ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

รัฐสภาถกแก้รัฐธรรมนูญส.ส.-ส.ว.ซัดกันนัว

321 4
รัฐสภาถกแก้รัฐธรรมนูญส.ส.-ส.ว.ซัดกันนัว

"ก้าวไกล" ซัด ส.ว. เอาข่าวเฟคนิวส์มาอภิปราย ด้าน "กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ" เดือดลุกโต้บางพรรคหลบใต้กระโปรงเด็ก-จ้องล้มล้าง ขณะที่ "ชวน หลีกภัย" สั่งถอนคำพูด

(23 กันยายน 2563)นายชาญวิทย์ ผลชีวินสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้อภิปรายโดยยกตัวอย่าง Elizabeth Warrenส.ว.ที่เคยปราศรัยว่า "ประเทศไม่ได้อยู่ได้เพราะชาธิปไตย ไม่ได้อยู่ได้เพราะรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อยู่ได้เพราะกฎหมาย แต่ประเทศจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนได้ด้วยกำลังของพลเมืองดีที่ไม่ดูดายและยอมแพ้ต่อคนชั่วคนทุจริตที่กัดกร่อนทำลายประเทศชาติ พลเมืองดีจึงต้องยืนหยัดรักษาบ้านเมืองไว้ให้มั่นคงเพื่อลูกหลานรุ่นต่อไป" เป็นคำกล่าวที่ตนชอบมาก

ทั้งนี้ แม้ตนเป็นนักกีฬา ตอนนี้เล่นในนามทีมชาติ ถ้าจะแก้กติกาต้องถามคนอื่นว่าจะเอาด้วยหรือไม่ส่วนตัวรับไม่ได้ ส.ส. อย่ามาดูถูกว่ามาจากเผด็จการ เพราะ ส.ว. ก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ตนยอมรับประชาธิปไตยที่อยู่บนพื้นฐานความเห็นต่าง แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ก.ข.ต. หรือ เกลียดชัง ขัดแย้ง แตกแยก ขอร้องว่าประชาธิปไตยที่เห็นต่างต้องสง่างาม เพราะฉะนั้นจะร่างรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ ถ้าแก้ทุกอย่างแต่ไม่แก้ตัวเอง ไม่เคยแพ้เลยจะชนะอย่างเดรียว เป็นไปไม่ได้

ขณะที่นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ชี้แจงนายชาญวิทย์ โดยยกตัวอย่างคำพูดของวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ซึ่งความจริงกล่าวว่า "ประชาชนไม่ควรนิ่งดูดาย ปล่อยให้โครงสร้างรัฐธรรมนูญสถาบันต่างๆ ทำงานไปเอง เราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เพราะประชาธิปไตยดูแลตัวเองไม่ได้ นิติรัฐดูแลตัวเองไม่ได้ ประชาชนต้องเป็นคนดูแล เพราะคนที่มีเงินและมีอำนาจตลอดมา ที่คิดว่าไม่ใช้กฎเกณฑ์เดียวกับคนทั่วไป" แต่ภาพที่ขึ้นจอในสภาฯ คือ เฟคนิวส์ที่ฝ่ายขวาเอามาใช้เพื่อผลทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวได้อ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลแล้ว นับถือความเสมอต้นเสมอปลาย เพราะถ้าย้อนกลับไปในวันที่บอกว่าจะไม่ทำรัฐประหาร นายกรัฐมนตรียังคงคาแรกเตอร์พินอคคิโอ คงความเจ้าเล่ห์ เก็บซ่อนความต้องการที่แท้จริงภายใต้หน้ากากคนดี

จากนั้นนายชวน หลีกภัยประธานรัฐสภา เตือนไม่ให้ใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ก่อนให้ นายจิรัฏฐ์ อภิปรายต่อว่า ตอนนี้สังคมไทยตาสว่างแล้ว การแสดงปาหี่ไม่สามารถซ่อนคำโกหกได้อีก หนังสือทุกฉบับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ เซ็นภายใต้หน้าปกสวย แต่ข้างในซ่อนเจตนาที่หลอกลวงประชาชน

ก่อนที่ นายชวน เตือนว่า หากพูดเช่นนี้จะมีการประท้วง นายจิรัฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า จะเชิญชวนให้ประชาชนมาพิสูจน์ว่าที่ตนพูดจริงหรือไม่ เริ่มจากหลักการและเหตุผล ว่าที่ต้องแก้ไขเพราะหลายมาตรายังไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตยและสังคม โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพ การกระจายอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การถ่วงดุลอำนาจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้งนี้ โดยจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. แต่เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ทำให้อยู่ในอำนาจต่อ และตราบใดที่ยังมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ ก็ยังประกันการอยู่ในอำนาจ แต่อย่าอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ใช้ปราบคอร์รัปชั่น หรือปฏิรูปประเทศ เพราะไม่ใช่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำไม่ได้ มีภารกิจเดียวคือการสืบทอดอำนาจ คสช.


ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงว่าผู้อภิปรายเสียดสีพาดพิง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และพูดนอกประเด็น และย้ำว่าพรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง รวมเสียงในสภาฯ ได้มากกว่าไม่อย่างนั้น พรรคก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล

ขณะที่ นายชวน กล่าวว่า นี่เป็นร่างรัฐธรรมนูญของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลเป็นคนเสนอ หรือนายกฯเสนอ

นายจิรัฏฐ์ กล่าวต่อว่า มาตรา 256 ของร่างรัฐธรรมนูญพรรคร่วมรัฐบาล แทบไม่มีการแก้ไข แต่แก้ไขการลงคะแนนเห็นชอบจากกึ่งหนึ่งเป็น 3 ใน 5 ซึ่งเห็นว่าถ้าให้อำนาจ ส.ว. มาโหวต ส.ว. 25 คน สามารถยับยั้งการแก้กฎหมายของประชาชน 50,000 คนได้ แต่ร่างนี้ ก็ยังยืนยันอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ต่างอะไรจากเอาคนพิการมือด้วนมากดโหวต เพราะคนที่โหวตจริงๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะส.ว. ประท้วงผู้อภิปรายว่า ส.ว. มาตามรัฐธรรมนูญ แต่นักการเมืองบางพรรค บางคน แอบไปอยู่ใต้กระโปรงเด็ก วันๆ คิดแต่จากนั้น นายชวน จึงปิดไมค์ และเตือนไม่ให้พูดถึงสถาบันฯก่อนนายกิตติศักดิ์ ยอมถอนคำพูด

นายจิรัฎฐ์ อภิปรายต่อว่า สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้ง 200 คน เพราะไม่ต้องการให้มีการเเต่งตั้งจนเกิดการเเทรกเเซง การที่ร่างแก้ไขของรัฐบาลไปห้ามไม่ให้แก้หมวด 1 และหมวด 2 ไม่เข้าใจว่าคืออะไร ทำไมแก้ไม่ได้ จึงอยากถามว่ารัฐสภาแห่งนี้ ยังยืนยันหรือไม่ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ถ้ายังยืนยันหลักการนี้ทำไม สสร.ซึ่งเป็นตัวเเทนประชาชน จะแก้กฎหมายของประชาชนไม่ได้

"การที่ประชาชนมีอำนาจแก้ได้ ไม่ได้เเปลว่าพวกเขาจะแก้ไขทุกข้อ ถ้าท่านบอกว่าหมวด 1-2 ห้ามแก้ไข มันจะกระทบกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างนั้น ในหมวด 3 ที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนนี้แก้ได้ใช่หรือไม่ ถ้าประชาชนถูกริดรอนสิทธิเสรีภาพ ถูกละเมิดในร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว ทรมาน ถูกลงโทษอย่างทารุณ อันนี้ไม่กระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขใช่ไหมมีเหตุผลใดที่ไม่อนุญาติให้ประชาชนแก้กฎหมายได้ทุกข้อ"นายจิรัฎฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ หลังยึดอำนาจปี 2490 มีการแก้ระบอบการปกครอง โดยเพิ่มคำว่าอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในหมวด1 ซึ่งหลังจากนั้นมีการแก้หมวด 2 อีกหลายครั้ง และทุกครั้งที่แก้เกิดขึ้นหลังจากการทำรัฐประหาร สรุปประชาชนต้องถือปืนออกไปใช่ไหม ถึงจะแก้กฎหมายได้ อย่างนั้นหรือ

อย่างไรก็ตาม หลักการที่ประชาชนสามารถแก้กฎหมายได้ทุกข้อ เป็นเครื่องยืนยันระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในราชอาณาจักรไทย เเสดงถึงสิทธิเสรีภาพปวงชนชาวไทย และประกาศออกไปว่าผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเเห่งราชอาณาจักรไทย คือ ประชาชน นั่นหมายความว่า ผู้ใดยับยั้ง จำกัด ริดรอนสิทธิตรงนี้ของประชาชน เท่ากับผู้นั้นกำลังทำลายระบอบการปกครองของราชอาณาจักรไทย ที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์