ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

'ก่อสร้าง-อสังหาฯ-ขนส่ง'จดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด

57 3

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ผลการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนสิงหาคม 2563 พบธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอันดับธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนสิงหาคม 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ผลการจดทะเบียนธุรกิจ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนสิงหาคม 2563

- จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในเดือนสิงหาคม 2563 จำนวน 5,538 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 14,316 ล้านบาท

- ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 548 ราย คิดเป็น 10% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 284 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร จำนวน 162 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ

- ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,059 ราย คิดเป็น 73.30% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 1,395 ราย คิดเป็น 25.19% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 75 ราย คิดเป็น 1.35% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 9 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ

ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนสิงหาคม 2563

- จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำเดือนสิงหาคม 2563 มีจำนวน 1,337 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,408 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

- ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 115 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 65 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 38 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ

- ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 921 ราย คิดเป็น 68.89% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 343 ราย คิดเป็น 25.65% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 65 ราย คิดเป็น 4.86% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 8 ราย คิดเป็น 0.60% ตามลำดับ ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนสิงหาคม 2563

- ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค. 63) ธุรกิจที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน770,278 ราย มูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,176 ราย คิดเป็น 24.30% บริษัทจำกัด จำนวน 581,827 ราย คิดเป็น 75.53% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,275 ราย คิดเป็น 0.17% ตามลำดับ

- ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 454,946 ราย คิดเป็น 59.06% รวมมูลค่าทุน 0.40 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.16% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 227,285 ราย คิดเป็น 29.51% รวมมูลค่าทุน 0.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.04% ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 72,125 ราย คิดเป็น 9.36% รวมมูลค่าทุน 1.96 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.56% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 15,922 ราย คิดเป็น 2.07% รวมมูลค่าทุน 15.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.24% ตามลำดับ

การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว

เดือนสิงหาคม2563

- เดือนสิงหาคม 2563 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 58 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 21 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 37 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 9,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 3,804 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

- นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 21 ราย เงินลงทุน 7,159 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จำนวน 5 ราย เงินลงทุน 39 ล้านบาท และจีน จำนวน 2 ราย เงินลงทุน 125 ล้านบาท


ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนสิงหาคม 2563

- ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค. 63) ธุรกิจที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน770,278 ราย มูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,176 ราย คิดเป็น 24.30% บริษัทจำกัด จำนวน 581,827 ราย คิดเป็น 75.53% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,275 ราย คิดเป็น 0.17% ตามลำดับ

- ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 454,946 ราย คิดเป็น 59.06% รวมมูลค่าทุน 0.40 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.16% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 227,285 ราย คิดเป็น 29.51% รวมมูลค่าทุน 0.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.04% ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 72,125 ราย คิดเป็น 9.36% รวมมูลค่าทุน 1.96 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.56% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 15,922 ราย คิดเป็น 2.07% รวมมูลค่าทุน 15.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.24% ตามลำดับ

การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าวเดือนสิงหาคม2563

- เดือนสิงหาคม 2563 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 58 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 21 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 37 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 9,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 3,804 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

- นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 21 ราย เงินลงทุน 7,159 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จำนวน 5 ราย เงินลงทุน 39 ล้านบาท และจีน จำนวน 2 ราย เงินลงทุน 125 ล้านบาท

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์