ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ดร.ศุภณัฐ" จัดหนักสวนกลับ "เพนกวิน" ทะลุไปถึงชาญวิทย์ หลังปลูกฝังความรุนแรง และเชิดชูเผด็จการ

4.23K 78
ดร.ศุภณัฐ จัดหนักสวนกลับ เพนกวิน ทะลุไปถึงชาญวิทย์ หลังปลูกฝังความรุนแรง และเชิดชูเผด็จการ

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว โต้กลับ เพนกวิน สุดเดือด หลังเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เชิดชูเผด็จการ จอมพลป.พิบูลสงคราม ลั่นควรจะศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดี ก่อนโหนสารพัดข้อมูลแบบมั่วๆ ไปโจมตีสถาบันฯ

หลังดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว ถึงเพนกวิน ที่เชิดชูเผด็จการ อย่างจอมพลป.พิบูลสงคราม จนมีการโต้กลับมาอย่างดุเดือดกันกลางโซเชียล ล่าสุดดร.นิว ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีความย้อนแย้งของเพนกวินที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชูเผด็จการทหาร และยังแนะให้เพนกวิน ไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดี ก่อนโหนสารพัดข้อมูลแบบมั่วๆ ไปโจมตีสถาบันฯ ไว้ดังนี้....

#ตอบเพนกวินทะลุไปถึงชาญวิทย์แบบเบิ้มๆ

ใจเย็นๆครับ ประเด็นที่ผมพาดพิงคือ ความย้อนแย้งของเพนกวินที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชู จอมพล ป. ที่เป็นเผด็จการทหาร ซึ่งแม้แต่ในสารานุกรมภาษาอังกฤษที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอย่างสารานุกรมบริแทนนิกา (Britannica) ยังระบุไว้อย่างชัดเจน [1] ในเมื่อไม่สามารถแก้ต่างในความย้อนแย้งได้ของตัวเองได้ แล้วยังหันมาถามคำถามแก้เก้อ แสดงความรู้ไม่จริงออกมาอีก ก็จะช่วยตอบให้ เผื่อจะได้หลุดพ้นจากการเชื่อและจำชุดความคิดบิดเบือนตามๆกันมา เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak

1.การยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของคณะราษฎร ไม่ได้เป็นการสร้างประชาธิปไตย เพราะคณะราษฎรสร้างคณาธิปไตยขึ้นมาแทนที่ ทำให้อำนาจอธิปไตยที่ถ่ายโอนมาจากสถาบันพระมหากษัตริย์ตกอยู่ในเงื้อมือของคณะราษฎร ไม่ได้มาถึงมือของประชาชน ในหลัก 6 ประการของคณะราษฎรก็ไม่ได้มีสาระของการทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน หรือแม้แต่ในรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรทุกฉบับก็มีลักษณะเป็น "อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน" ไม่ได้เป็น "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน"

[2-7] แบบนี้คณะราษฎรแอบอ้างประชาธิปไตยแล้วใช้คำว่า "ราษฎร" หลอกลวงประชาชนหรือเปล่า? ประชาชนชาวไทยเคยมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่? เพราะคณะราษฎรหรือเปล่าที่เป็นต้นตอของประชาธิปไตยจอมปลอมที่ทำให้อำนาจอธิปไตยของปวงชนเป็นจริงแค่ในกระดาษมาจนถึงทุกวันนี้? และสุดท้ายคณะราษฎรก็มีแต่ทะเลาะแย่งชิงอำนาจกันเอง ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจึงเป็นจึงเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการรักษาอำนาจของระบอบเผด็จการคณะราษฎรเท่านั้น

[8]ในส่วนแนวคิดที่สถาบันฯ เห็นคนเป็นฝุ่น มันน่าจะเป็นอคติของลัทธิความเชื่อที่งมงายของเพนกวินมากกว่า ไม่งั้นเขาคงไม่เลิกทาสหรอกครับ แถมเป็นการเลิกทาสที่เป็นไปโดยสันติวิธีไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อด้วย เพราะสถาบันฯ เห็นคนเป็นคน ไม่เหมือนกับคนบางกลุ่มที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา หลอกใช้คนออกมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง แถมจะพาไปสู่ความรุนแรง ไปสู่การปะทะตามที่คนกลุ่มนี้ต้องการ

2.จอมพล ป. สร้าง "ลัทธิชาตินิยม" แต่คนที่ "สร้างชาติ" ที่เป็นรัฐสมัยใหม่ วางรากฐานของชาติในหลากหลายด้านให้ทันสมัยใหม่ตัวจริง คือ ในหลวง ร.5 [9-10] ไม่ว่าจะเป็น การเลิกทาสวางรากฐานประชาธิปไตย การปฏิรูปการปกครอง การปฏิรูประบบราชการต่างๆให้มีความทันสมัยทัดเทียมชาติตะวันตก การศึกษาที่เปิดโอกาสไปถึงราษฎร การปกป้องประเทศจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ การแพทย์แผนปัจจุบันและสาธารณสุข การก่อตั้งการประปา การไฟฟ้า การไปรษณีย์โทรเลข การโทรศัพท์ การสื่อสาร การรถไฟ การเงินสมัยใหม่ ฯลฯ [11] เพนกวินกล้าปฏิเสธความจริงเหล่านี้หรือไม่?

แล้วชาติจะหมายถึงกษัตริย์หรือประชาชนโดดๆได้อย่างไร? ในเมื่อความหมายของรัฐสมัยใหม่ประกอบไปด้วย 1.ประชากร 2.ดินแดนที่มีอาณาเขตที่แน่นอน 3.อำนาจอธิปไตยที่ชัดเจน 4.รัฐบาลที่มีศูนย์กลางอำนาจในการปกครอง ถ้าจะอธิบายให้ถูกต้อง ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐบาล จากพระมหากษัตริย์เป็นคณะราษฎร ไม่ใช่ประชาชน เพราะคณะราษฎรยึดอำนาจอธิปไตยไว้เอง ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนตามที่ได้อธิบายไปในข้อแรก

3.ต้องถามว่า จอมพล ป. ริเริ่มการให้คุณค่ากับสิทธิสตรีด้วยตัวเองจริงๆหรือ? หรือในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ผู้หญิงทั่วโลกต่างก็มีสิทธิและบทบาทหน้าที่ในสังคมมากยิ่งขึ้น

[12-13] ? ดังนั้นสิ่งที่จอมพล ป. ทำถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์หญิงไทยเพื่อนำมารับใช้อุดมการณ์ชาตินิยมและท่านผู้นำอย่างจอมพล ป. เองหรือไม่? และผู้มีบทบาทอย่างแท้จริงน่าจะเป็นท่านผู้หญิงละเอียดมากกว่าหรือเปล่า? แล้วเพนกวินรู้หรือไม่ว่าการตระหนักถึงสิทธิสตรีเริ่มเกิดขึ้นในสมัยในหลวง ร.4 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ที่ถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูให้ผู้หญิงก้าวสู่ตลาดแรงงานและมีบทบาทในพื้นที่สาธารณะในทางเศรษฐกิจมากขึ้น [14]


4.การที่จอมพล ป. ผลักดันการปฏิปรูปที่ดินถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เหตุผลของการถูกยกเลิกเป็นเพราะไปขัดกับหลักการเศรษฐกิจเสรีนิยม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของธนาคารโลก [15] และอีกประการหนึ่ง จอมพล ป. เป็นเผด็จการ และไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน จึงไม่แปลกที่การปฏิรูปที่ดินโดยเผด็จการจะล้มเหลว5.สาเหตุสำคัญของการรัฐประหารในครั้งนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นการรื้อคดีปลงพระชนม์ในหลวง ร.8 แต่เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกไม่เป็นธรรมจนนักศึกษาต่างพากันออกมาประท้วงอย่างกว้างขวาง

[16-17] โดยเริ่มจากนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยการศึกษา ฯลฯ และประชาชนได้รวมตัวกันประท้วงการเลือกตั้ง ทั้งหมดเป็นเพราะจอมพล ป. ในฐานะคณะราษฎรรักษาอำนาจเผด็จการมาอย่างยาวนาน โดยที่ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน มีการคอรัปชั่น [1,16,18-19] และใช้ความรุนแรงกับฝ่ายตรงกันข้ามตาม ที่เห็นได้ชัดเจนคือ คุกตะรุเตาที่คณะราษฎรใช้ขังนักโทษการเมือง ฆ่า และทารุณกรรม [20] เพนกวินกล้าปฏิเสธความเป็นเผด็จการที่ป่าเถื่อนนี้ของคณะราษฎรหรือเปล่า? จนในที่สุดก็ไม่อาจรักษาอำนาจเผด็จการต่อไปได้ คณะราษฎรจึงถูกยึดอำนาจและสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามแม้จะมีการรัฐประหารแล้วเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ตลอดจนความรุนแรงหลายครั้ง แต่การสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทยก็ยังล้มเหลวมาจนถึงปัจจุบัน แล้วมันจะล้มเหลวไปสู่ความแตกแยกและเสียหายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเพนกวินออกมาโทษสถาบันฯ ทั้งๆที่ปัญหาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสถาบันฯ

6.จากคำตอบในข้อ 5.ก็มีอ้างอิงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่าจอมพล ป.มีทั้งการคอรัปชั่นและโกงการเลือกตั้ง จึงขอถามเพนกวินกลับไปว่าเพนกวินรู้ได้อย่างไรว่าจอมพล ป. ไม่ได้โกงบ้านกินเมือง? มีหลักฐานอะไรที่สามารถยืนยันได้บ้าง? หรือเป็นเพียงแค่ความเชื่อลอยๆที่เชื่อตามๆกันมา? ก่อนจะถามคนอื่นเพนกวินควรพิสูจน์ความถูกต้องของความเชื่อที่ตัวเองมีให้ได้เสียก่อน

