ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เปิดใจทายาทหนึ่งในเจ้าของที่ดิน "ศรีพันวา"

28.35K 124
เปิดใจทายาทหนึ่งในเจ้าของที่ดิน ศรีพันวา

ประเด็นดราม่าที่ตั้ง'ศรีพันวา'ที่กำลังพูดถึงกันนั้นล่าสุด หนึ่งในทายาทของเจ้าของที่ดินออกมายืนยันว่า ที่ดินโรงแรมหรูดังกล่าว อดีตเป็นของ "ตระกูลคุ้มบ้าน" มีเอกสารสิทธิถูกต้อง โดยซื้อขายกันมาเป็นทอดๆ ก่อนตกเป็นของ "ศรีพันวา" ยินดีให้ข้อมูลหากหน่วยงานใดต้องการตรวจสอบ และขอปกป้องชื่อเสียงบรรพบุรุษซึ่งเคยครอบครองที่ดินมาก่อน

จากกรณีที่มีโซเชียลมีเดียบางส่วนเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินของโรงแรมศรีพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นโรงแรมหรู หลังจากนายวรสิทธิ์ อิสระ หรือปลาวาฬ หนึ่งในผู้บริหารโรงแรมฯ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแกนนำในการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 กันยายนที่ผ่านมา จนเกิดกระแสแบนศรีพันวา ตลอดจนประเด็นสำนักงานประกันสังคมที่ได้ซื้อหุ้นของศรีพันวาด้วย

นอกจากนี้ทางคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงเตรียมเข้าตรวจสอบ เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจค่อนข้างมาก

ล่าสุดนางสาวขวัญใจ คุ้มบ้าน อายุ 46 ปี บุตรสาวของ นายเสน คุ้มบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ครอบครองที่ดินส่วนหนึ่งก่อนที่จะมีการซื้อขายและเปลี่ยนมือมาเป็นของ "ตระกูลอิสระ" และเป็นที่ตั้งของโรงแรมศรีพันวา เปิดเผยว่า จากการติดตามข่าวของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งถูกโจมตีและวิจารณ์กันไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งโรงแรมดังกล่าว โดยมีข้อสงสัยว่า มีเอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่ และเป็นการบุกรุกที่อุทยานฯ จึงเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ในฐานะที่บิดาและญาติๆ เคยครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวมาก่อนที่จะมีการซื้อขายและเปลี่ยนมือมาเป็นของตระกูลอิสระ และต้องการปกป้องชื่อเสียงของบรรพบุรุษด้วย เพราะเราครอบครองที่ดินมาอย่างถูกต้อง ก่อนที่จะมีการซื้อขายและกลายเป็นที่ตั้งของโรงแรมดังกล่าว เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และยินดีให้ข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่ต้องการ


"อดีตที่ดินบริเวณแหลมพันวาเกือบทั้งหมดตั้งแต่ปลายแหลมซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงแรมศรีพันวาและสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำยาวมาจนถึงบริเวณที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่3เคยเป็นของตระกูลคุ้มบ้านและญาติพี่น้องมาก่อนโดยที่ดินในส่วนของตนซึ่งมีนายเสนคุ้มบ้านพ่อของตนกับน้องชายนายสันต์คุ้มบ้านและพี่น้องครอบครองนั้นมีจำนวน12ไร่อยู่บริเวณจุดที่ก่อสร้างอาคารหลังแรกของโรงแรมในปัจจุบันโดยมีโฉนดถูกต้องตามกฎหมายแน่นอนเพราะตนเห็นมากับตาจำได้ว่าขณะนั้นอายุประมาณ10ปี(ประมาณปี2527)ได้มีการอ่านรายละเอียดของเอกสารให้พ่อฟังก่อนที่จะมีการทำสัญญาซื้อขายเนื่องจากพ่ออ่านหนังสือไม่ออกแต่จำไม่ได้ว่าขายให้กับใครแต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการก่อสร้างอาคารหลังแรกของศรีพันวา"

นางสาวขวัญใจกล่าวด้วยว่าตนจำที่ดินแปลงนี้ได้ดีเพราะก่อนที่จะมีการขายไปนั้นตนเคยไปปลูกข้าวโพดตะไคร้และผักสวนครัวอื่นๆกับแม่โดยจุดดังกล่าวจะมีทางเข้า2ด้านคือทางขึ้นโรงแรมเคปพันวาซึ่งเป็นเส้นทางเก่าและอีกเส้นทางหน้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซึ่งทางศรีพันวาได้ซื้อเพิ่มจากอดีตผู้ใหญ่บ้าน(ปัจจุบันเป็นกำนัน)ซึ่งเป็นเครือญาติของตนเช่นกัน

"เท่าที่ทราบโรงแรมศรีพันวามีพื้นที่ครอบครองรวม52ไร่อดีตหากไล่เรียงพื้นที่ครอบครองจากทางเข้าไปจนถึงปลายแหลมเคยเป็นของนายเสนคุ้มบ้าน(พ่อ)นายสันคุ้มบ้าน(อา)ถัดไปเป็นของนายสนิทคุ้มบ้านและคนอื่นๆอีกหลายรายได้รับการบอกเล่าว่าต้นตระกูลคุ้มบ้านครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าวเกือบทั้งอ่าวก่อนที่จะมีการแบ่งพื้นที่บางส่วนให้หน่วยงานราชการทั้งทัพเรือภาคที่3และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน(ศวอบ.)พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฯซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลคุ้มบ้านเป็นอย่างยิ่งในการที่ได้มีโอกาสสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ"

นางสาวสมใจยืนยันด้วยว่าในอดีตพื้นที่บริเวณแหลมพันวามีการสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยและมีการปลูกพืชผลอาสินเช่นข้าวโพดตะไคร้สะตอเป็นต้นและบริเวณส่วนปลายแหลมที่เป็นจุดที่มีวิวสวยที่สุดมีบ้านเรือนของโต๊ะอูเส็นกับโต๊ะอูหมาดตั้งอยู่ปัจจุบันมีลูกหลานของทั้งสองคนอาศัยอยู่ใกล้ๆกับโรงแรมซึ่งสามารถสอบถามความจริงได้ทั้งหมดและอยากตั้งคำถามกลับไปถึงคนที่วิพากษ์วิจารณ์หรือโจมตีอยู่ในโซเซียลให้คิดถึงหลักความเป็นจริงว่าถ้าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าหรือพื้นที่ของรัฐหน่วยงานราชการที่ตั้งบริเวณดังกล่าวคงมีการฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้วยืนยันว่ามีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องมาตั้งแต่ช่วงที่ครอบครัวของตนครอบครองและอยากชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับศรีพันวาเพราะที่ดินเราได้ขายไปแล้วอีกอย่างตนก็ไม่ได้รู้จักกับคุณปลาวาฬเป็นการส่วนตัวทราบเพียงแต่ว่าที่ผ่านมาทางโรงแรมได้มีการช่วยเหลือกิจกรรมของชุมชนมาโดยตลอดแต่เหตุที่ต้องมาพูดเพราะรับไม่ได้ที่มีการพูดถึงที่ดินแปลงดังกล่าวไปในทางเสียหาย

เนื่องจากเป็นที่ดินของบรรพบุรุษซึ่งที่ผ่านมาได้มีการยกที่ดินบางส่วนให้กับหน่วยงานของรัฐเพื่อใช้ประโยชน์ด้วย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend