ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"พิธา"อัด"ระบอบประยุทธ์"พาชาติทวนเข็มนาฬิกา

316 12
พิธาอัดระบอบประยุทธ์พาชาติทวนเข็มนาฬิกา

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" อัด "ระบอบประยุทธ์" พาประเทศทวนเข็มนาฬิกา ย้อนให้ล้าหลังกว่าเหมือนยุครัฐธรรม 2521 แซะ "มีชัย ฤชุพันธ์" เอี่ยวด้วยทั้ง 2 ฉบับ ป้องเสียงนักศึกษา-ประชาชนไม่ใช่ปีศาจ แต่คือความฝันอยากเห็นทุกคนเสมอภาค

(23 กันยายน 2563) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จากความไม่ชอบธรรมและความล้มเหลวภายใต้ "ระบอบประยุทธ์" ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิต จากกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง หรือ Disruption อย่างเร็วและแรงในทุกมิติ

ทั้งนี้ ประเทศไทยจึงต้องการระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม และยึดโยงกับประชาชน สะท้อนหลักการอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ซึ่งการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีผลต่ออนาคตและความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะถ้าการเมืองยังเหมือนเดิม จะเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ขวางอนาคตของประเทศไม่ให้เปลี่ยนแปลงและพัฒนา

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญปี 2560 มีความจำเป็นต้องแก้ไข ไม่ใช่เพราะเป็นเครื่องมือกลไกการสืบทอดอำนาจของ คสช. เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกที่ยื้อรั้งประเทศไทยกลับไปสู่อดีต เป็นการทวนเข็มนาฬิกา ย้อนยุคประเทศไทยให้ล้าหลังเพื่อกดทับให้อำนาจที่มาจากประชาชนอยู่ใต้อำนาจชั้นฟ้าที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน"

"รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้าย ที่ให้อำนาจ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งเลือกนายกฯได้ คือ รัฐธรรมนูญปี 2521 ผ่านมาแล้วกว่า 40 ปี ปีนี้ผมอายุ 40 ปี เกิดปี 2523 ยุคที่เรียกกันว่า ประชาธิปไตยครึ่งใบ ผมโตมาภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2521 ผ่านมา 40 ปี ลูกสาวผมเกิดมาในช่วงหลังรัฐประหาร 2557 มีหัวหน้าคณะรัฐประหาร ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันท์โอชา และเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้เธออายุ 4 ขวบแล้ว ประเทศเราก็ยังมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ให้ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งเลือกนายกฯ ประเทศไทยยังไม่ไปไหนวนเวียนอยู่กับที่ เหมือนม้าหมุน แค่เปลี่ยนจากประชาธิปไตยครึ่งเดียวในรุ่นพ่อ กลายเป็นประชาธิปไตยสลึงเดียวในรุ่นลูก" นายพิธา กล่าว

นายพิธา กล่าวต่อว่า การทวนเข็มนาฬิกาการเมืองไทย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 21 และปี 60 ก็มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ มีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับสำหรับแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะถอนฟืนออกจากกองไฟได้นั้น จะต้องโอบอุ้มความฝันของคนทุกกลุ่ม ทุกประเภท และการออกแบบรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่มีข้อจำกัด ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นตัวแทนกลุ่มทางสังคม หรือตัวแทนทางอุดมการณ์ที่หลากหลาย และมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน


ทั้งนี้ ไม่ปล่อยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. กลายเป็นกลไกในการสืบทอดอำนาจของการสืบทอดอำนาจอีกทีหนึ่ง ดังที่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งการห้ามแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 จะไม่ช่วยให้ข้อเรียกร้องของประชาชน ที่ต้องการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริงได้ ถูกพูดถึงด้วยเหตุและผลอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อให้สถาบันอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยได้อย่างมั่งคงสถาพร

นอกจากนี้ ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลยังได้บัญญัติให้สถาบันมีอำนาจยับยั้งร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติของประชาชนได้ ถือเป็นประเด็นที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะการเอาพระราชอำนาจมาปะทะกับอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน อาจกระเทือนต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

"มีคนบางกลุ่มพยายามปลุกปั่นทำให้การเรียกร้องของนักเรียนนักศึกษาและประชาชนกลายเป็นปีศาจ ของสังคมไทย ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ความฝันของพวกเขาเป็นสิ่งที่ธรรมดาสามัญมาก พวกเขาฝันเห็นทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย เป็นนิติรัฐ รวมทั้งฝันถึงสังคมที่จะไม่มีการรัฐประหาร ข้าราชการ ตุลาการ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมมือกับประชาชนไม่รับรองการรัฐประหารอีก และอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เริ่มต้นด้วย มาตรา 1 อย่างเรียบง่ายว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน" นายพิธากล่าว

นายพิธา กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวขอวิงวอนสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา อย่าได้ทำตามคำสั่งของ "ระบอบประยุทธ์" ถึงเวลาแล้วที่ต้องอยู่ฝั่งเดียวกับประชาชน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติ หยุดกอดอดีตแล้วปล่อยประเทศไทยไปสู่อนาคตเสียที


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์