ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"สุดารัตน์"จี้รัฐหาตัวคนผิดปมโกงบัตรทองมาลงโทษ

421 19
สุดารัตน์จี้รัฐหาตัวคนผิดปมโกงบัตรทองมาลงโทษ

"คุณหญิงสุดารัตน์" จี้รัฐเร่งรับผิดชอบปมบัตรทอง หลังทำประชาชนเดือดร้อนกว่า 8 แสนคน ย้ำไม่ถูกต้องสั่งปิดแต่ไร้การตรวจสอบความจริง เปรียบยุค "ทักษิณ" ค่าหัวแค่ 1,300 บาท ถึงโรงพยาบาลโดยตรง แต่ยุคนี้เลยเถิดไป 3-4 พันบาท

(21 กันยายน 2563) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าว ถึงการติดตามการทำงานของ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับการให้บริการคลินิกชุมชน ที่พบการทุจริตการใช้บัตรทอง

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบช่วงที่ตนเองดูแลโครงการนี้ มีการจัดสรรงบประมาณคิดค่าดูแลรักษาพยาบาลต่อคน 1,300 บาท และมีการจัดสรรงบประมาณไปให้โรงพยาบาลเป็นผู้ดูแลโดยตรง แต่ปัจจุบันกลับเพิ่มขึ้น เป็น 3-4 พันบาท และงบประมาณก็อยู่กับส่วนกลาง ไม่ได้กระจายลงสู่โรงพยาบาลในพื้นที่ จึงเปิดช่องให้มีการทุจริตเกิดขึ้น และหลังการพบทุจริต ได้ให้มีปิดกิจการ ถือเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง เพราะงบประมาณที่มา จะถูกแบ่งออกแค่ 3 กลุ่มเท่านั้น และทั้ง 3 กลุ่มก็เป็นอดีตผู้บริหาร ผู้บริหาร และเอกชน ร่วมกันล็อกสเปคคลินิกที่จะเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้น ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งเป็นการดำเนินการแบบลูบหน้าปะจมูก การยกเลิกคลินิกไม่มีการสืบสวนก่อน ไม่มีโรงพยาบาลรองรับ หรือสถานพยาบาล ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน และสถานพยาบาลที่มีอยู่แล้ว ที่อาจจะไกลจากผู้ป่วย รวมถึงผู้ป่วยเรื้อรัง เมื่อย้ายสถานพยาบาลจะเกิดปัญหากับผู้ป่วยทันที

"วันนี้การแก้ปัญหานี้คือต้องลากไปจนถึงต้นตอทั้งอดีตผู้บริหาร สปสช. ผู้บริหาร สปสช. รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนและถูกต้อง การสั่งปิดแล้วไม่ดำเนินคดี ไม่สามารถที่จะนำคนผิดมาลงโทษได้ และต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด และขอเสนอว่าค่าใช้จ่ายรายหัว ต้องเป็นสิทธิของประชาชน ที่จะเลือกใช้สถานพยาบาลใดก็ได้ในพื้นที่ ดำเนินการเร่งหาสถานพยาบาลให้กับกลุ่มประชาชน 8 แสนคน ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ขณะนี้ และเปิดคลีนิคปฐมภูมิเพิ่มขึ้นจากผู้บริหารชุดใหม่ที่โปร่งใส" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว


ขณะที่ นายประเดิมชัย กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณ โดยการจัดทำเอกสารปลอม ไม่มีการให้บริการกับประชาชนจริง เช่น การตรวจผลเลือดที่ไม่ได้นำเอาผลเลือดไปตรวจ แล้วนำข้อมูลมาเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2562 ทั้งหมด 18 คลินิก แล้วมาทำการเบิกจ่ายงบประมาณ 74 ล้านบาท โดย 18 คลินิก เมื่อตรวจย้อนหลัง 10 ปี ได้เบิกจ่ายงบประมาณไปถึง 2,913 ล้านบาท แต่ากการตรวจสอบ พบว่ามีการเรียกคืนเงินแค่ปีเดียวคือปี 2562 จำนวน 74 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ สปสช.เร่งเรียกเงินเบิกจ่ายที่เหลือคืนโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีคลินิกอื่นที่ไม่ใช่คู่สัญญากับ สปสช. กว่า 100 สาขา ที่มีผู้บริหารเป็นคนของ สปสช. มีการเบิกจ่ายต่อปี 30-40 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ปิดปกติ และต้องสงสัยว่ายังไม่ได้รับการตรวจสอบจนถึงขนาดนี้ โดยได้นำข้อมูลนี้เรียกร้องในการอภิปรายในสภาฯที่มีการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 วาระ 2 และวาระ 3 แล้ว และในวัน 23ก.ย. นี้ เตรียมเสนอเรื่องให้ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ ซึ่งมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธาน บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้า กมธ. เพื่อเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล ก่อนรวบรวมยื่นเสนอต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ให้มีการตรวจสอบต่อไป

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์