรคที่ "ตามก้นพรรคก้าวไกล" และ "คณะก้าวหน้า"


ประเด็นนี้ถือว่าน่าสนใจ และต้องยอมรับว่าจริง เพราะตลอดมาพรรคเพื่อไทยสูญเสียการเป็นผู้นำฝ่ายต่อต้านรัฐบาลไปให้กลุ่มของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โดยเกมนอกสภา ก็ตามหลังคณะก้าวหน้า ส่วนเกมในสภา ก็ขัดแย้งกับพรรคก้าวไกล สุดท้ายการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถึง 5 ร่าง ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แถมพรรคก้าวไกลยังถอนชื่อจากญัตติหลักแก้มาตรา 256 ด้วย

จุดนี้เองที่น่าจะเป็นน้ำหนักของความขัดแย้งภายใน และอาจจะมีประเด็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น ที่กำลังจะมีขึ้นด้วย โดยเฉพาะผู้ว่าฯกทม. และนายก อบจ.ทั่วประเทศ ปรากฏว่าคณะก้าวหน้า กับพรรคก้าวไกล รวมไปถึงพรรคคู่แข่งสำคัญๆ พากันเปิดตัวผู้สมัคร ชิงพื้นที่กันไปหมดแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยยังนิ่ง เรียกว่าที่ผ่านมา "แพ้ทุกเกม" ทั้งในสภา นอกสภา และเลือกตั้งท้องถิ่น

สำหรับความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย มีปัญหาคุกรุ่นมาแล้วหลายรอบ กระทั่งแตกหักเมื่อ "ทีมคุณหญิง" ยกทัพลาออก

เริ่มจากก่อนเลือกตั้ง มีนาคม 2562 พรรคเพื่อไทยก็มีปัญหาโครงสร้างพรรคลักลั่น คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ทำให้สู้ศึกไม่ได้ถนัดถนี่ แถมยังลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ทำให้ไม่ได้เป็น ส.ส. ต้องหันมาเคลื่อนไหวนอกสภา ซึ่งไม่ใช่งานถนัด หนำซ้ำแกนนำคนสำคัญอีกหลายคน ก็ไปสร้างดาวดวงใหม่กับพรรคไทยรักษาชาติ แต่พลาดถูกสั่งยุบพรรคไปเสียก่อน (ยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน ล้มเหลว)

พอหลังเลือกตั้งก็เกิดปัญหาอีกระลอก ในเรื่องตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจาก พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ไม่ใช่หัวหน้าตัวจริง แถมไม่ได้เป็น ส.ส. จึงเป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ เหมือนกับคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.เช่นกัน จะเข้ามานั่งหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ เพราะจะเสียเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านไปอีก

ทำให้ต้องตัดสินใจเปลี่ยนกรรมการบริหารชุดใหม่ นำ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เข้ามาขัดตาทัพเป็นหัวหน้าพรรค ส่วน "ทีมคุณหญิง" ก็ส่ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เข้าไปประกบเป็นเลขาธิการพรรค มีรายงานว่าช่วงนั้นคุณหญิงบินไปดูไบ ขอไฟเขียวจาก "คนแดนไกล" ด้วย

แต่ปัญหาภายในพรรคยังไม่จบ มี ส.ส.อีสาน และกลุ่มต่างๆ นัดเคลื่อนไหวประลองกำลังกันเป็นระยะ กระทั่งกลางปี 63 ช่วงที่ยังมีวิกฤติโควิด กลุ่มของ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรค ก็แตกตัวไปตั้ง "กลุ่มแคร์" ขับเคลื่อนการเมืองใหม่ แบบไม่แคร์พรรคเพื่อไทย ส่งสัญญาณพรรคแตกหนักขึ้น

กระทั่งเดือนกันยายน ก็มาเกิดปรากฏการณ์ ส.ส.อีสานบางส่วนบอยคอตอย่างที่ทราบ ประกอบกับการเดินเกมในสภาและนอกสภาที่ผิดพลาด ทำให้กลายเป็น "ลูกไล่ก้าวไกล" พรรคเด็กรุ่นลูก รุ่นหลาน จนน่าจะทำให้ "คุณหญิงทนไม่ไหว" ไขก๊อกดีกว่า

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ คุณหญิงสุดารัตน์ ต้องตัดสินใจแบบเด็ดขาด ก็คือมีข่าวคนใกล้ชิดของ "คนแดนไกล" ในฐานะ "เจ้าของพรรคตัวจริง" กำลังเข้ามายึดพรรค และกำหนดยุทธศาสตร์พรรคใหม่ เพื่อแก้เกมการเมือง ไม่ให้ติดบ่วงถูกตีตราว่าร่วมต่อต้านสถาบัน และเดินตามก้น "ทีมธนาธร" จากความเคลื่อนไหวนี้ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ อาจจะต้องออกไปตั้งพรรคใหม่ แต่ยังเป็นแนวร่วมกับพรรคเพื่อไทยที่จะปรับโครงสร้างครั้งใหญ่อีกรอบ

แต่หากดีลไม่ลงตัว งานนี้อาจมีการพลิกขั้วการเมืองขนานใหญ่ตามมา!

เรื่องโดย ปกรณ์ พึ่งเนตร | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend