ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เปิดประวัติมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์หรือ "วัดสรพงษ์"

6.56K 33
เปิดประวัติมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์หรือ วัดสรพงษ์

มาทำความรู้จักกับวัดโนนกุ่ม หรือวัดสรพงษ์ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้กล่าวถึง สรพงษ์ ชาตรี นักแสดงรุ่นใหญ่ว่า ได้ปฏิเสธให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้าวัดทำบุญ เนื่องจากแต่งกายไม่เหมาะสม จึงมีสิทธิ์ห้ามมิให้สิ่งโสโครกเข้าวัด

สำหรับมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ มูลนิธิหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นวัดที่ คุณสรพงษ์ ชาตรี สร้าง แต่ คุณสรพงษ์ บอกว่าไม่ใช่วัด เป็นมูลนิธิ แต่บุคคลทั่วไปจะเรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆว่า วัดหลวงพ่อโต อำเภอสีคิ้ว ซึ่งที่นี่เดิมคือ วัดโนนกุ่ม ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ(ทางหลวง หมายเลข 2 ) อำเภอสีคิ้ว ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 42 กิโลเมตร หากเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปนครราชสีมาจะผ่าน และเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะ สะดุดตาในความสวยงามของอาคารที่ก่อสร้างและการตกแต่งสถานที่โดยรอบ ตั้งแต่สวนหย่อมไม้ตะข่อยดัดในเกาะกลางถนนมิตรภาพตรงกับบริเวณมูลนิธิฯเลยทีเดียว

ที่มูลนิธิหลวงพ่อโต อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นที่ ประดิษฐานรูปหล่อทองเหลืองรมดำ หลวงพ่อโต (สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี) ที่มีขนาดใหญ่มาก โดยผู้ที่ก่อตั้ง คือ คุณสรพงษ์ ชาตรี ดาราภาพยนตร์ชื่อดังในประเทศไทย ผู้ที่มาที่นี่นอกจากจะได้สักการะ ขอพรจาก หลวงพ่อโต แล้ว ยังได้สัมผัสกับสิ่งก่อสร้างที่งดงามและสวนหย่อมที่ตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เขียวขจีสบายตา นอกจากนั้นที่นี่ยังมีโรงอาหารหรือโรงทานให้รับประทานโดยเฉพาะลาดหน้า และจะบริจาคเงินเพื่อชำระหนี้สงฆ์ก็ได้ ตามกำลังศรัทธา


โดย "สรพงศ์ ชาตรี" เป็นพุทธมามกะ ผู้ยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง ดำรงตนอยู่ในทาน ศีล ภาวนา ซึ่งได้ปฎิบัติธรรมกับพระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญวิเวกจ.เชียงใหม่ ซึ่งพระอาจารย์ได้แนะนำคุณสรพงศ์ ชาตรี ให้ไปอธิษฐานจิตขอพรบารมีสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ แล้วการงานทุกอย่างที่กังวลอยู่จะสำเร็จดังประสงค์ทุกประการ เพราะหลวงปู่โต มีลูกหลานเป็นเทพบุตรเทพธิดา จะได้พากันมากราบไหว้บูชาสักการะและช่วยให้งานนั้นๆ สำเร็จดังปรารถนา

คุณสรพงษ์ ชาตรี จึงได้ไปอธิษฐานจิต ขอบารมีตามที่พระอาจารย์แนะนำ พร้อมทั้งจะจัดสร้างรูปเหมือนหลวงปู่ จึงไปปรึกษาหลวงพ่อพระครูปลัดนุตร์ รัตนวิชโย ซึ่งปฎิบัติธรรมอยู่ที่วัดปักแม่ลาย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งท่านแนะนำให้จัดสร้างรูปเหมือนองค์ใหญ่ที่สุดในโลก จึงคิดถึงพิธีการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่โต โดยศึกษาประวัติคุณความดีที่ปรากฏเป็นประวัติศาสตร์ 3 ส่วน 3 สถาน คือ ดีปฐม ดีมัธยม และ ดีอุดมๆ ได้แก่ ดีส่วนยอด อันหมายถึง การบริหารจัดการส่วนบุคคล และส่วนรวมอย่างยอดเยี่ยม จึงจัดพิธีเททองหล่อส่วนศรีษะที่วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ต่อมาดีส่วนมัธยม หมายถึงการศึกษาสัพพวิทยาอันเป็นไปในส่วนปริยัติ

ปฎิบัติที่แจ้งชัด จึงได้ประกอบพิธีเททองหล่อส่วนองค์หลวงปู่ที่วัดบางขุนพรหม และดีส่วนปฐม หมายถึงดีเริ่มแรก คือมีปุพเพกตบุญญตาที่บริบูรณ์พร้อมทั้งผู้ให้กำเนิดและวงศาคณาญาติ ซึ่งทำให้สำเร็จประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ จึงประกอบพิธีเททองหล่อส่วนเท้าตั้งแต่สะเอวลงมา ที่วัดเกตุไชยโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง รวม 3 ส่วน 127 ชิ้น แล้วนำส่วนนั้นๆ มาประกอบเป็นองค์หลวงปู่ เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2543

รูปหล่อองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) หน้าตักกว้าง 8 เมตร 1 นิ้ว สูง 13 เมตร หนัก 61 ตันค่าก่อสร้าง 9 ล้านบาทเศษ และได้จัดสร้างมหาวิหารเป็นแบบกุฎาคาร (เรือนยอดเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป) ขึ้นถวาย พร้อมทั้งซื้อที่ดินประมาณ 150 ไร่ และจัดภูมทัศน์ส่วนต่างๆตามความเหมาะสม เช่น สระน้ำ สวนหิน สวนต้นไม้ เป็นต้นอีกทั้งได้จัดบริการด้านอาหาร และห้องน้ำห้องสุขาฟรี

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย PAK STUDIO, รักษ์โคราช เที่ยวโคราช เที่ยวนครราชสีมา
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend