ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"เตือนรัฐใช้หลักคิดผิดยิ่งเติมคนมาชุมนุม

2.42K 12
จตุพรเตือนรัฐใช้หลักคิดผิดยิ่งเติมคนมาชุมนุม

"จตุพร พรหมพันธุ์" ชี้บทเรียนรัฐบาลใช้หลักนิติศาสตร์มากกว่าหลักรัฐศาสตร์ทำให้คนเพิ่มปริมาณขึ้น ยิ่งจับคนยิ่งเพิ่ม เชื่อ หนทางการต่อสู้ครั้งนี้มีความละเอียดอ่อน และถัดจากนี้ไปก็จะเป็นเรื่องเตรียมการของแต่ละฝ่าย และจะวิวัฒนาการตามลำดับ

(21 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ส่วนตัวได้สแตนบายอยู่ที่สถานนี และก็มีเหตุผลว่าทำไม ยังจะต้องอยู่รอบนอก เพราะหากตนเข้าไปในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนนั้น จะต้องมีคนคัดท้ายอยู่บ้าง รวมถึงหากเข้าไปร่วมการชุมนุมของนักศึกษา การรับมือของเจ้าหน้าที่ก็จะอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเคยปราบมือกันมาแล้วในปี 2553 ซึ่งใช้จำนวนเจ้าหน้าที่กว่า 6 หมื่นคน และใช้งบประมาณกว่า 6 พันล้านบาท และกระสุนปืนกว่า 5 แสนนัด

ทั้งนี้ ในสถานการณ์ที่คนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาว ที่ยังไม่เคยเผชิญอย่างหนักเหมือนกับคนเสื้อแดง ก็ไม่ควรที่จะรับมือกันถึงขนาดนั้น และยังมีคนมาถามอีกว่า คนเสื้อแดงมาร่วมจำนวนมาก ก็อธิบายชัดเจนว่า ในโลกนี้ไม่มีใครจะเจ็บปวดมากเท่ากับคนเสื้อแดงอีกแล้ว เพราะในเหตุการณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดง เป็นการกระทำที่อำมหิตกว่าเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ดังนั้น ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีนี้คนเสื้อแดงจะอยู่ความเจ็บปวดตลอด เมื่อมีการชุมนุมเรียกร้องใดๆก็ตาม และยิ่งได้ต่อสู้กับเผด็จการ ก็จะออกมาต่อสู้ เพราะได้พกความเจ็บปวดกันมายาวนาน

"คนเสื้อแดงที่คบค้าสมาคมมาด้วยกันนั้น เราเคารพในเสรีภาพซึ่งกันและกัน เราไม่ได้ขึ้นต่อกันในระบบสายการบังคับบัญชา แต่เป็นเรื่องของการอาสาสมัครซึ่งกันและกัน ต่างเป็นเสรีชนมีอิสระซึ่งกันและกัน ที่ผมต้องเล่าให้ฟังเพราะหากจะพูดเอาใจเด็กเยาวชนนั้นง่ายมาก เพราะผมเคยเป็นผู้นำนักศึกษามาก่อน วันนี้เราเดินทางมาไกล ในการชุมนุมไม่ว่าปรากฎการณ์เต็มท้องถนน ยืดเยื้อยาวนาน แม้ว่าเคยต่อสู้มาถึงจุดสูงสุด จนกระทั่งจุดต่ำสุด และต้องมาสู้ใหม่ในสภาพที่แย่ที่สุด" นายจตุพร กล่าวและว่า จึงเห็นทุกปรากฎกาณ์ และตนก็ยังเป็นตนเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน แต่คนอื่นเปลี่ยนไป แล้วมามองว่าตนเปลี่ยน เพราะความเป็นจริงนั้นไม่มีเรื่องอะไรที่ตนจะรอดเเม้แต่คดีเดียว


นายจตุพร กล่าวต่อว่าา ดังนั้นต้องเข้าใจว่า การต่อสู้ไม่ได้จบภายในวันเดียว หนทางนี้ยังยืดเยื้อยาวนาน และสิ่งสำคัญสุด ในการต่อสู้ตนพูดเสมอว่า ไม่ว่าใครในยุคใดสมัยใดหรือพวกใดก็ตาม เมื่อต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ ไม่มีใครกลัวตายและทุกคนต่างรู้ดีว่า มันจะไม่จบแบบง่ายๆ

"เพราะการตัดสินใจอะไรก็ตาม เราจะเเลเห็น และหากอะไรที่เป็นภัย เราก็จะส่งสัญญาณเตือนไปตามลำดับ เพราะหนทางการต่อสู้ครั้งนี้มีความละเอียดอ่อน และถัดจากวันนี้ไป ก็จะเป็นเรื่องเตรียมการของแต่ละฝ่าย และจะวิวัฒนาการตามลำดับ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหา คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องบัตร 2 ใบ เรื่องปิดสวิตช์ ส.ว.เหล่านี้ไม่ได้ง่ายดังนั้นอย่าชะล่าใจ ไม่ว่าสูตรใดก็จะเป็นปัญหานายจตุพร กล่าว

ประธาน นปช. ระบุด้วยว่า สิ่งที่สำคัญสุด คือ ไทยต้องคิดที่จะบริหารประเทศไทยอย่างไร แต่ภาระสำคัญ คือ ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย แต่ในทางปฏิบัติคนในรัฐบาลกระโดดหนีไปค่อนรัฐบาล บางคนคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 โดยที่นายกฯ ก็ไม่รู้ดังนั้น หวังว่าในเหตุการณ์ต่างๆ รัฐบาลควรได้รับบทเรียนกันพอสมควรว่า การใช้หลักนิติศาสตร์มากกว่าหลักรัฐศาสตร์ทำให้คนเพิ่มปริมาณขึ้น ในขณะที่คนหนุ่มสาวต่อสู้เรื่องการคุกคาม แต่ที่ผ่านมากว่า 1 เดือน มีการออกหมายจับแล้วปล่อย เป็นข่าวมาตลอดระยะเวลา ดังนั้น ในครั้งนี้ก็เช่นกันที่กำลังแถลงบอกว่าผิดมาตรานั้นมาตรานี้นั้น ตนอยากบอกว่า ที่ผ่านมาก็เห็นอยู่แล้วว่าการให้หลัก นิติศาสตร์มากกว่าหลักรัฐศาสตร์ ก็ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาใดได้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์