ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สภาฯ ชำแหละงบสำนักนายกฯ ซ้ำซ้อน-เบิกแต่ไม่ใช้จ่ายจริง

133 6
สภาฯ ชำแหละงบสำนักนายกฯ ซ้ำซ้อน-เบิกแต่ไม่ใช้จ่ายจริง

สภาฯ รุมชำแหละงบประมาณสำนักนายกฯ ซ้ำซ้อน-เบิกงบแต่ไม่มีการใช้จ่ายจริงในปีที่ผ่านมา จี้รัฐยุบหน่วยงานที่ไม่จำเป็น ย้ำแผนงานที่ผ่านมาล้มเหลวอยู่หลายด้าน

(16 กันยายน 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564วงเงินไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาท วาระสอง เป็นรายมาตรา ในช่วงค่ำมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่มาตรา7 ในส่วนของงบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสมาชิกยังคงเน้นย้ำถึงความไม่ตอบโจทย์การใช้งบประมาณ

อาทินพ.วาโย อัศวรุ่งเรืองส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปราย เสนอตัดงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีลงไป 5% ยกตัวอย่างงบประมาณบางรายการที่สามารถลดลงได้ เช่น สำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีมีงบประมาณประชาสัมพันธ์ มีงบประมาณทำไลน์ ออฟฟิสเชียล 7,500,000 บาท ต้องการส่งข้อความที่มากเกินไปเพื่อให้ถึงประชาชนที่แอดไลน์ไทยคู่ฟ้ากว่า 4,700,000 คน แบ่งเป็น 4 ไตรมาส รวม 1,140 ข้อความ เทียบกับค่าบริการของไลน์ ถ้าสมัครแบบโปรอยู่ที่เดือนละ 1,500 บาท

แต่ถ้าเทียบกับงบประมาณของสำนักนายกฯ เดือนละ 625,000 บาทต่อเดือน คิดตามค่าบริการของไลน์คือจะส่งข้อความได้ถึง 175 ล้านคน ซึ่งความจริงสามารถปรับลดราคาได้มาก

อีกส่วนหนึ่งคืองบกอ.รมน. ประมาณ 9,000 ล้านบาทส่วนใหญ่อยู่ที่งบกำลังพล ทั้งที่มีงบประมาณบุคลากรอยู่แล้ว 80 ล้านบาท แต่กลับใช้เพิ่มในส่วนนี้อีก 4,000 ล้านบาทเพื่อจ่ายเงินให้ทหาร แล้วจุดประสงค์ในการตั้ง กอ.รมน. คือเสริมสร้างความตระหนักรู้สถาบันหลักของชาติในเยาวชน ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการก็น่าจะทำภารกิจนี้ได้ ขณะเดียวกันในส่วนของกอ.รมน. สามารถลดขนาด หรือไม่ก็ควรยุบหน่วยงานของกระทรวงต่างๆ ที่ทับซ้อนออกไป


ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตยส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณ 10% โดยเน้นที่ พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดย สภาพัฒน์ฯ เป็นประธานในการกลั่นกรอง และมีระเบียบการใช้จ่ายเงินกู้ให้สภาพัฒน์จัดทำกรอบนโยบายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศด้วย ซึ่งตั้งแต่ลงพระราชกิจจานุเบกษารวมแล้ว 150 วัน มีโครงการเสนอเข้ามากว่าสี่หมื่นโครงการ แต่ยังเหลือเงินที่ยังไม่อนุมัติกว่าอีกสามแสนล้านบาท และเบิกจ่ายไปได้เพียงกว่า1พันล้านบาท

ขณะที่น.ส.เบญจา แสงจันทร์ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงงบประมาณพิมพ์ใบประกาศนียบัตร ของบเข้ามาปีละ 9,000,000 บาท และการสร้างซ่อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปี 2561 ใช้จ่ายเงิน 515 ล้านบาท ปี 2562 ใช้จ่ายเงิน 131 ล้านบาทแต่มีข้อสังเกตคือการบำกจ่ายเงินจริงของทั้งสองปี คือ 646 ล้านบาท ในขณะที่เอกสารประกอบการชี้แจงกลับระบุว่าปีดังกล่าวไม่มีการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และในปีนี้หน่วยงานรับงบมีการตั้งบมาอีกครั้ง ตนจึงตั้งคำถามว่าจะมีการพระนราชทานจริงหรือไม่ ถ้าไม่มีขอให้ตัดงบออกไปก่อนแต่ผ่านไป5 เดือน อนุมัติไปได้เพียง 45,000 ล้านบาทเพราะเหตุผลว่าโครงการมีปัญหาไม่เข้าเงื่อนไขตามท้าย พ.ร.ก. และไม่เข้ากรอบที่กำหนด สภาพัฒน์ทำตัวเป็นอาจารย์ตรวจข้อสอบ โครงการไม่ผ่านตีกลับ ตนจึงฝากไปถึงรัฐบาลว่าถ้าเหตุการณ์ยังเป็นแบบนี้รัฐบาลต้องตัดสินใจเรื่องการเบิกจ่ายและการตัดสินใจอนุมัติโครงการ ไม่เช่นนั้นสิ้นปีนี้คนได้รับผลกระทบจะอยู่ไม่ได้

ค่าใช้จ่ายในการส่งกำลังบำรุงม้าทรงประจำพระองค์ 1,825,000 บาท ขณะที่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณกองทัพบก และสำนักราชเลขานุการประจำพระองค์ที่ถวายงานเรื่องการทรงม้าอยู่แล้ว, ค่าซ่อมเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง 1,969,441,400 บาท เป็นงบประมาณที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว และมีการเพิ่มงบประมาณขึ้นเรื่อยๆ ปีละ 13%

ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณเหล่านี้อาจจะมีความซ้ำซ้อนและมีการตั้งข้อสงสัยของประชาชนได้ ตนคิดว่าหน่วยงานรับงบควรทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่หวังดีเอาไปหาผลประโยชน์แอบอ้างให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ดังนั้นจึงควรแจกแจงงบประมาณให้เหมือนกับหน่วยรับงบประมาณอื่นๆ

"ยืนยันว่าการอภิปรายดังกล่าวไม่ได้ทำเกินหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เป็นการทำหน้าที่ในฐานะส.ส.ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขและไม่ต้องการให้คนเอางบประมาณนี้มาแอบอ้างทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติ"

ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติ 256ต่อ87เสียง เห็นชอบมาตราดังกล่าวตามที่กมธ.เสนอ มีผู้งดออกเสียง 31เสียงไม่ลงคะแนน2 ก่อนที่ประชุมจะเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา8 ในส่วนของงบกลาโหม

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์