ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เตือนปชช.อย่าเข้าใจผิดและระวังข่าวปลอมปมตัดงบบัตรทอง

261 26
เตือนปชช.อย่าเข้าใจผิดและระวังข่าวปลอมปมตัดงบบัตรทอง

"ทิพานัน ศิริชนะ" เตือนประชาชนให้ระวังเฟคนิวส์เรื่องงบบัตรทอง ยันรัฐบาลไม่มีตัดเงิน-สิทธิประชาชน ซัดพวกใช้วิชามารบิดเบือนเรียกแขกร่วมม็อบ ชี้ยกเลิกสัญญาคลินิก-โรงพยาบาลทุจริต ย้ำเป็นการขยายผลสอบสวนจากปี 62 เฉพาะกรุงเทพ ไมเกี่ยวข้องกับต่างจังหวัด

(19 กันยายน 2563) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสในโลกโซเชียลที่วิตกวิจารณ์ว่ารัฐบาลตัดงบประมาณบัตรทอง 30 บาท ภายหลังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.ยกเลิกสัญญาคลินิกและโรงพยาบาลรวม 64 แห่งว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน รัฐบาลไม่ได้ตัดงบประมาณในส่วนของบัตรทอง 30 บาท แต่อย่างใด และไม่มีการตัดสิทธิบัตรทอง 30 บาทของประชาชนที่อยู่ในสถานพยาบาลนั้น

"จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีการนำประเด็นดังกล่าวไปบืดเบือนตีความ จนเกิดความเข้าใจผิดในสังคม ตั้งใจเป็นข่าวเฟคนิวส์ หรือต้องการเรียกแขกให้รัฐบาลในช่วงที่มีการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ถือเป็นวิชามาร ใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวมาตลอดจะรู้ที่มาที่ไปเป็นอย่างดี"น.ส.ทิพานัน กล่าว

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการขยายผลหลังพบการทุจริตงบประมาณบัตรทอง ของคลินิคชุมชนอบอุ่นตั้งแต่ปี 2562 โดยมีการปลอมแปลงข้อมูล ใช้ใบแล็บปลอมเพื่อเบิกค่ารักษาไม่ตรงกับความเป็นจริง และปัญหาการสวมสิทธิ์ เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งพบว่าคลินิกและโรงพยาบาลกว่า 64 แห่งในกรุงเทพมหานคร มีการทุจริตงบฯบัตรทองเกิดขึ้น จนนำมาสู่การดำเนินการยกเลิกสัญญาดังกล่าว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคลินิคหรือโรงพยาบาลในต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตาม การยกเลิกสัญญาถือเป็นการสกัดไม่ให้งบประมาณรั่วไหล ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่กำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ การทุจริตดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของงบประมาณบัตรทองได้ในอนาคต แต่ที่มีความกังวลถึงผลกระทบจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยกำลังรักษาอย่างต่อเนื่องในคลินิก และโรงพยาบาลที่ถูกยกเลิกสัญญานั้น ทาง สปสช. ได้เตรียมหน่วยบริการทดแทนให้กับผู้ป่วย รองรับกรณีดังกล่าวแล้วเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา


น.ส.ทิพานัน กล่าวด้วยว่าโดยสามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องกับโรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือศูนย์บริหารสาธารณสุขใกล้บ้าน โดยไม่ต้องใช้หนังสือส่งตัว ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยบริการในพื้นที่ กทม. ได้ที่ https://bkk.nhso.go.th/ucs-around-me/ และในกรณีผู้ป่วยเร่งด่วน เช่น มีนัดผ่าตัด อายุครรภ์ เกิน 32 สัปดาห์ มีรับเคมีบำบัด ฟอกไตด้วยเครื่องให้โทรปรึกษาสายด่วน 1330

ส่วนกรณีที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่ถูกยกเลิกสัญญา ไม่ต้องย้ายออกจนกว่าจะปลอดภัย สปสช. จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เหมือนเดิม ส่วนผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน ในเครือข่าย บัตรทอง แต่ถ้าฉุกเฉินเข้าเกณฑ์ UCEP สามารถเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนได้ 72 ชั่วโมง และโรงพยาบาลรัฐได้ทุกกรณี ส่วนตัวเป็นห่วงประชาชน จะเกิดความสับสนและเข้าใจผิด ซึ่งจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ฉะนั้นจึงขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงเท่านั้น หรือสอบถามที่ตนก็ยินดีที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์