ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตบปากเด็ก"ทอน"โพสต์ไม่คิดพาดพิงเมิน10ข้อม็อบแลกกับการรอดคดี

6.39K 23
ตบปากเด็กทอนโพสต์ไม่คิดพาดพิงเมิน10ข้อม็อบแลกกับการรอดคดี

"จตุพร" ซัดเด็ก "ธนาธร" เอาอะไรคิดหลังโพสต์พาดพิงเหตุไม่สนับสนุน 10 ข้อเรียกร้องม็อบ เพื่อแลกกับการรอดคดีบุกบ้านสี่เสาร์เทเวศร์ ย้ำประชาธิปไตยมีสิทธิเห็นต่างได้ และยังหนุน 3 ข้อเรียกร้องนศ.เหมือนเดิม เพราะมีความเป็นไปได้มากกว่า

(22 กันยายน 2563)นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึง นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหาร นิตยสารฟ้าเดียวกัน ซึ่งเป็นลูกน้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ได้โพสต์กล่าวหากรณีตนสนับสนุน 3 ข้อ ของเยาวชนปลดแอก แต่ไม่เอา 10 ข้อ ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม จึงเป็นเหตุให้ไม่ต้องติดคุกในคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2550

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยืนยันสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องมาเป็นเดือนแล้ว เพราะเห็นว่าการให้เลิกคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา มีความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว และเป็นเสรีภาพของตนที่จะสนับสนุนอะไร แนวทางไหนตามความเชื่อของตัวเอง

ส่วนคดีการชุมนุมบ้านสี่เสาเทเวศร์นั้น ซึ่งต้องการไปสอบถาม พล.อ.เปรม มีส่วนรู้เห็นด้วยกับการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 หรือไม่ แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ขณะเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งฟ้องผู้ต้องหา 15 คน จากนั้นอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งไม่ฟ้อง เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ตำรวจทำความเห็นแย้ง กระทั่งนายชัยเกษม นิติศิริ อัยการสูงสุดขณะนั้น เป็นผู้ชี้ขาด และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา

"จำเลยทั้ง 15 คนไม่มีใครร้องขอ ว่าใครจะอยู่สำนวนแรกหรือสำนวนสอง แต่เป็นเรื่องของอัยการแยกฟ้องกันไปก่อน 7 คน แล้วพิจารณากันมาเรื่อยๆ พวกผมยังไม่ถูกฟ้อง ก็รอกันตามปกติ กระทั่งหลังการยึดอำนาจปี 2557 อัยการจึงฟ้องผมกับน้องอีกคนหนึ่ง" นายจตุพร กล่าวและว่า จากนั้นเมื่อสำนวนฟ้องถึงศาล และศาลพิจารณาให้รอหลังพิจารณาสำนวนแรกเสร็จ จึงพิจารณาสำนวนสอง

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าจำเลยทั้ง 15 คนไม่ได้ร้องขอไม่ให้ดำเนินคดีกับใคร แต่อัยการกลับฟ้องเพิ่มอีกแค่ 2 คน คือ ตนกับน้องอีกคน เมื่อรวมกับสำนวนแร กจำเลย 7 คน รวมเป็น 9 คน ในข้อหาชุมนุมเกิน 10 คน แล้วคนที่เหลือแปลความว่า จะฟ้องหรือไม่ฟ้องอย่างไร ซึ่งตนก็ถามในศาลเมื่อวานนี้ (21ก.ย.)

"การที่นายธนาพล ว่าผมเห็นด้วย 3 ข้อ ไม่เห็นด้วย 10 ข้อ จึงทำให้ผมไม่ติดคุกนั้น เป็นการกล่าวหาที่เลวชาติอย่างยิ่ง เพราะผมยังเป็นจำเลยอยู่ในการพิจารณาของศาล แล้วยังคิดหรือว่าผมจะรอด ซึ่งคนในขบวนการรู้ว่าไม่รอดอยู่แล้ว แต่นายธนาพล แสดงความโง่อันน่าทุเรศมาหาเรื่องใส่ร้าย" นายจตุพร กล่าว

นอกจากนี้ ในการต่อสู้ทางการเมือง ตนยังเป็นตัวของตัวเอง ต้องพูดความจริง ไม่กลัวคนอื่นด่าหรือทัวร์ลง เพราะจะทำให้คนที่ห่วงใยไม่ได้ความจริงอะไรเลย ดังนั้น จึงกล้าพูดในสิ่งที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ และปัญหาขณะนี้ประชาชนมีความเดือดร้อน ต้องการเปลี่ยนแปลง จึงสนับสนุนแนวทางข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 2 จุดยืน 1 ความฝันของกลุ่มเยาวชนและประชาชนปลดแอก


ทั้งนี้ สิ่งที่ตนต้องอธิบาย เพราะหนทางต่อไปไม่ง่ายเลย ในทางปฏิบัติกับข้อเรียกร้องทะลุเพดานถึง 10 ข้อนั้น จากนี้ไปคอยดูกัน เนื่องจากแต่ละฝ่ายมีการจัดทัพ รอรุก ซึ่งตนผ่านการต่อสู้มา จึงต้องพูดตามความเชื่อของตน ใครจะฟังก็ฟัง ไม่ฟังก็ไม่ฟัง แต่อย่ามาพูดเท็จใส่กัน และกล่าวหาตน

