ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"ย้ำจับตาแก้รธน.ฝ่ายไหนจะผิดสัจจะ

751 5
จตุพรย้ำจับตาแก้รธน.ฝ่ายไหนจะผิดสัจจะ

"จตุพร พรหมพันธุ์" จับตาปมแก้รัฐธรรมนูญฝ่ายไหนจะผิดสัจจะกับประชาชน ไม่ทำตามสัญญา คาดผ่านแค่เฉพาะร่างของรัฐบาล ย้ำม็อบเยาวชนอย่าหลงทางรีบกลับมาจุดยืนเดิมใน 3 ข้อเรียกร้อง ให้โอกาสบก.บห.ฟ้าเดียวกัน 7 วัน เพื่อแก้ไขหลังพาดพิง

(24 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หากฝ่ายใดไม่รักษาสัญญาแล้ว จะกลายเป็นฝ่ายทรยศต่อประชาชน และคงต้องจบในทางการเมืองอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้ โดยการแก้ไขโดยเฉพาะมาตรา 256 เป็นประเด็นหลักทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่สุดท้ายแล้ว คาดจะผ่านเฉพาะร่างของรัฐบาล ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลให้สัญญาเป็นสัจจะกับประชาชน ไว้ในการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจากนี้จะเสียคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชนหรือไม่ จึงต้องติดตาม

อย่างไรก็ตาม การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นสิ่งยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะในวาระหนึ่งขั้นรับหลักการ และการลงมติในวาระสาม แล้ว ต้องมีเสียง ส.ว. 84 คนด้วย แม้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านด้วยเสียงข้างมากก็ตาม แต่ไม่มีเสียง ส.ว.ถึง 84 เสียงแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นโมฆะทันทีและตนเชื่อว่า ในวาระที่หนึ่ง ร่างรัฐธรรมนูญแก้มาตรา 256 นั้น จะผ่านเฉพาะของรัฐบาลที่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. 150 คน จากสรรหา 50 คน เลือกตั้ง 100 คน แต่ขณะนี้ประชาชนไม่ไว้วางใจการสรรหา ส.ว.อีกแล้ว ดังนั้น การแปรญัตติวาระสอง จึงต้องต่อสู้ให้ สสร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด

สำหรับร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน พร้อมรายชื่อสนับสนุนกว่า 1 แสนนั้น รัฐสภาควรตรวจสอบตามขั้นตอนเพียง 5 หมื่นชื่อ เมื่อเข้าเงื่อนไขก็บรรจุระเบียบวาระได้ แล้วตรวจสอบรายชื่อที่เหลือภายหลัง เพื่อรักษาความรู้สึกของประชาชนไว้ ซึ่งน่าเสียดายมากที่สุดที่บรรจุระเบียบวาระไม่ทันเมื่อกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาฯ เป็นวันแรก ดูเหมือนกระแสแก้รัฐธรรมนูญเริ่มแผ่วลง

ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า การแก้รัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องหลัก และหวั่นว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จหรือไม่ รวมถึงจะมีการการทรยศหักหลัง หรือเกิดการห่วงอำนาจหรือไม่ ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญทำให้การแก้รัฐธรรมนูญต้องพังพินาศลง

"ความอดทนของประชาชนจะลดลงตามลำดับ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ยิ่งการท่องเที่ยวจากปี 2562 มี 32 ล้านคน แต่ปี 2563 ลดลงเหลือแค่ 7 แสนคน แล้วปี 2564 จะเหลือแค่ไหนเมื่อการระบาดของโควิดยังไม่สิ้นสุด ดังนั้น สถานการณ์เช่นนี้ จึงไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่า เหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่คาดฝันจะไม่เกิดขึ้น อีกทั้งเมื่อแก้รัฐธรรมนูญเป็นความหวังของประชาชน ของเยาวชนจึงไม่ควรจะมีใครมาทำลายความหวังนี้" ประธาน นปช. ระบุ


นายจตุพร กล่าวย้ำว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้น ความกดดันจะมีมากขึ้นตามลำดับ เพราะเป็นสิ่งที่แบกความหวังของประชาชนไว้ ที่สำคัญหากทรยศกับประชาชนอีกครั้งแล้ว วันนั้นอะไรก็เอาไม่อยู่ แต่ถ้าทำทุกขั้นตอนให้มีเสรีภาพ เท่าเทียม การรณรงค์อย่าอ้างถึงประชามติที่มัดมือชก เพราะเป็นสิ่งน่าอับอาย แต่ควรให้ประชาชนตัดสิน

"เอาเป็นว่า คนที่จะจบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ คนไม่รักษาสัจวาจา รัฐบาลแถลงเป็นนโยบายต่อสภาฯ ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญฝ่ายค้านแสดงเจตนารมณ์ชัด ใครทรยศกับประชาชนคนนั้นจะจบส่วนการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนหนุ่มสาวเรียกร้องการปฏิรูป 10 ข้อนั้น ผมขอย้ำว่า ต้องรีบกลับมามายืนอยู่ที่ 3 ข้อเรียกร้องโดยเร็ว เพราะเส้นทางเดินที่เห็นว่ากว้างนั้นจะแคบลงเรื่อยๆ และปฎิบัติได้ยาก พร้อมทั้งทำได้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย" นายจตุพร กล่าว

ส่วนกรณี นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหาร นิตยสารฟ้าเดียวกัน ใส่ความตนว่าสนับสนุน 3 ข้อ เพื่อแลกกับไม่ติดคุกในคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร ส่วนตัวจึงให้โอกาส 7 วัน ทำการแก้ไขการใส่ร้ายกันเสียใหม่ให้ถูกต้อง หรือจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ถ้าไม่แสดงหรือแก้ไขอะไรเลย จำเป็นต้องฟ้องศาล และจะได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงกันในศาล

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์