เพนกวินควรจะศึกษาประวัติศาสตร์ให้รอบด้าน ไม่ใช่เชื่อตามๆกัน แล้วโหนสารพัดข้อมูลแบบมั่วๆ ไปโจมตีสถาบันฯ แบบหลักลอย ไม่รู้ว่าทุกวันนี้เพนกวินตอบตัวเองได้แล้วยังว่าจุดยืนของเพนกวินคืออะไรกันแน่? เชิดชูจอมพล ป. ที่เป็นเผด็จการทหารและเผด็จการชาตินิยมฟาสซิสต์ แจกหนังสือคอมมิวนิสต์ให้สหายพรรคโดมปฏิวัติ ทำอะไรตามอำเภอใจฝักใฝ่ความรุนแรง ขาดวุฒิภาวะและความรับผิดชอบ ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ตกลงแล้วสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือลัทธิอะไรกันแน่? แอบอ้างประชาธิปไตยหลอกลวงผู้อื่นมาร่วมการชุมนุมหรือเปล่า?

Earl Riney เคยกล่าวว่า "Freedom without obligation is anarchy; freedom with obligation is democracy." [21] แล้วแบบนี้ เพนกวินคิดว่าตัวเองขาดความรับผิดชอบจนเป็นอนาธิปไตย หรือมีความรับผิดชอบมากพอที่จะเป็นประชาธิปไตย? เพนกวินเข้าใจหรือไม่ว่าสิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้องมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ? แล้วเพนกวินเคยแสดงความรับผิดชอบอะไรบ้าง? หรือว่าเก่งแต่ใส่ร้ายและละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นโดยปราศจากความรับผิดชอบใดๆ?แอบสงสัยว่าเพนกวินเป็นลูกศิษย์ใครถึงพูดจาย้อนแย้งและรู้ไม่จริง จึงไม่แปลกใจที่เพนกวินสนับสนุนข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อที่ผิดหลักวิชาตั้งแต่ข้อแรก เพราะทุกประเทศในระบอบประชาธิปไตย มีความคุ้มกันประมุขแห่งรัฐ อยู่ในรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐานปกติ แล้วมันจะยกเลิกได้อย่างไร? ตั้งแต่ข้อแรกก็ผิดหลักวิชาแล้วก่อนจะใส่ร้ายสถาบันฯ เข้าใจหรือเปล่าว่า "อำนาจอธิปไตย" แตกต่างกับ "อำนาจในราชการส่วนพระองค์" อย่างไร?

ถ้าตอบคำถามไม่ได้ด้วยการอ้างอิงที่ชัดเจน ก็ควรล้มเลิกม็อบวันที่ 19 ก.ย. นี้เสียเถอะ เพราะมีแต่ความจำที่เชื่อตามๆกันมา ไม่ได้เป็นเจ้าของความคิด อีกทั้งแนวทางของเพนกวินก็เป็นการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายโดยใช้ม็อบที่ฝักใฝ่ความรุนแรง มีความต้องการในการปะทะเป็นเป้าหมาย แบบนี้เพนกวินเห็นชีวิตคนอื่นเป็นฝุ่นหรือเปล่า?เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าทำไมเบี้ยในกระดานแต่ละตัวที่รวมกันเป็นม็อบในปัจจุบันถึงมีชุดความคิดที่คุณชาญวิทย์เองก็มี รวมถึงการเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชูเผด็จการจอมพล ป. เพื่อโหนอย่างมีอคติไปโจมตีสถาบันฯ ที่ผมมีประเด็นกับเพนกวินนี้ด้วย นอกจากนี้คุณชาญวิทย์ยังมีความสัมพันธ์นักเคลื่อนไหวแทบจะทุกกลุ่มไม่มากก็น้อย ตั้งแต่เครือข่ายอนาคตใหม่ เครือข่ายนิยมคณะราษฎร เครือข่ายอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มักจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวอีกหลายๆคน ตลอดจนลุงสุรชัย ชัชวาลพงศ์พันธ์ เจ้าของรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส

ถ้าคุณชาญวิทย์เป็นเจ้าของความคิดทั้งหมด คุณชาญวิทย์ก็ควรออกมานำขบวนการเคลื่อนไหวนี้ด้วยตัวเอง เป็นถึงครูบาอาจารย์ แก่จนอายุปูนนี้แล้ว ควรมีภาวะผู้นำที่คู่ควรแก่การนับถือ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อการรับผิดชอบต่ออุดมการณ์ของตัวเองเสียบ้าง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ Charnvit Kasetsiriเราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่ถือกันคนละแนวทาง ผมถือแนวทางสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติที่มองว่าทั้งระบบคือปัญหา แล้วทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข ใช้ความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของประชาชนแก้ไขปัญา ไม่ใช่แนวทางโทษสถาบันฯ เพิ่มความแตกแยกให้คนทะเลาะกัน แล้วนำไปสู่ความรุนแรง เป็นการสนองตัณหาของลัทธิคลั่งคณะราษฎร ไม่ได้เป็นไปเพื่อการสร้างประชาธิปไตย และประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ดร.ศุภณัฐ

15 กันยายน พ.ศ. 2563

#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์