ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เตือน อคส.เบรกถุงมือยางแสนล้านอาจเสียค่าโง่

754 6
เตือน อคส.เบรกถุงมือยางแสนล้านอาจเสียค่าโง่

"ผู้ประสานงาน" เปิดดีล "ถุงมือยางแสนล้าน" มึนบอร์ด อคส.สั่งระงับโครงการทั้งๆ ที่ส่งของแล้ว แถมตามอายัดเงินมัดจำ 2,000 ล้าน เสี่ยงถูกฟ้อง ระวังเสียค่าโง่ เหตุบริษัทไม่ได้ทำผิดอะไร แถมกระบวนการทำสัญญาโปร่งใส มีแบงก์การันตีชัดเจน แถมมีผู้ซื้อ 5 บริษัทลูกจากอเมริกา รอรับของอยู่แล้ว ตั้งข้อสังเกตอาจ "เตะหมูเข้าปากใคร"

ความคืบหน้าโครงการจัดซื้อ "ถุงมือยาง" แบบ "ไนไตร" เพื่อขายต่อ และหวังกำไรส่วนต่างขององค์การคลังสินค้า หรือ อคส. โดยมีการทำสัญญาจัดซื้อถุงมือยางกับ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด จำนวน 500 ล้านกล่อง วงเงินสูงถึง 112,500 ล้านบาท มีการจ่ายมัดจำล่วงหน้าไปแล้ว 2,000 ล้านบาท

จนสุดท้ายบอร์ด อคส.ออกมาชี้ว่าเป็นการทำสัญญาที่ขัดต่อระเบียบกฎหมาย เพราะไม่ผ่านการอนุมัติจากบอร์ด จนมีการสั่งอายัดเงินมัดจำ และส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ดำเนินคดีนั้น

ล่าสุด ทีมข่าว "เนชั่นทีวี" ได้พูดคุยกับหนึ่งในผู้ประสานงานที่ทำให้เกิด "ดีล" นี้ ระหว่าง บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ฯ กับ อคส. โดยบอกว่า ตนยังมองไม่เห็นว่า อคส.เสียประโยชน์อะไรจากดีลนี้ เพราะบริษัทที่จะจัดหาถุงมือยางมาให้ หรือ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ฯ ก็ยืนยันว่า จะหาสินค้ามาให้ได้แน่นอน และมีสัญญาเขียนบังคับเอาไว้ชัดเจน ว่าถ้าส่งสินค้าไม่ครบจะต้องโดนอะไรบ้าง


นอกจากนั้น ส่วนตัวยังทราบว่า บริษัทฯได้ส่งสินค้าบางส่วนให้ อคส.แล้วด้วยซ้ำ ส่วนบริษัทที่จะรับซื้อถุงมือยางจาก อคส.ก็มีอยู่แล้วเช่นกัน เท่าที่ทราบมีราวๆ 3-5 บริษัท โดยเป็นบริษัทตัวแทนในประเทศไทย แต่บริษัทแม่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา มีการแสดง "แบงก์การันตี" ชัดเจนแล้วว่ามีเงินทุนสำหรับจัดซื้อถุงมือยางจำนวนมากจาก อคส.อย่างแน่นอน

ฉะนั้นดีลนี้ อคส. จึงมีแต่ได้กับได้ ไม่มีอะไรต้องเสีย เนื่องจากราคาซื้อกับราคาขายถุงมือยางมีส่วนต่าง 5 บาท คิดง่ายๆ จำนวน 500 ล้านกล่อง ก็จะได้เงินเข้า อคส. 2,500 ล้านบาท และดีล 500 ล้านกล่อง นี้ก็เป็นดีลแรกเท่านั้น หากหลังจากนี้การซื้อขายไม่มีปัญหา ก็จะมีดีลต่อๆ ไปอีก และจะทำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล

ส่วนเรื่องเงินมัดจำ 2,000 ล้านบาทนั้น แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้ประสานงานระหว่างเอกชนกับ อคส. บอกว่า เป็นเรื่องปกติของตลาดถุงมือยาง ที่จะต้องวางเงินมัดจำสูงมาก จริงๆ แล้วอัตราที่เรียกมัดจำกันในการซื้อขายปกติ คือ 50% แต่นี่เรียกมัดจำไม่ถึง 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดกว่า 1 แสนล้านบาท อยากบอกว่าคนที่ออกมาวิจารณ์เรื่่องนี้ ไม่รู้จักตลาดถุงมือยางดีพอ

เช่นเดียวกับที่มีสื่อมวลชนบางแขนงตามไปถ่ายภาพบริษัทและโกดัง แล้วอ้างว่าไม่มีสินค้าอยู่ในโกดังนั้น จริงๆ แล้วการจัดซื้อและส่งถุงมือยางให้ลูกค้า จะส่งจากโรงงานไปยังผู้รับซื้อเลย ไม่ต้องผ่านบริษัทตัวกลาง เหตุนี้จึงไม่มีสินค้าจำนวนมากอยู่ในโกดังเหมือนที่สื่อบางแขนงต้องการเห็นภาพ

สำหรับกรณีที่บอร์ด อคส. ให้เหตุผลในการระงับโครงการว่าเป็นการตัดสินใจของรักษาการผู้อำนวยการ อคส.โดยพลการ ไม่ผ่านบอร์ดตามขั้นตอนนั้น แหล่งข่าวรายเดิมยืนยันว่า เป็นเรื่องภายในของ อคส.เอง เพราะในฐานะเอกชน ย่อมไม่รู้กฎระเบียบภายในหน่วยงานของรัฐ แต่อยากเตือนว่า การที่บอร์ด อคส. สั่งระงับโครงการ ทั้งๆ ที่สินค้าเริ่มทยอยส่งแล้ว ทั้งยังอายัดเงินมัดจำที่จ่ายมาแล้วด้วย ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย และเชื่อว่าจะมีการพิจารณาฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป เพราะบริษัทไม่ได้ทำผิดอะไร

แหล่งข่าวยังบอกด้วยว่า การเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา ต้องระวังว่าจะเข้าทางคนที่อยากล้มโครงการ เพราะต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เนื่องจากทราบข้อมูลจากทางบริษัทฯ ว่าหลังจากเกิดเรื่องขึ้นมา มีคนติดต่อให้ไปดีลกับกลุ่มธุรกิจใหม่แทน โดยมีการอ้างถึงฝ่ายการเมืองเพื่อกดดันให้รีบตัดสินใจด้วย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend