ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"วัฒนา เมืองสุข"​ ไม่กังวล ทุจริตบ้านเอื้ออาทร

3.02K 8
วัฒนา เมืองสุข​ ไม่กังวล ทุจริตบ้านเอื้ออาทร

เป็นอีกหนึ่งมหากาพย์ แห่งคดี สำหรับการทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ที่ต่อสู้ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 14 ปี จนนำไปสู่การพิพากษา ในที่สุด ซึ่งนายวัฒนา ที่เดินทางมาศาล ก็ยืนยันว่าไม่กังวล เพราะคดีนี้ทำถูกต้องหมดทุกขั้นตอนและไม่มีเจ้าหน้าที่กระทำความผิด

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ เมื่อปี 2548 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุขและพวกรวม 14คน ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์ตามป.อาญาม.148 กับเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

โดยนายวัฒนา บอกก่อนเข้ารับฟังคำพิพากษา ว่า นับเป็นระยะเวลา 14 ปี ของคดีนี้ที่ต่อสู้กันมา ที่ผ่านมามีการรัฐประหาร 2 ครั้ง ถูกดำเนินคดี 10 คดี คดีนี้เป็นคดีสุดท้าย ซึ่งเป็นคดีที่เกิดจากการรัฐประหารปี 49 และเป็นคดีที่ไม่ได้สลับซับซ้อน และตนเองมั่นใจเพราะเห็นว่าคดีมีพิรุธในทุกขั้นตอน เช่น พยานรับว่าไม่รู้เรื่ิองกลางศาลยังมี

ทั้งนี้หากผลเป็นลบก็จะใช้สิทธิ์ อุทธรณ์ตามกฎหมาย และตนเองไม่ได้ติดต่อจำเลยอื่น ๆ และตนเองไม่หนี ไม่ได้กังวลในคดีนี้เพราะคดีนี้ทำถูกต้องหมดทุกขั้นตอนไม่มีเจ้าหน้าที่กระทำความผิด


นายวัฒนา ยังอยากฝากด้วยว่า อยากให้ช่วยผลักดันรัฐธรรมนูญ และอยากให้คืนอำนาจให้ประชาชน และให้ประชาชนไปเขียนรัฐธรรมนูญเองเพราะจะได้หมดยุคการใช้กฎหมายเป็นเครื่ิองมือ หลักนิติธรรมจะได้กลับมาสู่บ้านเมือง และที่อยากให้คืนอำนาจให้ประชาชนไปเขียนกฎกติกาเองเป็นสิ่งที่ชอบธรรม เพราะอำนาจเป็นของประชาชน และไม่ใช่การตีเช็คปล่าว เพราะยังไงก็ต้องนำเข้ามาในสภา ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็ไม่ต้องรับ หรือทำประชามติให้ประชาชนตัดสิน

และที่บอกว่าทำประชามติเสียค่าใช้จ่าย แต่ตอนนี้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งมีปัญหาเศรษฐกิจมีคงามเสียหายเยอะกว่า และจะช่วยยุติความขัดแย้งด้วย แต่หากแก้เป็นรายประเด็นก็จะเถียงกันจนไม่ได้แก้ จึงอยากห้ช่วยกันนำประเทศออกจากความขัดแย้ง และวันนี้ไม่มีโอกาสได้ไปสภาเพื่อไปสู้ต่อ เพราะต้องมาศาล

สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 14 ราย ประกอบด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พม. 2.นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ด กคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548-19 ก.ย. 2549, 3.นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, 4.นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, 5.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง, 6.น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด,

7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ, 8.บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 9.บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 10.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, 11.บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, 12.บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย, 13.บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ 14.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ และคดีนี้เริ่มการพิจารณาไต่สวนพยานในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2562 จนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2563 ขณะที่จำเลยที่ 6-7, 10-12 หลบหนีคดี ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์