ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ดร.อานนท์" ฟาดแรง ม็อบ 19 ก.ย. ล้มเหลวไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

1.52K 37
ดร.อานนท์ ฟาดแรง ม็อบ 19 ก.ย. ล้มเหลวไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ดร.เสรี วงษ์มณฑา" สัมภาษณ์ "ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์" อาจารย์ประจำคณะนักสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กรณีม็อบวันที่ 19 ก.ย. ที่่ผ่านมา ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ส่วนความคิดเห็นกับพรรคการเมืองที่ไปตั้งเต็นท์ นั้น เผยว่าต้องรีบถอนเต็นท์เพราะกลัวความผิด

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 - 15.00 น.ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (22 ก.ย.) "ดร.เสรี วงษ์มณฑา" สัมภาษณ์ "ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์" 

ติดตามอะไรยังไงบ้าง และมองเรื่องนี้ยังไง?

"ผมก็ติดตามความเคลื่อนไหว เป็นห่วงเรื่องมือที่สามเข้ามาแทรกแซงและห่วงท่าทีก้าวร้าว ซึ่งจะนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม ผมว่าไม่มียุคสมัยไหนที่บ้านเมืองเกิดความแตกแยกรุนแรงทางความคิดขนาดนี้มาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าห่วงมาก"

เขาบอกมีคนมาประมาณ 2-3 แสนคน?

"จำนวนคนไม่ได้เยอะนะครับ ค่อนข้างโหรงเหรงมาก อย่างแรกที่ต้องหักออก มีตร.นอกเครื่องแบบกับทหารเข้าไปปะปนในกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างน้อยๆ หมื่นกว่าคน เขาเตรียมไว้นะครับ นักข่าวไม่รู้เท่าไหร่ แต่คิดว่าเป็นพัน ก็ต้องหักตร.และทหารนอกเครื่องแบบที่ปนเข้าไป ก็หายไปเป็นหมื่นแล้ว"

เขาไปเพื่อป้องกันเหตุร้าย ไม่ได้ไปเพื่อปราบประชาชน?

"ถูกครับ เพราะในการก่อม็อบทุกครั้ง พอคนรวมกันเยอะๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีการกระจายความรับผิดชอบ เวลาเกิดเหตุอะไรขึ้นมา มันจับมือใครดมไม่ได้ ถ้ามีการปาระเบิดสักลูก หรือยิงสไนเปอร์ หรือเอ็ม 16 เข้าไป ไม่รู้หรอกครับว่าใคร เพราะงั้นตร. ทหารต้องแทรกเข้าไปเพื่อจับตาความเคลื่อนไหวและเพื่อความปลอดภัย รัฐบาลจะมีปัญหาหนักที่สุดถ้าเกิดความรุนแรงหรือนองเลือด จากมือที่สามหรือใครก็ตาม รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้  แต่สาเหตุที่ม็อบจุดไม่ติดไม่ใช่แค่เรื่องนี้นะ"


ทำไมคนมาน้อย?

"อันแรกต้องโทษฟ้าฝน พายุที่เป็นสลิ่ม ไม่เข้าข้างเขา เกิดพายุโนอึลเข้ามา 2 วันติด และตกทั้งวันทั้งคืน คนก็ไม่สะดวกมาชุมนุม ยิ่งเขาทาร์เก็ตว่าอยากได้เด็กๆ มีแต่ป้ากับลุง เด็กไม่มาหรอกครับ เด็กมาน้อยเพราะลำบากและฝนตก เด็กพวกนี้อยู่บนคีย์บอร์ดเป็นหลัก ให้เขามาลำบากตากฝนเขาไม่มาหรอก ไอ้ประเภทที่หวังว่าเขาจะมาพักค้าง ตะลุยคงยาก เขาไม่ได้เกิดมาในยุคที่ต้องลำบากขนาดนั้น"

"สองคือท่าทีการชุมนุมเห็นชัดมากว่ามีความมุ่งหวังที่จะล้มล้างเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ก้าวร้าวต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งท่าทีตรงนี้เห็นชัดเจน และทำให้หลายคนรู้ว่าถ้ามาชุมนุม จะมีคดีความติดตัวยาว ทุกครั้งที่ชุมนุมมันต้องฝ่าฝืนอะไรสักอย่างอยู่แล้ว เป็นธรรมชาติ แต่ปัญหาคือแล้วจะมีคดีติดตัวเท่าไหร่ ใครจะไปร่วมชุมนุม ทุกคนเดินขึ้นศาลกันจนเบื่อ ถ้าข้อหาเกี่ยวกับการก้าวล่วงสถาบัน เป็นภัยความมั่นคง มีบุกรุกสถานที่ราชการ แล้วไปทำลายโบราณสถานที่สนามหลวง หลายคดีเหลือเกิน พ่อแม่ก็คงเตือนว่าอย่ามา เด็กเขาก็คงรู้ว่ามีความเสี่ยง รวมทั้งท่าทีที่แข็งกร้าวต่อต้านสถาบันมากขนาดนี้ หลายคนก็รู้สึกไม่เกิดประโยชน์ที่จะไป ให้เป็นภัยหรืออันตรายต่อตัวเอง"

