ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ช่อ"ปลื้มไร้ตัดโซ่-พังประตูเข้าชุมนุมธรรมศาสตร์

8.28K 40
ช่อปลื้มไร้ตัดโซ่-พังประตูเข้าชุมนุมธรรมศาสตร์

"พรรณิการ์ วานิช" ชี้นิมิตหมายอันดีไม่มีภาพผู้ชุมนุมตัดโซ่หรือพังประตูเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ย้ำรัฐบาลถึงเวลาฟังและอย่าขวางกั้นประชาชน เพราะยิ่งสร้างความเสียหายแก่ประเทศ ลั่นสสร. 200 คน ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น และอาจได้รัฐธรรมนูญไม่ต่างจากปี 2560

(19 กันยายน 2563) น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า เปิดเผยว่า การร่วมชุมนุมวันนี้ (19ก.ย.) มาในฐานะประชาชน มาเติมเต็มพลังมวลชน และยืนยันว่าวันนี้มามอบกำลังใจให้กับผู้ร่วมชุมนุม เนื่องจากตอนนี้เป็นการต่อสู้ของประชาชน โดยตนได้มาติดตามบรรยากาศ การเตรียมความพร้อมการชุมนุมตั้งแต่เมื่อคืน (18ก.ย.) ที่ผ่านมา และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะยอมเปิดพื้นที่ให้ชุมนุม โดยอ้างอิงถึงเมื่อเหตุการณ์ตุลาคมในอดีต ก็มีการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนชุมนุมเช่นเดียวกัน ทำให้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ไม่มีภาพการตัดโซ่หรือพังประตูซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดี และคาดหวังว่าประชาชนจะเป็นพลังที่ไม่มีใครขวางกั้นได้และรัฐบาลจะฟังประชาชนอย่างคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือไม่

ทั้งนี้ ไม่คิดว่าจะมีความรุนแรงใดและบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะมีร้านค้าขายอาหาร ของแจก มากมายซึ่งบรรยากาศมีแต่ความคึกคัก และรู้สึกดีเป็นพิเศษเนื่องจากว่ามีคนร่วมชุมนุมทุกกลุ่มทุกวัย ซึ่งเมื่อตอนการชุมนุม 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 เป็นวัยรุ่น แต่ครั้งนี้มีครอบครัวพาลูกมา มีอดีตข้าราชการเกษียณ เช่น ผู้พิพากษา อัยการ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีเด็กมัธยมและนักศึกษามาร่วม พร้อมย้ำว่าเป็นความสวยงามในการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐพยายามสกัดกั้นการชุมนุมไม่ว่าจะเป็นทางเรือที่มีผู้ชุมนุมมาจากท่าน้ำนนท์ หรือประชาชนที่เดินทางมาจากภาคเหนือ แต่สุดท้ายก็เดินทางมาได้ ซึ่งขอย้ำว่ารัฐบาลจะต้องยอมรับว่านาทีนี้ประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไป ประชาชนลุกขึ้นต่อสู้แล้วโดยไม่มีอะไรขวางกั้น หากรัฐบาลพยายามขวาง มีแต่ยิ่งพังจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ พร้อมขอให้รับฟังเสียงประชาชน

น.ส.พรรณิการณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวเชื่อการชุมนุมครั้งนี้จะส่งสัญญาณให้รัฐบาลและรัฐสภา ในการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ พร้อมย้ำว่าให้พิจารณาร่างของฝ่ายค้านที่มีการกำหนดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนทั่วประเทศ


ส่วนการตั้งส.ส.ร.นั้น โมเดลของรัฐบาลที่กำหนดมาจากการเลือกตั้ง 150 คน และเป็นการเลือกกันเองอีก 50 คน จากนักวิชาการนักศึกษาตัวแทนรัฐสภา โดยมองว่าเป็นโมเดลหวยล็อก ซึ่งไม่ต่างจากการทำรัฐธรรมนูญปี 2560 และไม่อยากเห็นการแก้ปัญหาแบบพายเรือในอ่างกลับไปสู่วังวนเดิม และถ้ารัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา ก็ควรรับร่างแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านที่มีการเลือกตั้ง สสร. 200 คน ให้มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศ แต่ถ้าหากไม่ยอมให้เลือกตั้งทั้งหมดก็จะเกิดคำถามว่ากลัวอะไร

นอกจากนี้ ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตถึงสสร. 50 คน ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล โดยมีการคัดเลือกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงมองว่าหากเป็นเช่นนี้ กกต.จะทำอะไรก็ได้ และยังมีสัดส่วนของรัฐสภา ซึ่งคาดว่าในจำนวนนี้จะมีสัดส่วนของรัฐบาลราว 40 คน ที่ถูกเลือกมา และท้ายที่สุดสสร. ที่มีแต่คนของรัฐบาลจะต่างอะไรกับการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์