อย่างไรก็ตาม ในสนามการต่อสู้ การติดคุกเป็นเรื่องปกติ แต่การแสดงความโง่มาหาเศษหาเลยนั้น ใช้ไม่ได้ รวมทั้ง ส่วนตัวเคารพเสรีภาพในการต่อสู้ เพราะพี่น้องเสื้อแดงเป็นกลุ่มที่ถูกกระทำ และขมขื่นที่สุด เมื่อมีการชุมนุมที่ไหน จึงไปร่วมต่อสู้ด้วย ซึ่งเป็นธรรมชาติ ส่วนตนทำหน้าที่คัดท้าย ป้องกันเหตุให้ แต่เมื่อตนพูดและแสดงออกตามความเชื่อ แล้วสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไปมีปัญหากับนักศึกษาอีกกลุ่ม ตรงกันข้ามกลับเอ็นดูเหมือนลูก หลาน เมื่อตนเตือน จะเชื่อหรือไม่ ก็เป็นสิทธิเสรีภาพ

"แต่พวกคนแก่ เฮงซวยมากล่าวหารอดคดี แล้วผมรอดอะไร กลับถูกฟ้องคดีใหม่อีก ทั้งทางแพ่ง อาญา ส่วนพวกคนแก่ๆเหล่านั้น ไม่มีข้อเท็จจริง แล้วมากล่าวหากัน ใช้ไม่ได้ และการอธิบายวันนี้ ต้องการบอกว่า การต่อสู้ทางการเมืองนั้น จะพิสูจน์ผลยกเดียวกันไม่ได้ หนทางยังอีกยาว และต้องดูอีกฝ่ายคิดอะไรด้วย ถ้าคิดแค่ข้างเดียว ก็ชนะวันยังค่ำ ดังนั้น อย่าได้สำคัญตนหรือเข้าใจผิด อย่าหลงตัวเอง และคนอย่างผมไม่ต้องการโหนใครทั้งนั้น" ประธาน นปช. ระบุ

อย่างไรก็ตาม ตนยังมีความปรารถนาดีกับคนหนุ่สาวไม่เปลี่ยนแปลง พยายามส่งเสียงให้ภาครัฐ ใช้หลักรัฐศาสตร์มากกว่านิติศาสตร์ การออกหมายจับคดีร้ายแรง เท่ากับรัฐปลุกคนขึ้นมาชุมนุมเรียกร้อง ดังนั้น เห็นกันชัดแล้วว่า หลักกฎหมายนำมาแก้ปัญหาการชุมนุมไม่ได้

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า เมื่อออกหมายจับคดีร้ายแรง โทษหนัก ก็ออกจากที่ชุมนุมไม่ได้ ก็ต้องชุมนุมต่อจนเลิก หวังว่าจะได้ชัยชนะ เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น นี่เป็นโลกความเป็นจริง แล้วการชุมนุม จึงนำไปสู่ความสูญเสียและเรื่องอื่นมากมาย ส่วนตัวยังยืนยันว่า กลุ่มปลดแอกคิดถูกแล้วที่เอา 3 ข้อเป็นธงนำ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเตือนแล้ว และไม่มีปัญหาอะไรกับการจะเลือกหนทางต่อสู้ของตัวเอง

"วันนี้ผมจึงต้องตรงไปตรงมา เพราะลูกน้องนายธนาธร มาเล่นโพสต์กันแบบนี้ ไม่สวยจริงๆ หมายความว่า ที่เห็นด้วย 3 ข้อไปแลกคดีบ้านสี่เสาฯ หรือ ตอนที่เขียนทำไมไม่ถาม ไม่ดูเรื่องราว ผมไม่ขัดแย้ง แต่เอาคนแบบนี้มาสร้างความเท็จ ทำให้เกิดความเสียหาย มันดูเหมือนว่า ผมรอด แล้วผมรอดที่ไหน พวกคุณอธิบายแสดงความโง่ต่างกรรมต่างวาระมากมาย ผมจะบอกให้ คุณอย่ามาโกหกอย่างนี้ ด้วยวิธีสามานย์ใส่ผม ใช้ไม่ได้" ประธาน นปช. กล่าว

สำหรับการเดินบนเส้นทางต่อสู้นั้น ตนซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ประชาชน และพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย มีจุดยืนชัดเจน นอกจากนี้ ยังไม่ได้มองกลุ่มเรียกร้อง 10 ข้อเป็นศัตรู แต่กลับห่วงใย คอยทำหน้าที่คัดท้าย คอยเตือนอย่าให้ใครมาทำอะไร เยาวชนเหล่านั้นต้องได้รับความคุ้มครอง และต้องปลอดภัย แม้จะเห็นแตกต่างก็ตาม ซึ่งนั่นเป็นหลักการที่สวยงามตามระบอบประชาธิปไตย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์