ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"หมอชลน่าน"ยันแก้รัฐธรรมนูญไม่ต้องผ่านการทำประชามติ

745 36
หมอชลน่านยันแก้รัฐธรรมนูญไม่ต้องผ่านการทำประชามติ

"ชลน่าน ศรีแก้ว" รับร่างแก้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเหลือเพียง 6 ญัตติที่ไร้ปัญหาจาก 8 ญัตติ สวน "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ลงชื่อซ้ำกันได้ ย้ำแก้รธน.ไม่ต้องผ่านมาตรา 77 ยอมรับการชุมนุมขึ้นมีผลต่อท่าทีรัฐอ่อนลง พร้อมวิงวอนส.ว.ร่วมหาทางออกประเทศ

(17 กันยายน 2563) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภา ว่า ขณะนี้มีการเสนอญัตติทั้งสิ้น 8 ฉบับ แต่มีปัญหา 2 ฉบับ ที่ไม่สามารถบรรรจุเป็นวาระได้ คือ ร่างฉบับของพรรคก้าวไกลที่ลงชื่อร่วมกับรัฐบาลแต่มีการถอนชื่อ ทำให้มีชื่อเสนอญัตติไม่ครบถ้วน และร่างของพรรคเพื่อไทยในประเด็นแก้ไขระบบการเลือกตั้งที่เกินข้อบังคับ เพราะเนื้อหาอื่นสอดแทรกที่นอกเหนือจากการเลือกตั้ง เช่น การยกเลิกบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีด้วย จึงต้องเสนอญัตติแก้ไขประเด็นเลือกตั้งเข้ามาใหม่

ทั้งนี้ ทำให้ขณะนี้เหลือเพียง 6 ญัตติ ประกอบด้วยญัตติของพรรคร่วมรัฐบาล ในการแก้ไข มาตรา 256ญัตติของพรรคฝ่ายค้านในการแก้ไขมาตรา 256ญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 4 ญัตติ ที่เพิ่งเสนอเข้ามาใหม่ ซึ่งมีความสำคัญที่เป็นการแก้ไขอำนาจ ส.ว. แก้ไขระบบเลือกตั้ง แก้ไขการนิรโทษกรรมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

ส่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เสนอญัตติให้มีการตรวจสอบการลงชื่อญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ว่าซ้ำซ้อนหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นปัญหา เพราะญัตติที่มีการเสนอมาทั้ง 6 ฉบับ ไม่ได้มีหลักการซ้ำกัน ส.ส.จึงสามารถลงชื่อซ้ำในแต่ละฉบับได้

นอกจากนี้ การที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากยังไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในมาตรา 77 นั้น ยืนยันว่า ตามมาตรา 77 ไม่ได้ครอบคลุมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้กระบวนการตามมาตรา 286 เท่านั้น


นพ.ชลน่าน กล่าวยอมรับว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นมีผลโดยตรงต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีแรงต้าน เมื่อฝ้ายค้านลงพื้นที่เคยถูกจับและดำเนินคดี แต่เมื่อมีการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชน พบว่าท่าทีเปลี่ยนไป รวมถึงรัฐบาลก็ยอมรับในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าการชุมนุมขณะนี้ มีผลโดยตรงต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเรียกร้องให้ 250 ส.ว. มาร่วมกันหาทางออก เพราะเห็นว่า ส.ว. ทั้ง 250 คน เป็นบุคคลชั้นครีมของประเทศ หรือครีมที่อยู่ด้านบนของเค้ก เคยรับราชการ และเคยทำงานในเอกชนที่ล้วนแล้วแต่มีผลงาน แต่ต้องมาถูกครอบด้วยระบบ และแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย เช่น หน้าที่โหวตเลือกนายกฯ หรือ ติดตามการปฏิรูปประเทศ ดังนั้น จึงอยากวิงวอนให้ 250 ส.ว. มาร่วมกันหาทางออก และเห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นอีกมุมของการปลดทุกข์ให้กับ ส.ว.

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์