ตร.จับได้กับหนังสือที่เป็นเรื่องวันที่ 10 ส.ค. เห็นว่า 5 พันเล่ม ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

"ค่าพิมพ์สมัยนี้คงแล้วแต่ความหนา แต่ค่าพิมพ์ก็คงเป็นร้อย 5 พันเล่มก็คูณไป ประมาณ 5 แสน คำถามคือใครออกทุน ผมเรียกม็อบครั้งนี้ว่าม็อบมุดกระโปรง เพราะแกนนำตัวจริงมุดกระโปรง แกนนำที่อยู่บนเวทีไม่ใช่ตัวจริง ตัวจริงวันที่ 17 เขาชนแก้วไวน์อยู่โรงแรมคอนราดที่วิทยุ พรรคการเมืองตัวจริงไม่ออก ผลักเด็กขึ้นมาอยู่ข้างหน้า ความรับผิดชอบไม่มี การเป็นแกนนำมวลชน ต้องรับผิดชอบมวลชน แต่นี่ไปอยู่ข้างหลังและฉลองกัน ให้ทุน ให้เงิน แต่ถ้าให้ขึ้นไปปราศรัยบนเวที ไม่เอา"

คิดยังไงเขาบอกว่าม็อบนี้แดงมากกว่าส้ม?

"ใช่ครับ และมาด้วยการเกณฑ์มา เขาก็มอบหมายไปเลยว่าส.ส.จังหวัดนั้น จังหวัดนี้จะเอาคนมากี่คันรถ มีเบี้ยเลี้ยงให้ มาจากต่างจังหวัดในกลุ่มนปช. ซะเยอะ เป็นม็อบจัดตั้ง ไม่ได้มาโดยธรรมชาติ ถึงได้สั้น เพราะเบี้ยเลี้ยงจบแล้ว สาเหตุที่ม็อบมาน้อยคือฝนตก อย่างที่หนึ่ง สองคือท่าทีม็อบซึ่งต่อต้านสถาบันมากเกินไป คนก็กลัวคดี สามตัวจริงไม่ออก หลอกใช้เด็กมาบังหน้า เด็กที่จะมาก็ไม่อยากโง่ ถ้ามาก็เท่ากับเป็นเครื่องมือให้คนอยู่ข้างหลัง เด็กฉลาดครับ เด็กเริ่มรู้ว่าจะถูกหลอกใช้ เด็กก็ไม่มา สาเหตุที่สี่ที่สำคัญคือแกนนำม็อบกลุ่มนี้มือไม่ถึง ไม่มีความสามารถในการนำม็อบเลย แกนนำม็อบที่ไม่เข้มแข็ง อันตราย กระดูกอ่อน"

เห็นเต็นท์เพื่อไทยวันที่ 19 ทำไมวันที่ 20 เขารีบถอน?

"เขากลัวถูกยุบพรรคการเมืองเพราะไปสนับสนุนต่อต้านระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุกพรรคต้องเก็บออกหมดเลย เพราะกลัวคดี"

อยากให้เล่าที่มาที่ไปหมุดวันเดิม ที่อยู่ที่ลานพระรูป หมุดหายไปยังไง ปัจจุบันทำไมต้องมีหมุดใหม่มาแทน?

"หมุดเดิมที่ลานพระรูป เกิดขึ้นในปี 2475 คณะราษฎรไปฝังหมุดประกาศ ที่เลือกลานพระรูป เป็นตัวแทนสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่หน้าวัง เป็นการท้าทายอำนาจสถาบันพระมหากษัตริย์ ท้าทายพระราชอำนาจ หลังจากนั้นหมุดหายไปด้วยเหตุบางอย่าง ก็สร้างความเจ็บแค้นของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะหมุด 2475 คณะราษฎร เป็นเครื่องหมายของการต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งในเชิงสัญลักษณ์ครั้งนี้เลวร้ายกว่าครั้งที่แล้ว หมุดที่จะปักกลางสนามหลวงได้ มีอยู่หมุดเดียว คือการก่อสร้างพระเมรุมาศ การไปปักหมุดกลางสนามหลวง เชิงสัญลักษณ์ตีความได้ว่าเป็นการสาปแช่งให้พระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านายสวรรคต"

เพราะคนเป็นพราหรมณ์ปลอม เขาแช่งเยอะ?

"เป็นเดรัจฉานวิชาอย่างหนึ่ง และเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ว่าต้องการตรึงพระชนม์ชีพพระเจ้าแผ่นดินเอาไว้อย่างนั้นเลย เพราะหมุดที่ปักกลางสนามหลวงคือหมุดที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียใจ สะเทือนความรู้สึกประชาชน เขาเลือกใช้สัญลักษณ์ทางการเมือง บวกกับความเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณีของไทยแต่ในเชิงที่ต่อต้านสาปแช่งสถาบันพระมหากษัตริย์"

ไม่เคยเห็นพราหมณ์ตั้งศาลพระภูมิสาปแช่งใคร?

"ก็เป็นพราหมณ์เก๊ครับ ไม่ใช่พราหมณ์ที่เรียนรู้วิธีแบบพราหมณ์ อันนี้พราหมณ์เก๊ และโดนไฟช็อตไปเรียบร้อยตั้งแต่จับไมค์ เขาจงใจทำอย่างที่ต้องการเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์"

ทำไมต้องการเปลี่ยนคำว่าสนามหลวงเป็นสนามราษฎร?

"เข้าใจว่าเขามองว่าทุกอย่างเป็นของประชาชน ราษฎรมีอำนาจยิ่งใหญ่ และโยงไปคณะราษฎรด้วย  เป็นสัญลักษณ์ทุกอย่างต้องการต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์"

ตกลงสนามหลวงเป็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หรือทรัพย์สินส่วนพระองค์ หรือทรัพย์สินสำนักราชวัง?

"ต้องบอกว่าสนามหลวงเดิมครึ่งนึงทางทิศเหนือเป็นพื้นที่วังหน้า ก็เป็นทรัพย์สินส่วนวังอยู่ครึ่งนึง แต่อาจพระราชทานให้ราชการให้ ก็เป็นพื้นที่ราชการ ไม่ว่ากรณีไหน เป็นสถานที่ราชการ บวกประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่สนามหลวงโยงใยกับสถาบันพระมหากษัตริย์และประเทศไทย"

เขาประกาศชัยชนะของเขา การที่เขาฝังหมุดได้เป็นชัยชนะเหรอ?

"มันไม่ใช่ชัยชนะอะไรหรอกครับ เพราะมันไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในบ้านเมือง เป็นแค่สัญลักษณ์ แต่ถ้าคนที่เคยทำม็อบจะเข้าใจว่าการทำม็อบต้องอวดอ้างได้ว่ามีผลงาน เพื่อจูงใจคนให้มาร่วมในครั้งต่อไป ต้องมีความก้าวหน้าในทุกครั้ง เพราะฉะนั้นเที่ยวนี้เขาไม่มีทางลงอะไรเลย ไม่มีผลงานอะไรเลย แป้ก จุดไม่ติด คนไม่มา ก้าวร้าวก็แล้ว ก็ต้องทำอะไรบางอย่างในเชิงสัญลักษณ์เพื่อประกาศชัย แต่ถามว่าเป็นชัยชนะจริงมั้ยก็ไม่ เพราะไม่ได้เกิดอะไรทั้งนั้น"

ได้อ่านข้อเรียกร้อง 10 ข้อที่ปรากฎวันที่ 10 ส.ค.แล้วรู้สึกยังไง?

"จ้วงจาบหยาบช้า บังอาจ บอกห้ามมีพระราชดำรัสในที่สาธารณะ อ้าว สิ่งที่ตัวเองเรียกร้อง แล้วทำไมพระเจ้าแผ่นดินพูดไม่ได้ พวกคุณเป็นพวกย้อนแย้งในตัว หรือปีศาจคาบคัมภีร์ที่พูดอย่างนึง ทำอย่างนึงหรือเปล่า ที่บอกว่าให้ไปกดแตรใส่ขบวนเสด็จ 8 ข้อหลัง แล้วบอกว่าตัวเองถูกคุกคาม ถูกบูลลี่ แต่ตัวเองไปคุกคาม บูลลี่คนอื่น แสดงว่าคนพวกนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอะไรเลย คิดแต่ว่าสิทธิ์ตัวเอง เสรีภาพตัวเองใหญ่โตที่สุด คนอื่นโง่ กระจอก เฮงซวย คนอื่นห่วย และพร้อมไปละเมิดสิทธิ์ ละเมิดเสรีภาพคนอื่น อันนี้ใช้ไม่ได้นะ ไม่ได้เป็นเสรีภาพใดๆ ทั้งสิ้น"

เขาไปทำเนียบองคมนตรี อะไรคือจุดประสงค์ที่แท้จริง?

"คือตีวัวกระทบคราด องคมนตรีเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินของสถาบันพระมหากษัตริย์ การมุ่งไปที่ทำเนียบองคมนตรี ต้องการตีวัวกระทบคลาด หมายความว่ากระทบสถาบันพระมหากษัตริย์ ข่มขู่มาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วจดหมายที่ยื่น เขียนด้วยถ้อยคำสำนวนซึ่งผมรู้สึกว่าควรไปเรียนภาษาไทยใหม่หมดเลย ใช้คำจ้วงจาบหมายช้าและใช้ภาษาต่ำ ข่มขู่ เหมือนคนไม่มีการศึกษาเขียนหนังสือ วัตถุประสงค์เพื่อต้องการกระทบสถาบันชัดเจน"

สามคนที่ได้ไปปรากฎตัวจะโดนด้วยมั้ย?

"อันนี้น่าคิดนะ ในความเชื่อมโยงจะทำยังไง เพราะหลักคดีอาญาให้บริสุทธิ์ไว้ก่อน แต่ถ้ามีหลักฐานโยงใยว่าเป็นตัวการ หรือตัวแทน ก่อให้เกิดความผิดหรือเกี่ยวข้องก็มีสิทธิ์โดนคดีนะ แต่คงไม่แน่นหนาเท่ากับที่เด็กๆ โดน"

โยงยากอยู่นะ เพราะเขาบอกว่าเขาไม่สนับสนุน?

"เขาเลยไปกินข้าวต้มที่วัดบวรฯ ไปกินไวน์ที่โรงแรมคอนราดไงครับ"

คิดไงกับพรรคการเมืองที่ไปตั้งเต็นท์?

"ใช้คำว่าฉลาดแกมโกง เอาตัวรอด เพราะรีบถอนเต็นท์ออก เนื่องจากว่าท่าทีของม็อบเป็นภัยคุกคามต่อระบบการเมืองการปกครอง มุ่งหวังเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองการปกครอง ฉะนั้นพรรคพวกนี้เขากลัวโดนคดียุบพรรค พอไปตั้งตอนแรกคิดว่าจะคุมได้ แต่เห็นท่าทีไม่ดี คุมเวทีไม่ได้ เนื้อหาลุกลาม ก็ถอนเต็นท์ออกหมด ถอนทุกอย่างออกหมดเพื่อบอกว่าฉันไม่รับผิดชอบแล้วนะ ฉันไม่เกี่ยวข้องแล้วนะ วิธีการนี้คือวิธีการของคนฉลาด แต่ปราศจากความรับผิดชอบ ยุยงส่งเสริมเด็กให้ไปโดนอะไรต่างๆ แต่ตัวเองไม่โดนอะไรเลย พอไปขึ้นศาลก็จะบอกว่าพอเห็นท่าทีเด็กเป็นแบบนี้แล้วก็เลยถอนตัว ถอยแล้วไง ไปขึ้นศาลก็จะหลุดหมด เพราะเขาเอาตัวรอด"

รอบนี้หลายคนที่เคยด่าพ่อแม่ว่าดูแลลูกอย่างไร กลับมาชมพ่อแม่แล้วนะ?

"ผมเข้าใจว่าพ่อแม่ส่วนหนึ่งจะอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ไม่เกิดขึ้นหรอก คุณเดินลงถนนเป็นล้านถ้าขาดความชอบธรรมก็ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง สองการมาร่วมชุมนุมจะนำไปสู่ประวัติที่เสีย เรื่องราวต่างๆ มากมาย ซึ่งทำลายอนาคตของเด็ก ซึ่งถามว่าเด็กเขารู้จักรักตัวเองมั้ย เด็กเขาฉลาดนะ เขารู้ว่าถ้ามาตัวเองเสียอนาคต ต้องไปเดินขึ้นศาล พ่อแม่ก็อาจเตือนเรื่องมือที่สาม คนเป็นพ่อแม่คงพูดกับลูก เขาพูดรู้เรื่องรอบนี้เพราะท่าทีมันไม่ค่อยดี ผมคาดการว่าวันที่ 24 เด็กก็จะน้อยอีก"

ฟันธงได้มั้ยว่าการชุมนุมครั้งนี้ สำเร็จหรือล้มเหลว?

"ล้มเหลวครับ ในแง่ของไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น กลายเป็นภาพที่ดีกับรัฐบาลด้วยซ้ำ เพราะหนึ่งรัฐบาลดูแลได้ดี ไม่เกิดความรุนแรง ไม่เกิดระเบิด มือที่สาม ไม่เกิดการยิง สองรัฐบาลใช้วิธีการอะลุ่มอล่วย ปล่อยให้เด็กแสดงพลังของตัวเองตามวัย รัฐบาลรับมือได้ค่อนข้างดี ทำให้คนรู้สึกว่ารัฐบาลโอเคในระดับหนึ่ง"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์